BasicTails สังคมที่อบอุ่นและเป็นมากกว่ากิลด์ในเกม


    กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    Share
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Mon Sep 19, 2011 12:17 am

    Akabane พิมพ์ว่า:http://illiweb.com/fa/pbucket.gif

    *กรีดร้องเป็นภาษาโปโรร็อกก้า*

    โฮ่ เก่งขนาดนี้ช่วยแปลรูทโคยะที่พึ่งออกมาทีสิครับ จุ๊บๆ


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Mon Sep 19, 2011 4:28 am

    เล่นไม่ได้…
    แพทช์1ไม่มีปัญหา แต่ลงแพทช์2แล้วเปิดเกมไม่ได้เลย
    เหมือนอ่านโค้ดอะไรบางอย่างในแพทช์2ไม่ได้ไงก็ไม่รู้

    รู้แต่ตอนนี้หมดอาลัยตายอยาก
    ว่าจะเซฟภาพที่มันขึ้นเออเร่อไปแจ้งเค้า เผื่อเค้าจะทำตัวแก้ออกมาให้
    ไม่งั้นคงต้องหาทางเอง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดี

    หรือมันจะเป็นสัญญาณว่าเราควรตัดใจ…
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Mon Sep 19, 2011 5:08 pm

    ฮะฮะฮะฮะฮะฮะ.........

    เล่นได้แล้วเว้ยยยยยยยยยยยยย

    วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!!!



    ตั้งlanguage for non unicode programให้เป็นยุ่นซะ ก็ไม่มีปัญหาแล้ว

    (งมนานมาก เพราะไม่มีแผ่น นั่งไล่หาโหลดทีละไฟล์ๆ orz)



    แค่เปลี่ยนมาใช่alt+shiftเปลี่ยนภาษานิดหน่อย

    ทนได้เว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!



    (*บุคคลผู้นี้เสียสติไปแล้วเรียบร้อย กรุณาอย่าเข้าใกล้และอย่าให้อาหารเป็นอันขาด*)
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Mon Sep 19, 2011 5:12 pm

    ผมเห็น CG รูทโทยะแล้ว.... มาก -////-


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Dejiko
    Rookie
    Rookie

    จำนวนข้อความ : 13
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Dejiko on Mon Sep 19, 2011 7:49 pm

    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Mon Sep 19, 2011 11:45 pm

    "มายืนทำอะไรอยู่แถวนี้น่ะ?"

    "อืม... แค่รู้สึกอึดอัดนิดหน่อยน่ะ ว่าหยุดหน้าร้อนเหลืออีกแค่ครึ่งเดียวเองเหรอ อะไรทำนองนั้น"

    "รู้สึกเหมือนมันผ่านไปเร็วกว่าทุกที พอรู้สึกตัวอีกที เวลาก็ผ่านไปตั้งเยอะแล้วน่ะ"



    "นั่นสินะ... หยุดหน้าร้อนปีนี้ ชั้นก็รู้สึกเหมือนกันว่ามันผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน"

    "โคยะด้วยเหรอ?"

    "อา"



    "ถ้าวันหยุดหน้าร้อนนี่ มีต่อไปเรื่อยๆ ได้อยู่กับทุกคนแบบนี้ไปตลอด ก็คงดีน้า..."

    "นั่นสินะ... ถ้าเป็นงั้นได้ จะดีขนาดไหนกันนะ"



    "...นี่"

    "อะไรเหรอ?"

    "วันหยุดหน้าร้อนเนี่ย สักวันก็คงผ่านไปใช่มั้ย"

    "...อื้ม"

    "ถ้างั้นล่ะก็ ใช้เวลาที่เหลือ อยู่ด้วยกันให้มากกว่าที่เคยสิ"

    "รับรองว่าจะต้องสร้างความทรงจำดีๆ ได้มากกว่านี้แน่นอน"

    "โคยะ"

    "ถึงวันหยุดจะหมดไป แต่ความสัมพันธ์ ความทรงจำก็ไม่ได้หมดไปด้วยสักหน่อยนี่"

    "เพราะงั้น... ไม่เป็นไรหรอก ใช่มั้ย"

    "อืม"



    ..........

    /me ทะยานเข้าไปในจอคอม


    ปล.
    http://illiweb.com/fa/pbucket.gif
    แอ็คนี้โดนอย่างแรง
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Tue Sep 20, 2011 12:34 pm

    ตกใจ! โมเรนัทสึ!!
    อ๊ากกก ข้าอ่านไม่ออกกกก แง้ๆ
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Tue Sep 20, 2011 2:41 pm

    ไม่ค่อยออกเหมือนกันครับ คันจิค่อนข้างเยอะ
    แต่ก็พอจับใจความคร่าวๆได้

    ตอนเจอสมาชิกวง 3คนนั้นบอกด้วยล่ะ
    ว่าช่วงนี้โคยะอารมณ์ดีผิดกับทุกที + เวลาพูดถึงเรา(ตัวเอก)มีกระดิกหางด้วย(อยากเห็นอ่ะ…) XD


    แปลได้แค่งูๆปลาๆ แต่อ่านบทพูดแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจดี


    Ps. มีคนเอาEdไปอัพลงท่อไว้ด้วย -v-
    ไปลองฟังดูแล้ว เพลงมัน ฟหากาสาหวฟทหสก มาก >///<
    แต่ดูๆแล้ว ตัวละครที่โผล่มาในEd
    ทัตสึกิ โคโนสึเกะ ชุน โคยะ
    เรียงลำดับตามรูทที่ออกเลย
    งั้นแพทช์ต่อไป คง
    ชิน จูอิจิ เคียวจิ โซท่าโร่ แล้วปิดด้วยโทระฮิโกะมั้ง (ไม่งั้นก็มาพร้อมกัน เคียว-โซรูทเดียวกัน มาพร้อมรูทโทระฮิโกะอีก1)
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Wed Sep 21, 2011 4:35 am

    กระดิกหาง... อุ๊ย

    ผมชอบเกมส์พวกนี้แหละ ที่เล่น อ่านบทพูด มีเพลงประกอบทำให้มีอารมณ์ร่วมไปกับมัน เหมือนทั้งเกมส์เป็นเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นจริง [ว่าไปนั่น]
    เฮ้อ.. ถ้ามีฮิรางานะกำกับคงดีใช่น้อย จะได้ไปนั่งกดอากู๋( อุ๊ย )แปลอย่างเพลิดเพลิน

    ตัวหลักๆที่ชอบมีทัตสึกิ โคยะ โคจิกับโทริฮิโกะนี่แหละ รัก
    ป.ล.ยินดีด้วยครับที่สอบญี่ปุ่นได้ตั้งN3 คะแนนก็ดีขั้นเมพ สุขใจ
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Wed Sep 21, 2011 5:49 am

    สป๊อย
    Spoiler:
    โคยะเริ่มหัดกีตาร์ช่วงประถมปลายๆ เพราะชอบดนตรี
    หลังจากนั้นพอขึ้นม.ต้น ไปเจอคนเล่นดนตรีข้างถนน(น่าจะที่ฟูเม(เมืองข้างๆ) แล้วคงถูกใจเพลง หยุดฟังตลอด
    พอคนนั้นเค้าเห็นโคยะมาบ่อยๆ เลยเรียก แล้วชวนมาเป็นเพื่อนคุย แล้วบางทีก็ได้เล่นเพลงด้วยกัน ได้รู้จักคนอื่นๆมากมาย
    พอจบม.ต้น ขึ้นม.ปลาย โคยะบอกพ่อแม่ว่า อยากเดินตามทางของตัวเอง แน่นอนว่าคนพ่อค้านหัวชนฝา
    ทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรง แล้วหนีออกจากบ้านมาอยู่คนเดียว
    ตอนแรกกะจะหนีไปฟูเม แต่ค่าเช่าห้องแพงคนละเรื่องกับที่ซุยโก(เมืองกับหมู่บ้านนี่หว่า) หลายต่อหลายคนก็ช่วย จนในที่สุดก็ได้เช่าห้องที่อพาร์ทเมนท์ในซุยโก
    ไม่เคยคิดเสียใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำไปมันถูกต้องจริงๆรึเปล่า

    ช่วงปลายๆเดือน เรา(ตัวเอก) อยู่ๆก็กังวลว่า มาอาศัยอยู่กับปู่ย่า(หรือตายาย-_-?)ตั้งเดือนนึงแบบนี้ เอาจริงๆจะเป็นการรบกวนเค้ารึเปล่า
    พึมพำกับตัวเอง แต่โคยะดันเดินมาได้ยิน (สตอล์กเกอร์ใช่มั้ย -_-")
    คุยไปคุยมา ก็บอกว่า ถ้าคิดยังงั้น มาค้างที่บ้าน(ห้อง)ชั้นซัก2-3วันสิ
    เออเร่อ
    โคยะชวนอีกรอบ
    ฟรีซ ฟรีซ เออเร่อ เออเร่อ รีสตาร์ท รีสตาร์ท
    "งั้นเปลี่ยนวิธีพูดก็ได้…"
    "ชั้นอยากให้นายมาค้างที่บ้านชั้น ถ้านายไม่ว่าอะไร หรือว่า…ไม่ชอบ?"

    ถึงอพาร์ทเมนท์โคยะ (ที่แสนจะโทรมแต่เจ้าตัวบอกว่าก็เพราะมันโทรมเนี่ยแหละถึงอยู่ได้(ค่าเช่าถูก)
    ถามโคยะว่าทำไมถึงมาอยู่คนเดียว โคยะก็ตอบมาแค่ว่า ทะเลาะกับพ่อ แล้วหนีออกจากบ้านมา
    วันต่อมา โคยะออกไปทำงานพิเศษ เราอยู่เฝ้าห้อง แล้วแม่ของโคยะ(คาสึมิ)
    จำเราได้ แล้วก็ฝากจดหมายให้โคยะ
    ตัวเอกก็ไม่รู้จะส่งให้ยังไงดี เพราะรู้ว่าโคยะหนีออกจากบ้านมา แต่สุดท้ายโคยะก็เห็น แล้วก็ส่งให้ในที่สุด
    โคยะอ่าน แล้วก็ขมวดคิ้วเงียบไป เราก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี เลยขอตัวไปล้างจานก่อน
    โคยะขยำจดหมายทิ้ง แล้วบอกว่าจะไปซื้อของ แต่เราเห็นกระเป๋าตังค์โคยะวางอยู่บนเตียง เลยรู้ว่าไม่ได้ไปซื้อของแน่นอน เลยไปตามหา
    เจอโคยะที่ริมแม่น้ำ เข้าไปนั่งคุยด้วย บอกไปว่า อย่ามัวอมทุกข์อยู่คนเดียวสิ โคยะไม่ได้อยู่คนเดียวซักหน่อย
    โคยะเริ่มเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง(ตามข้างบน) ส่วนในจดหมายจากแม่ เขียนไว้ว่า อยากให้มาหา มีเรื่องจะคุยด้วย
    ไม่รู้จะทำยังไงดี เลยถามตัวเราว่า ถ้าเป็นเราจะทำยังไง เราก็ตอบไปว่า จะไปพบ

    วันต่อมา โคยะก็กลับไปที่บ้าน แม่ก็ขอให้กลับมา บอกว่าออกจากบ้านไปก็นานแล้ว น่าจะถึงเวลากลับมาได้แล้ว
    แต่โคยะก็หนักใจที่จะกลับมา เพราะเรื่องที่ทะเลาะกับพ่อ
    แล้วแม่ก็เล่าเรื่องของพ่อของโคยะ(มิทสึฮิสะ)ในอดีตให้ฟัง
    บอกว่า ก่อนโคยะจะครบขวบดี พ่อเขาลาออกจากงาน
    แต่จริงๆแล้วต้องบอกว่าถูกไล่ออกมากกว่า เพราะบริษัทมีการปรับโครงสร้าง ลดขนาดของบริษัท เพราะใหญ่เกินตัว
    แต่ก็โชคดี ที่ได้งานใหม่ทันที แล้วก็ย้ายมาอยู่ที่นี่
    เพราะไม่อยากให้โคยะเป็นแบบตัวเอง ก็เลยค้านเรื่องที่อยากไล่ตามความฝัน ไปเป็นนักดนตรี เพราะถ้าไปไม่รอดขึ้นมา จะลำบาก
    แล้วก็บอกว่า พ่อเขาเอง ก็แอบไปดูคอนเสิร์ตของโคยะหลายครั้งแล้ว(ให้แม่ช่วยเช็ควันเวลา-_-")
    ถึงจะรู้ความจริง แต่โคยะก็ยังคิดไม่ตกว่าจะกลับไปดีมั้ย แล้วแม่ก็บอกว่าไม่เป็นไร ยังก่อนก็ได้ แต่ขอให้สัญญาอย่างนึง
    ถ้าการแข่งคราวหน้า วงของโคยะไม่ผ่าน ไม่ได้เดบิว ขอให้กลับมา แต่ยังไงก็ขอให้มาปรับความเข้าใจกับพ่อเขาอีกที
    พอโคยะกลับไปที่ห้อง เล่าให้เราฟัง พอเราถามโคยะว่าจะทำยังไง ตรงนี้น่าจะบอกว่า คิดว่าจะกลับไป แต่จะชนะกลับไป


    Spoiler:
    ชอบเพราะเท่
    ชอบความใจดี ที่ซ่อนเอาไว้ลึกๆ
    ชอบท่าทางที่ดูพึ่งพาได้
    ชอบรอยยิ้มให้กำลังใจ
    ชอบที่มีความฝัน มีเป้าหมาย แล้วพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน ไม่เคยย่อท้อ
    ชอบเพราะเป็นโคยะ ชอบทุกอย่างเลย


    Edit : จะว่าไป… แพ้เป่ายิ้งฉุบ200ครั้งติดต่อกันนี่…
    อ่า… คนเรามันก็ต้องมีจุดอ่อนกันบ้าง…เนอะ……


    แก้ไขล่าสุดโดย Akabane เมื่อ Thu Sep 22, 2011 11:15 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Wed Sep 21, 2011 6:11 am

    สุขใจ ในที่สุดก็มีสปอยให้แล้ว ขอบคุณมาก
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Wed Sep 21, 2011 5:33 pm

    แปลอิงไม่ถึงไหนเลย....... ขอบคุณครับพี่บีที่สปอยล์ =/\=


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Thu Sep 22, 2011 5:26 am

    「We are forever with」
    ข้อความสั้นๆที่ถูกสลักเอาไว้บนแผ่นป้ายชื่อ
    ถึงแม้ว่าจะมีคำๆหนึ่งตกไป เพราะแผ่นป้ายชื่อนั้น มันเล็กเกินกว่าจะสลักลงไปได้ทั้งหมด
    แต่คำสุดท้ายคำนั้น ก็ถูกสลักไว้ในหัวใจของพวกเราเสมอมา

    We are forever with… "us"
    "พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป"


    ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเรา จะได้เจอกันอีกแน่นอน


    Ps. ทำไมเกมนี้ มันถึงกระชากน้ำตาได้ดีขนาดนี้ กันนะ…



    Edit : แก้ที่ผิด
    ชื่อเมือง น่าจะฟูเม 風鳴
    ชื่อแม่ของโคยะ ไม่ใช่知美 แต่เป็น和美(ก็มันเหมือนๆกันอ่ะ!) อ่านว่าคาสึมิ
    ชื่อคนพ่อ มิทสึฮิสะ

    ก่อนวันจริง2วัน น้ำตาซึม
    วันแสดงจริง น้ำตานองหน้า
    ตอนรู้ผลแล้วกลับบ้านไปคุยกับพ่อ น้ำตาไหลพราก
    วันก่อนกลับ-วันกลับ บ่อน้ำตาแตก

    ตอนที่เห็นSpriteโคยะร้องไห้ครั้งแรก คิดแค่ว่า มันไม่ค่อยให้ฟีลเศร้าเท่าไหร่เลยแฮะ
    แต่พอเจอในเกมจริงๆ ประกอบบทพูด+Bgm แทบจะร้องตาม



    แถมอันนี้ นั่งทำเมื่อเช้า
    http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/317706_127014020732272_100002710254968_107195_107985375_n.jpg
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Fri Sep 23, 2011 3:52 am

    อ่านไม่ออกแต่พอลองเล่นรูททัตสึกิกับโคโนะสึเกะเสร็จแล้ว ร้องไห้.. เฮ้อ..

    หน้าแถวสุดท้ายอันที่2นับจากทางซ้ายนี่มัน.. เซเมะ!? เหวอ! เห็นแล้วเขิน [ อุ๊ย !?]
    avatar
    bulbabenz
    Soldier
    Soldier

    Title : กวิ้นกวิ้น
    จำนวนข้อความ : 56
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 4
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by bulbabenz on Fri Sep 23, 2011 2:08 pm

    เข้ามาส่องช้าไปหน่อย
    เกมรับภาษาญุ่นเท่านั้น ถ้าไม่อยากเปลี่ยนภาษาเครื่อง
    แนะนำไปโหลดโปรแกรม Microsoft Applocale มาใช้รันเน้อ....
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Fri Sep 23, 2011 2:31 pm

    ใช้ก็รันบ่ได้ครับ ลองแล้ว
    พอเปลี่ยนภาษาเท่านั้นแหละ ฉลุย


    แปลตรงไหนอีกดีหว่า
    กะจะไล่แปลตั้งแต่วันที่ไปค้างห้อง
    avatar
    bulbabenz
    Soldier
    Soldier

    Title : กวิ้นกวิ้น
    จำนวนข้อความ : 56
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 4
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by bulbabenz on Fri Sep 23, 2011 2:39 pm

    โอะโหะ ขนาดหนักสินะ*-*

    **ล่าผักบ้า อัดตัวเองไปเรื่อยต่อไป**

    edit+ ไป ๆ มา ๆ ทีมตัวเอง เวลกับตัวเองง่ายทั้งก่า(เร็วสุด) กวิ้น(กวาดเพลินสุด) แกะ(มันโง่สุด ๆ) อะไรจะขนาดนี้ กร๊ากฮั่ก ๆ ๆ ๆ
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Sat Sep 24, 2011 7:16 pm

    (*ตั้งชื่อตัวเอกว่า อาคาบาเนะ ริวตะ เรียกตัวเองว่าผม)

    Kouya Route
    20/8

    Spoiler:

    "วันนี้จะทำอะไรดีนะ"

    ---ทุ่งหญ้าและที่นา---

    "อือ... จะเอายังไงดีเนี่ยยย"

    ยามเช้าที่ฟ้าใสเหมือนทุกที
    ผมบ่นออกมาขณะที่เดินไปตามถนนชนบทอันเงียบสงบ

    พอหันหน้าไปด้านข้างเล็กน้อย
    ก็เห็นต้นข้าวที่กำลังรอเวลาเก็บเกี่ยว ลู่ไหวไปตามลม

    วันนี้เอง ก็สงบสุขดีเหลือเกิน

    แต่ทว่า ท่ามกลางทิวทัศน์เช่นนี้
    ตัวผมกลับรู้สึกห่อเหี่ยว ตรงกันข้ามกับบรรยากาศดีๆแบบนี้เลย

    "เฮ้อ..."

    เพราะนึกไอเดียอะไรดีๆไม่ออก ก็เลยถอนหายใจออกมา

    มายืนกลุ้มใจอะไรที่แบบนี้น่ะเหรอ
    ก็เรื่องผู้ให้ที่พักอาศัยผมอยู่ตอนนี้ไงล่ะ

    ถึงจะให้ผมพักอยู่ที่บ้านตายายได้ก็เถอะ
    แต่ก็ผ่านมาร่วม3อาทิตย์แล้ว

    3อาทิตย์ ที่ผมเข้าไปแทรกกลางระหว่าง2สามีภรรยา
    ที่กำลังใช้ชีวิตอย่างสบายๆอยู่ด้วยกัน
    ถึงจะเป็นญาติกัน แต่ผมก็เริ่มนึกว่า มันเป็นการรบกวนพวกเขารึเปล่า

    ถ้าไปถามเจ้าตัวตรงๆล่ะก็

    ยาย "ไม่ใช่หรอกจ้ะ ริวตะจัง"
    ตา "ใช่ๆ ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกันหรอก"

    ก็พอจะนึกได้แหละว่าคงตอบกลับมาประมาณนี้
    บางทีก็อาจจะเป็นยังงั้นก็ได้

    ผมก็แค่คิดเองเออเอง
    แล้วก็กลุ้มใจไปเองเท่านั้นแหละ

    "แต่ว่า แบบนี้มันไม่ค่อยโล่งใจเท่าไหร่เลยแฮะ"

    สัก2-3วันก็ยังดี
    จะจัดการปัญหาพวกนี้ไปให้พ้นๆได้มั้ยนะ
    จะได้เลิกคิดมากแล้วสบายอกสบายใจสักที

    "เวลาแบบนี้เนี่ย
    จะไม่มีพระผู้ช่วยหรืออะไรโผล่พรึ่บออกมาหน่อยรึไงนะ..."

    ??? "พระผู้ช่วยอะไรของนายน่ะ?"

    "เง้ออออ!?"

    อยู่ๆก็โดนกระซิบมาข้างหู ผมก็ตกใจจนสะดุ้งเฮือก

    ใครกันฟระ มาเล่นโจ๊กไม่เข้าท่าแบบนี้เนี่ย!
    หายใจรดหูกันแบบนี้มันหนาวสันหลังดึ๋งเลยนะเฟร้ย!

    "เอะ อะไรกัน โคยะเองเหรอ"

    พอหันกลับไปดู ก็เจอโคยะยืนยิ้มแป้นอยู่

    ให้ตายเหอะ แอบย่องมาข้างหลังไม่ให้รู้ตัวแบบนี้เนี่ย
    โคยะนี่นิสัยไม่ดีจริงๆเล้ย
    ทักกันดีๆก็ได้แล้วนี่นา

    โคยะ "ไอ้อะไรกันของนายนี่ อะไรกันน่ะหือ ไม่ค่อยเลยนะ ริวตะ
    ทำไม? ไม่พอใจชั้นรึไง?"

    แล้วโคยะก็ทำเป็นหงอ ยังกับจะหยอกกัน
    แต่เจอพูดแบบนี้มันก็ลำบากใจ ผมเลยยกมือมาเกาคาง

    "อ่า... เปล่าๆ ไม่ได้หมายความแบบนั้น..."

    โคยะ "รู้น่ารู้ เรื่องนั้นน่ะ แค่ลองพูดดูเท่านั้นแหละ
    แล้ว เป็นไรไป? เห็นทำหน้ายังกะอมทุกข์อยู่นั่นแหละ"

    "เอ๋?
    อา ก็คือว่า..."

    แล้วผมก็เล่าเหตุผลให้ฟังไปน้ำไหลไฟดับ

    "...ประมาณนี้อ่ะ กำลังคิดว่าจะทำยังไงดีนะ อยู่น่ะ"

    โคยะ "หืม... กลุ้มใจเรื่องอะไรพิลึกพิลั่นอีกแล้วนะ นายเนี่ย
    ลูกกตัญญู หรืออะไรทำนองนั้นสินะ"

    แล้วโคยะก็บอกว่าเรื่องที่ผมกลุ้มอยู่มัน"พิลึก"

    อึก... โดนเดเมจทางใจเข้าไปเต็มเหนี่ยว...
    ถึงจะเรื่องปกติก็เถอะ แต่โคยะนี่ไม่ปราณีเลยจริงจริ๊ง...

    "ถึงจะพูดยังงั้นก็เถอะ
    แต่พอได้คิดไปแล้วครั้งนึง
    มันก็หยุดไม่ค่อยจะได้น่ะสิ"

    โคยะ "เอาเถ๊อะ นั่นก็ข้อดีของนายนี่ล่ะนะ
    ใส่ใจคนอื่น แล้วก็ใจดีด้วยเนี่ยแหละ"

    โคยะพูดออกมาเบาๆ

    อาจจะพูดไปงั้นๆก็ได้
    แต่พอโดนชมซึ่งๆหน้าแบบนี้ ผมก็รู้สึกอายหน่อยๆ
    รู้สึกได้เลยว่าหน้าเริ่มจะแดงแล้ว

    "ง งั้นเหรอ?"

    โคยะ "ชั้นว่ายังงั้นนะ
    ...งั้น เอางี้มั้ยล่ะ"

    "เอ๊ะ อะไรเหรอ?"

    โคยะ "ถ้าทำอะไรได้บ้างซัก2-3วันก็คงดีใช่มั้ย?"

    "อื้ม"

    โคยะ "ถ้างั้นล่ะก็ ริวตะ"

    "อื้ม"

    โคยะ "นายก็มาบ้านชั้นสิ"

    "อื๋มมมมมมมมม?"

    เมื่อกี้ พูดว่าอะไรนะขรับ?

    โคยะ "ก็บอกว่า นายน่ะมาค้างที่บ้านชั้นสิ"

    "..............."

    อยู่ๆโคยะก็เสนอมาแบบนี้ ทำเอาผมอึ้งกิมกี่ไป
    Freeze FreezeครับFreeze
    Error Error. Restart Restart.

    ...เมื่อกี้ พูดว่าอะไรนะขรับ?

    "เอ่อ โทษทีนะ ขออีกทีนึง"

    โคยะ "อ อะไรเล่า...
    ก็บอกว่า ถ้านายไม่ว่าอะไรล่ะก็
    ชั้นให้มาค้างที่บ้านชั้นก็ได้ไงเล่า"

    "...จริงเหรอ?"

    โคยะ "แล้วจะโกหกทำไมล่ะ"

    "แต่ จะไม่รบกวนโคยะเอาเหรอ?"

    โคยะ "ถ้าคิดงั้นชั้นจะชวนแต่แรกมั้ยล่ะ
    นายเองก็เหอะ จะเกรงใจอะไรนักหนา"

    "แต่..."

    โคยะ "รู้แล้วๆ
    เปลี่ยนวิธีพูดก็ได้"

    พอเห็นผมไม่ค่อยเต็มใจ โคยะก็ทำหน้าเอือมๆ
    แล้วหลังจากที่ขยับปากนิดหน่อย เหมือนกำลังหาคำพูดดีๆอยู่
    ก็มองตรงมาที่ผมด้วยตาคู่นั้น เหมือนกับว่าตัดสินใจได้แล้ว

    โคยะ "ชั้น อยากให้นายมาค้างที่บ้าน
    ถ้านายไม่ว่าอะไรน่ะนะ
    หรือว่า... ไม่ชอบ?"

    หน้าโคยะที่พูดออกมาแบบนั้น
    ผมมองดูแล้วเหมือนจะสะท้อนความรู้สึกอะไรบางอย่างร้อนๆออกมา

    รู้สึกเหมือนกับว่า ด้านในหูที่ตั้งตรงเสมอ
    มันเริ่มออกสีแดงเรื่อๆเล็กน้อย

    บางที คงรู้สึกอายมากเลยละมั้ง

    คงงั้นแหละ ก็พูดอะไรแบบที่ไม่เคยพูดมาก่อนออกมานี่นะ
    สำหรับโคยะแล้วก็ถือว่าแปลกได้ละมั้ง
    ก็เป็นพวกที่ถึงจะคิดแบบนี้ก็จะไม่พูดออกมานี่นา

    แต่ถึงยังงั้นผมก็รู้สึกดีใจ
    อื้ม ทางนี้เองก็คงหน้าแดงไปเรียบร้อยแล้ว

    โคยะ "แล้ว จะเอาไงริวตะ
    จะมามั้ย? หรือไม่มา?"

    โคยะก็เร่งให้ผมตอบ
    แต่ถึงจะไม่เร่ง ผมก็ได้คำตอบอยู่แล้ว

    ---A. ไปค้าง---

    ตัวเลือกเดียวที่แสดงออกมา3ข้อ
    เข้าใจง่ายดีเนอะ ตัวผมเนี่ย

    ก็นะ เป็นะแบบนี้ก็ต้องไปหน่อยใช่มั้ยล่ะ?

    "งั้น ขอรับข้อเสนอหน่อยก็แล้วกัน
    ...รบกวนหน่อยนะ โคยะ"

    โคยะ "โอ้"

    รอยยิ้มของโคยะ
    เหมือนกับว่าประทับตราว่าทุกอย่าง"ผ่าน"แล้วยังไงยังงั้น

    แล้ว3วันใหม่ของผมก็เปิดฉากขึ้น

    ------
    โคยะ "จะมาค้างตั้งแต่วันไหน?
    แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มาค้างวันนี้ไปเลยมั้ย?"

    "นั่นสินะ...
    เค้าว่ากันว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก งั้นขอไปค้างตั้งแต่วันนี้เลยก็แล้วกัน"

    โคยะ "...ถ้าจะตักน้ำก็เชิญที่แม่น้ำโน่นสิ?"

    "ขอบพระคุณที่ตบมุขสนองนี้ด"
    ------

    ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่วันนี้ไป3วัน
    ผมก็จะไปค้างอยู่ที่บ้านของโคยะ

    ตอนนี้ก็กำลังจัดกระเป๋าเตรียมย้ายอยู่

    "ถึงจะว่างั้นก็เถอะ แต่เอาจริงๆแล้ว
    สัมภาระเราส่วนใหญ่ก็เก็บเอาไว้แล้วนี่นะ"

    หลังจากมานี่
    เราก็อยู่แบบเอาของพวกชุดไว้เปลี่ยนหรืออะไรทำนองนี้ออกจากระเป๋าเดินทางเอา
    เอาแค่กระเป๋าใบเดียวไปก็เรียบร้อยแล้ว

    อีกอย่างแต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้มีสัมภาระเยอะแยะมากมายอยู่แล้ว
    จะแบกไปหมดก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากมายหรอก

    "เอาล่ะ ไปได้ละมั้ง"

    หลังเช็คของเรียบร้อย
    ผมก็หอบกระเป๋าเดินออกจากห้อง

    "อ๊ะ ก่อนไป ต้องไปบอกคุณตาคุณยายหน่อยเนอะ"

    ที่จะไปค้างบ้านโคยะ
    ตอนกลับมาก็บอกไว้เรียบร้อยแล้ว
    เพราะงั้นแค่บอกว่าไปละนะครับก็พอแล้วล่ะ

    แล้วก็โผล่หน้าเข้าไปห้องนั่งเล่นจากแถวประตูบ้าน
    ทั้ง2คนก็กำลังดื่มชาไปพลางดูทีวีไปพลางอยู่

    "คุณตา คุณยาย
    ผมไปละนะครับ"

    ตา "เอ้อ ไปดีมาดี
    ระวังตัวด้วยล่ะ"

    ยาย "อ๊ะ จริงสิ ริวตะจัง
    ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เอาผักไปฝากเค้าด้วยสิจ๊ะ
    ไปรบกวนเค้าทั้งที ไปมือเปล่าคงไม่ดีใช่มั้ย?"

    "อืม... นั่นสิครับ
    งั้นเอาไปฝากหน่อยละกัน"

    ยาย "เอ้อ รอเดี๋ยวนะจ๊ะ"

    พอพูดเสร็จ ยายก็เดินไปที่ครัว

    ผักที่ได้ช่วงนี้
    ก็คงไม่พ้นพวกผักที่ชาวนาแถวๆนี้ปลูก
    หรือไม่ก็พวกที่ไปเก็บจากที่นาข้างหลังนี้

    ผักปลอดสารพิษ กินได้ปลอดภัยหายห่วง
    แถมดินก็ดี ผักก็อร่อยด้วย

    ถึงจะเป็นของฝากที่คุณยายแกดูจะดีใจมากกว่าโคยะซะเองก็เถอะนะ

    ตา "จะว่าไปแล้ว เอ ชื่ออะไรนะ
    โคยะคุง? รึเปล่า?
    บ้านเค้าอยู่แถวไหนนะ"

    "ผมเองก็จำไม่ค่อยได้หรอก
    คิดว่าคงแถวย่านร้านค้ามั้ง"

    ตา "แล้วจะไปถูกมั้ยน่ะ?"

    "...อืม ก็นัดกันไว้แล้วน่ะ"

    พอพูดแบบนี้แล้ว
    ผมก็มีอะไรสะกิดใจอยู่นิดหน่อย

    ที่ที่นัดกันไว้
    แทนที่จะเป็นย่านร้านค้า หรือนัดที่บ้านเลย
    แต่กลับไปนัดกันที่"ป้ายรถเมล์"ที่อยู่คนละทางซะยังงั้น

    ทำไมโคยะถึงต้องไปนัดเจอกันซะไกลงั้นด้วยล่ะเนี่ย

    ยาย "เอ้า ริวตะจัง เอาไปสิ"

    "อ๊ะ ขอบคุณครับ คุณยาย"

    พอผมกำลังคิดนู่นนี่
    ยายก็เดินหิ้วถุงกลับมาจากห้องครัว

    ผมก็รับมา แล้วเดินออกจากบ้าน

    "ไปละนะครับ"

    ยาย "ระวังตัวนะจ๊ะ
    อย่าไปทำเค้าเดือดร้อนด้วยล่ะ"

    "อื้อ รู้แล้วครับ"

    หันกลับไปพูด แล้วเดินไปทางป้ายรถเมล์

    ท่ามกลางแดดจ้าเหมือนทุกวัน
    ตอนนี้ผมเดินไปด้วยความรู้สึกรื่นรมย์

    โคยะ "โอ้ มาแล้วเหรอ"

    พอถึงป้ายรถเมล์ ก็เห็นโคยะยืนรออยู่ก่อนแล้ว
    ก็เลยรีบย่ำเท้าไปหา

    "โทษทีๆ รอนานมั้ย"

    โคยะ "ไม่หรอก ชั้นก็เพิ่งมาถึงนี่แหละ
    เอ้า จะไปรึยัง"

    "อ อื้ม..."

    ผมเดินตามหลังโคยะ
    แต่ทางที่เดินไป มันตรงข้ามกับเขตที่พักอาศัยเลย

    ตกลง นี่จะไปที่ไหนกันเนี่ย?

    "นี่ โคยะ..."

    กำลังจะไปที่ไหนกันเหรอ?

    แต่ว่า คำถามของผม
    ก็โดนคำพูดคำเดียวของโคยะกลบทิ้งหมด

    โคยะ "ถึงแล้ว"

    โคยะก็หยุดเดิน แล้วก็ชี้ไปที่ฝั่งโน้น

    "เอะ?"

    ที่อยู่ตรงนั้น ก็คืออพาร์ทเมนท์ ที่แลดูเก่าๆโทรมๆ

    กำแพงสีชาที่บอกถึงอายุของมัน
    แถมยังเปรอะเปื้อนไปหมด เหมือนกับบ้านเก่าๆที่เห็นตามภาพวาด
    บางที อาจจะสร้างด้วยไม้เลยด้วยซ้ำ

    ไม่รู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าจะมีคนอาศัยอยู่
    เหมือนอาคารที่ถูกทิ้งไปแล้วอยู่หน่อยๆ
    ยังกับว่าพอตกดึกแล้ว จะมีผีรึอะไรโผล่มายังไงยังงั้น

    โคยะ "ตรงนั้นไง ห้องชั้นน่ะ"

    "......What?"

    "หลังชั้นจบม.ต้น ก็อาศัยอยู่คนเดียวที่นั่นมาตลอดน่ะ"

    "เห... ไม่เคยรู้มาก่อนเลยแฮะ..."

    รู้สึกเหมือน มีอะไรต่อมิอะไรทะลักเข้ามา จนพูดออกมาได้แค่นั้น

    ทั้งที่จริงๆแล้ว อยากจะถามว่า
    "ทำไมถึงมาอยู่คนเดียวแบบนั้นล่ะ" หรืออะไรทำนองนั้นแท้ๆ...

    โคยะ "เอาน่า ถึงด้านนอกจะดูไม่ค่อยดี
    แต่ข้างในก็สวยพอตัวอยู่นะ?"

    "เอ๊ะ จริงเหรอ?"

    โคยะ "เออ เดี๋ยวถ้าขึ้นไปก็รู้เองล่ะ
    อีกอย่าง ถึงจะหน้าร้อน แต่ก็เย็นดีไม่ใช่น้อยเลยนะ
    ถึงหน้าหนาวจะหนักหน่อยก็เถอะ"

    "อืม เห็นแล้วก็พอจะเข้าใจอยู่อ่ะนะ
    ก็ดีเนอะ"

    ลมคงพัดเข้าไปข้างในฟิ้วฟิ้วเลย อะไรทำนองนั้น
    แต่ข้างในจะสวยแน่รึเปล่าหว่า?

    โคยะ "เอ้าๆ จะยืนคุยต่อไปถึงเมื่อไหร่ เข้าไปข้างในเหอะ"

    "นั่นสิ"

    ผมหยิบสัมภาระขึ้นมา แล้วก็เดินไปกับโคยะอีกครั้ง

    "อ่า... ถ้าดูคร่าวๆแล้ว... ก็นะ"

    พอเปิดประตูที่ดูท่าทางจะอยู่มายาวหลายปีแล้ว
    ข้างในก็เป็นห้องพักกว้างขนาดห้องเดี่ยว
    รู้สึกถึงความเก่าหน่อยๆ พอๆกับประตูเลย

    กำแพงรอบๆเองก็ให้บรรยากาศเหมือนสร้างมาหลายชั่วโคตรแล้ว
    ส่วนสภาพข้างในห้อง ก็คงเป็นอะไรที่พบเห็นได้ทั่วไปในหมู่บ้านซุยโกล่ะมั้ง

    เห็นโคยะบอกว่าสวย
    ก็เลยแอบหวังเล็กๆว่าจะคล้ายๆกับอพาร์ทเมนท์ในเมือง
    ผิดหวังนิดๆแฮะ

    แต่พอชายตาไปมองมุมห้องแล้ว
    มีแค่ครัวที่ดูเหมือนจะใหม่กว่าที่อื่น

    "อ่า... ความจริงก็ ประมาณนี้สินะ"

    โคยะ "เหรอ?
    แต่ชั้นว่าข้างนอกเป็นซะขนาดนั้น ข้างในได้แค่นี้ก็ถือว่าเยอะแล้วนา"

    โคยะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนหมดกำลังใจ

    ถึงจะไม่ได้ใหม่ใสสะอาดวิ้งๆซะทีเดียวก็เถอะ
    แต่ก็ไม่ได้เก่าโทรมเหมือนข้างนอกล่ะนะ
    ก็ ประมาณ"พอใช้ได้" อะไรทำนองนั้น

    ระดับก็คงพอประมาณล่ะ สำหรับหมู่บ้านนี้
    แต่ผมคงอาศัยในเมืองนานไปละมั้ง
    เลยไม่ค่อยชินสภาพแบบนี้เท่าไหร่

    "อืม... เซนส์ผมมันอาจจะไม่ค่อยดีก้ได้มั้ง...
    อ๊ะ แต่แค่ตรงครัวเนี่ย ดูเหมือนจะใหม่เอี่ยมกว่าที่อื่นนะ?
    ทำไมเหรอ?"

    โคยะ "รู้สึกเค้าจะซ่อมใหม่ก่อนชั้นจะเข้ามาน่ะ
    ตรงพวกครัวหรือห้องน้ำ อ่างอาบน้ำ ที่มีน้ำไหลเนี่ย"

    โคยะ "เหมือนมันจะโทรมแบบสุดๆ คงถึงขั้นถ้าปล่อยไว้ก็คงไม่ไหวแล้วล่ะนะ
    เพราะงั้นอ่างอาบน้ำ ห้องน้ำก็จะใหม่หน่อย"

    โคยะ "ได้โอกาสแล้วก็เลยทำใหม่ไปเลยอะไรทำนองนั้นแหละ"

    "เห... แบบนี้ก็โชคดีเลยสิ"

    โคยะ "อา ก็ช่วยให้มันดูดีขึ้นบ้างล่ะนะ
    แต่ถ้าได้แต่งใหม่ทั้งห้องไปเลยก็คงดีเนอะ?"

    "แต่แบบนั้นค่าเช่าจะไม่พุ่งเอาเหรอ?"

    โคยะ "ก้อนะ เพราะมันโทรมก็เลยอยู่ได้ จะว่างั้นก็ได้อยู่หรอก...
    อะ สัมภาระน่ะ เอาวางไว้ตรงนั้นได้ตามสบายเลย
    ชั้นจะไปหาอะไรมาให้ดื่มละกัน"

    "อ... ขอบใจ"

    พอพูดเสร็จ โคยะก็ไปเปิดตู้เย็น แล้วก็เริ่มมองหาของข้างใน

    ผมเอาสัมภาระไปวางไว้มุมห้องเพื่อไม่ให้เกะกะ
    แล้วก็กวาดสายตามองรอบๆห้องอีกครั้ง

    เป็นห้องเดี่ยวที่ไม่ได้กว้างอะไรมากมาาย
    มีของมากมายวางเอาไว้เหมือนกับเป็นกำแพง

    สเตอริโอ กีตาร์ นิตยสาร
    ไปจนถึงตู้เย็นที่โคยะกำลังหาของอยู่ เยอะแยะไปหมดเลย

    แต่จะเกินคาดก็ไอ้ตรงที่ ไม่ว่าตรงไหนก็จัดเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยนี่แหละ
    ไม่มีนิตยสารวางเกลื่อนพื้น
    แม้แต่ขยะก็เก็บกวาดอย่างดีเลย

    "นึกไม่ถึง เลยแฮะ..."

    โคยะ "อะไรล่ะ"

    โคยะถามที่ผมพึมพำไปเมื่อกี้กลับมา พลางปิดประตูตู้เย็น
    ที่มือถือกระป๋องน้ำผลไม้2กระป๋องอยู่

    โคยะ "เอ้า"

    แล้วก็โยนมาให้ผมกระป๋องนึง

    "โอ๊ะโอ๊ะ! ขอบใจ"

    เพราะอยู่ๆก็โยนมากะทันหัน ก็เลยรับไม่ทัน

    โคยะ "แล้ว ที่ว่านึกไม่ถึงนี่คือ?"

    "เปล่าๆ แค่คิดว่า เก็บกวดห้องไว้ดีกว่าที่คิดแฮะ น่ะ"

    โคยะ "อ้อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ
    ก็นะ ก็อย่างที่เห็นแหละว่าห้องมันไม่ได้กว้างอะไร
    ถ้าปล่อยทิ้งไว้แป๊บเดียวก็แทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว"

    "เห... งั้นปกติแล้ว เวลาทำความสะอาดนี่ ก็ต้องให้เนี้ยบเหมือนกันเลยสิ"

    โคยะ "ก็อยู่คนเดียวนี่นะ"

    "งี้นี่เอง"

    ผมพูดไปพลางสำรวจรอบๆห้องไปอีก
    แล้วก็สังเกตเห็นบางอย่าง

    "...เออนี่ นิตยสารที่กองอยู่ตรงนั้นน่ะ
    หมายเลขเล่มมันเรียงกระจายๆกันอยู่ไม่ใช่น้อยเลยนะ"

    "พอดูที่เล่มของเดือนกุมภา ข้างบนก็เป็นของเดือนกรกฎา
    แล้วก็เป็นของเดือนมกราเนี่ย"

    "ไหงเป็นงั้นซะล่ะ?"

    โคยะ "...เอ่อ คือ"

    โคยะเริ่มออกอาการกระอักกระอ่วนอย่างน่าสงสัย

    โอ๊ะโอ อย่าบอกนะว่านี่ครือ?

    "ปกติถ้าจัดเก็บแล้วเอามากองไว้แล้ว
    ผมว่ามันก็น่าจะเรียงตามลำดับดีๆนา"

    "ถึงนานๆจะหยิบมาอ่านที ก็คงไม่เรียงมั่วขนาดนี้มั้ง?
    น่าจะเรียงตามหมายเลขมากกว่านี้นะ"

    โคยะ "...น่า ดื่มๆน้ำไปเหอะน่า"

    "นี่หรือว่า โคยะ...
    อุตส่าห์เก็บกวาดให้ เพราะผมจะมาเนี่ย?"

    โคยะ "รีบๆดื่มซะตอนมันยังเย็นๆอยู่นี่จะดีกว่านะ
    หายเย็นแล้วจะไม่อร่อยเอานา"

    "เกินคาดแฮะ โคยะนี่ก็เป็นพวกขี้อายเหรอเนี่ย?"

    โคยะ "ดื่มๆไปเหอะน่าา"

    "ค้าบ"

    พอโดนผมแหย่เข้าให้ โคยะก็ปี๊ดแตก
    แล้วกระดกน้ำผลไม้กระป๋องเข้าไป

    อาการแบบนี้ ดูไปดูมาก็น่ารักดีแฮะ
    แม้แต่โคยะที่ดูเหมือนจะเท่ ก็มีด้านนี้กับเค้าเหมือนกันเน้อ

    "...จะว่าไปแล้ว ริวตะ ถุงนั้นอะไร?"

    โคยะชี้ไปที่ถุงผักที่ผมวางเอาไว้กับสัมภาระ พยายามทำเป็นมาดนิ่ง

    "โอ๊ะโอ เกือบลืมไปเลย
    คุณยายให้ผักมาน่ะ ให้เอามาเป็นของฝาก
    เอ้าฮึบ"

    โคยะ "โทษทีนะ ต้องให้มาเอาใจใส่แบบนี้"

    ผมดึงถุงเข้ามา แล้วก็เช็คดูข้างในกัน2คน

    "แครอท หัวหอม มันฝรั่ง..."

    เอิ่ม? คลับคล้ายคลับคลาว่าไอ้นี่มัน...

    โคยะ "ไรกัน ไอ้แบบนี้มันก็ ไอ้นั่นสินะ?"

    เหมือนโคยะเองก็คิดแบบเดียวกัน

    "อืม ของทำแกงกะหรี่สินะ ดูยังไงก็ใช่"

    โคยะ "จะบอกว่า ข้าวเย็นวันนี้จะให้กินแกงกะหรี่กันเรอะ?"

    "เปล่าๆๆ คิดว่ายายแกคงไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นหรอก...
    อาจจะเป็นเนื้อต้มมันฝรั่งก็ได้มั้ง?"

    โคยะ "ก็พอกันทั้งสองอย่างไม่ใช่เร้อ..."

    โคยะ "แต่ก็นะ กำลังดีเลย
    ซื้อเนื้อกับผงแกงมาไว้พอดี วันนี้ก็เอาเป็นแกงกะหรี่ก็แล้วกัน
    ได้เวลาแล้วด้วย จะทำเลยมั้ย"

    "อ๊ะ งั้นผมช่วยด้วย"

    โคยะ "เอางั้นเหรอ? โทษทีนะ งั้นช่วยหน่อยนะ"

    หยิบถุงขึ้นมา แล้วยืนหน้าครัวกับโคยะ2คน

    โคยะ "เออจะว่าไป ผ้ากันเปื้อนก็มีแค่ของชั้นผืนเดียวเองนี่นะ
    จะใช้มั้ย ริวตะ?"

    "ไม่เป็นไรๆ"

    โคยะ "อืม งั้นชั้นใส่เองละกัน"

    โคยะก็หยิบเอาผ้ากันเปื้อนจากกำแพงฝั่งข้างๆมาใส่

    "(น...นี่มัน...!)"

    ผ้ากันเปื้อนสีโทนเขียวนั่น
    โคยะคงซื้อมาให้เข้ากับตัวเองละมั้ง
    ดูเหมือนจะไซส์มันจะใหญ่กว่าผ้ากันเปื้อนปกติด้วย

    พอโคยะสวมไป ก็กลายเป็นว่า มันบังเสื้อกล้ามที่ใส่อยู่มิดเลย
    ถ้าไม่มองที่ขา นี่มันยังกับใส่แค่ผ้ากันเปื้อนผืนเดียวอยู่ชัดๆ

    ผมเห็นแบบนั้นน่ะนะ
    อืม ชัดเจน
    ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นแบบนั้น

    เฮ้ยๆๆๆ พออิมเมจิ้นเข้าไป
    ข้างในหัวก็เริ่มจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เข้าให้แล้วสิ

    น... นี่มันอะไรกันนี่!?
    กล้องขรับ ถ่ายไม่ได้นะขรับภาพนี้!
    นี่มันเห็นได้เฉพาะตาผมคนเดียวขรับ!

    ก็แบบ นั่นไง นั่นน่ะ!
    อ... อนุญาตให้รับได้เฉพาะเสียง ขอให้สนุกนะขรับ...!

    โคยะ "เป็นไร ริวตะ? เหม่ออะไรอยู่"

    "เอะ!? อ เปล่า คือ... ผ้ากันเปื้อนสุดยอดเลยเนาะ..."

    โคยะ "หืม? อะไรน่ะ?"

    "เปล่าๆ พูดกับตัวเอง..."

    ไม่ได้ๆ คิดบ้าอะไรของผมอยู่เนี่ย
    ใจเย็นๆ ใจเย็นไว้พี่น้อง
    ทิ้งกิเลสไปเสียเถิดโยม

    ...เอาล่ะ OK

    แต่ตากล้อง อยู่งั้นไปก่อนนะครับ

    "เอาล่ะ ให้ผมทำอะไรดี?"

    โคยะ "นั่นสิ...
    งั้นวานปอกมันฝรั่งหน่อยละกัน
    เดี๋ยวชั้นจะทำสลัดเพิ่ม"

    "อื้ม ได้เลย"

    แล้วผมก็หยิบมันฝรั่งออกมาจากถุง
    เอามีดปอกเปลือกไปตามสั่ง

    โคยะก็ยืนข้างๆ เอาพวกผักกาด มะเขือเทศ ทูน่ากระป๋องมา ทำสลัดแบบง่ายๆ

    ดูๆแล้ว เหมือนจะทำจนชินมือแล้วล่ะ

    ...อ่า ตากล้องครับ ได้แล้วล่ะครับ
    เตรียมฟิลเตอร์ให้เรียบร้อยแล้วครับ

    "งั้นเหรอ
    เพราะอยู่คนเดียวเลยต้องทำอาหารเอาเองสินะ?"

    โคยะ "ก็งั้นแหละ ยิ่งถ้าทำดีๆก็ไม่ค่อยเปลือง เลยทำกินเองบ่อยเลยล่ะ
    แต่ก็ทำได้แค่แบบง่ายๆเท่านั้นแหละ"

    "เห... นึกไม่ถึงอีกและ
    นึกว่าจะเป็นอารมรณ์ประมาณว่ากินพวกอาหารสำเร็จรูปเอาซะอีก"

    โคยะ "ตัวชั้นในหัวนายเนี่ย มันเป็นแบบไหนกันไม่ทราบ?"

    "พอพูดแบบนี้แล้วก็นะ... อืม....."

    ---A. พวกดิบๆ---

    "อืม ก็ประมาณ พวกดิบๆหยาบๆ อะไรประมาณนั้นล่ะมั้ง"

    โคยะ "อา ก็โดนว่าแบบนั้นอยู่บ่อยๆล่ะนะ
    พูดจาไม่ค่อยเข้าหูใคร ก็คงเห็นกันยังงั้นละมั้ง"

    โคยะ "ถึงจะพยายามระวังอยู่ก็เหอะ"

    โคยะยิ้มแห้งๆออกมา ขณะที่สองมือก็ทำอาหารต่อไป

    "แต่ผมว่าโคยะก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่นี่ดีแล้วล่ะ
    สมเป็นโคยะดีออก"

    โคยะ "เหรอ แต่ชั้นว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกมั้ง"

    "ไม่หรอก
    ผมว่าโคยะก็เท่ดีออก"

    ...ชะอ้าว ปากพล่อยอะไรไปล่ะเนี่ย ผม

    พูดออกไปแล้วก็รู้สึกอาย
    รู้สึกตัวดีว่าหน้ามันร้อนๆ แล้วคงหน้าแดงไปแล้ว

    โคยะ "อ่า... เอ่อ... ขอบใจ"

    พอหันไปดู ก็รู้สึกเหมือนว่า โคยะเองหูด้านในก็ออกสีแดงๆ

    "ย ยังไงก็เถอะ!
    ผมว่าโคยะเป็นอย่างที่เป็นนี่แหละ ดีแล้วล่ะ!"

    โคยะ "น นั่นสินะ...
    ยังไงชั้นก็เป็นชั้นนี่นะ"

    "ช ใช่ๆ!"

    โคยะ "อา..."

    "..."

    หลังจากนั้น ก็ไม่มีบทสนทนาอื่นใดไปจนกระทั่งแกงเสร็จ

    กับข้าวมื้อเย็น เตรียมเสร็จไว้ได้เร็วกว่าที่คิด

    ถึงข้างนอกก็ยังสว่างอยู่ ดูเวลาแล้วก็เร็วไปหน่อยสำหรับข้าวเย็น
    แต่ผมกับโคยะก็มานั่งโต๊ะอาหารด้วยกันแล้ว

    "ฟู่ ขอบคุณที่เลี้ยงครับ"

    พอกินคำสุดท้ายเข้าไป
    ผมก็พูดออกมาพลางประนมมือ

    โคยะกินเสร็จก่อนผมเล็กน้อย
    เอาจานชามไปวางที่ครัวแล้วกลับมาพอดี

    โคยะ "อา อร่อยมั้ย?"

    "อื้ม สุดยอด
    จริงๆแล้วโคยะก็ทำอาหารเก่งนี่นา"

    โคยะ "ไม่เกี่ยวหรอกมั้ง
    แกงกะหรี่น่ะใครทำก็รสเหมือนๆกันนั่นแหละน่า"

    "งั้นเหรอ?"

    โคยะ "ก็งั้นแหละ"

    โคยะเห็นที่ผมพูดเป็นคำยกเหรอ
    หัวเราะออกมาแบบเหน็บแนมกันด้วย

    ไม่ได้จะยออะไรสักหน่อย

    "เอาเถอะ ยังไงก็อร่อยดีนะ"

    โคยะ "งั้นก็ดีแล้วล่ะ
    อะ จานชามเอาไปวางไว้ในครัวนะ
    เดี๋ยวจะมาล้างทีหลัง"

    "ไม่เป็นไร ถ้าล้างจานล่ะก็ผมทำเองก็ได้
    ตอนทำแกงผมช่วยแค่ปอกมันฝรั่งเอง"

    โคยะ "...เอางั้นเหรอ?
    งั้น ฝากด้วยล่ะ ชั้นจะไปเตรียมอ่างอาบน้ำใว้"

    "อื้ม เอาตามนั้นก็แล้วกัน"

    โคยะ "อาบด้วยกันมั้ย?"

    "อื้... เหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห!?"

    เกือบไปแล้ว! เกือบจะตอบไปว่า"อื้ม"อยู่แล้วนะเนี่ย!?

    ไม่สิ ก็ไม่เลวหรอก! เอางั้นก็ไม่เลวหรอก!?
    แต่อีหรอบนี่มันจะไม่ ดฟหกาสด่ฟหกด เหรอ!?

    "เอะ... เอาจริงง่ะ?"

    โคยะ "เปล่า ล้อเล่น"

    ...ใช่ม้า...

    "...อ่า ผมไปล้างจานก่อนละกัน"

    "โอ้ ฝากด้วยล่ะ"

    ผมยืนขึ้น แล้วก็เอาจานที่ตัวเองใช้ไปวางไว้ในครัว
    แล้วก็หยิบฟองน้ำมาทั้งๆยังงั้น

    "เอาล่ะ เอาให้เอี่ยมเลย!"

    ปกติแล้วอยู่ที่บ้านไม่ค่อยได้ทำแบบนี้หรอก
    เพราะคิดว่าตัวเองไม่ค่อยเก่ง

    แต่เรื่องล้างจานเนี่ยก็ได้ตั้งแต่ประถมแล้วนี่นะ
    พอล้างๆไปจานก็กลับมาสะอาดเหมือนเดิม

    ผ่านไปหลายนาที จานชามสำหรับ2คนก็สะอาดวับ
    แล้วก็เรียงอยู่ในตะแกรง

    "ฟู่ ถ้าผมทำก็ทำได้นี่เนอะ"

    โคยะ "แต่ก็นะ เด็กประถมก็ทำได้แหละ ไอ้ล้างจานเนี่ย"

    โคยะที่มาอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พึมพำออกมา

    "...คือ ช่วยอย่าพูดความจริงที่ลืมไปแล้วได้มั้ยเนี่ย
    มันเจ็บลึกๆในใจน่ะ"

    โคยะ "โทษทีละกัน"

    "อ่างอาบน้ำล่ะ?"

    โคยะ "ซัก10นาทีก็คงร้อนได้ทีแล้วล่ะ
    เพิ่งใช้ซักผ้าไปเมื่อไม่นานนี้เอง
    กำลังเตรียมน้ำร้อนอยู่

    "เหรอ"

    โคยะ "อา นั่งดูทีวีกันมั้ย
    มีเรื่องอยากจะคุยด้วยเพียบเลย"

    หลังจากพูดออกมาแล้วลูบหัวผม
    โคยะก็เดินไปที่ห้องนั่งเล่น

    ผมก็ออกมาจากครัว เดินตามไปทีหลัง

    "...นั่นสินะ ไม่ได้กลับมาซุยโกตั้งหลายปีแล้วนี่นะ"

    เรื่องตอนที่ย้ายบ้าน จนวันนี้ผมยังคงจำได้ดี

    ----
    ที่หน้าบ้านของผม

    ทุกคนมารวมตัวกัน ร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย

    ทุกคนทำหน้าเศร้าและเหงา
    แต่ผมก็ยิ้มออกมาท่ามกลางบรรยากาศเช่นนั้น

    "ไม่เป็นไร ต้องได้เจอกันอีกแน่นอน"

    ผมยิ้มออกมา แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง

    แต่จริงๆแล้ว ตัวผมเอง
    ก็ไม่อยากจากทุกคนไปเลย

    ที่ว่าจะได้เจอกันอีก ก็เป็นเรื่องหลังจากนี้อีกนานแสนนาน
    ผมอึดอัดเหลือเกินว่า
    ความจริงแล้ว อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยก็ได้

    แต่ถ้าผมร้องไห้ออกมา
    ก็จะทำให้ทุกคนพลอยเศร้าไปด้วย ผมรู้ดี

    ผมก็เลยอดทน

    และตอนที่รถพาผมไปนั่นเอง

    "อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!"

    ผมก็ร้องออกมาสุดเสียง
    ----

    "ทิวทัศน์สุดท้ายของหมู่บ้านซุยโกที่ผมเห็นในตอนนั้น..."

    "พอมาดูอีกทีตอนที่กลับมา
    รู้สึกเหมือนมันมีอะไรๆ เปลี่ยนไปหลายอย่างเลยนะ"

    โคยะ "เร้อ?
    สำหรับชั้นจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ ก็เห็นเป็นแค่บ้านนอกธรรมดาๆนี่ล่ะน้า"

    โคยะขมวดคิ้ว เหมือนกับจะสงสัย
    ว่ามันมีอะไรเปลี่ยนไปตรงไหนเหรอ ทำนองนั้น

    "ที่ไม่เปลี่ยนไปเลย ก็มีอยู่เยอะนะ
    แต่มันก็เปลี่ยนไปแล้วแหละ
    ทั้งบรรยากาศของหมู่บ้าน นอกจากนี้..."

    "ทุกคน ก็เปลี่ยนไปเยอะเลย"

    ผมมองโคยะตรงๆ แล้วพูดออกมา

    ถึงมันจะเป็นเรื่องธรรมดา
    แต่ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องสำคัญ

    สิ่งที่ผมเสียดายก็คือ ผมไม่อาจอยู่ด้วยกันกับพวกเขาได้เลย

    โคยะ "ริวตะ..."

    โคยะเรียกชื่อผมอย่างอ่อนโยน
    ราวกับว่าสัมผัสถึงความรู้สึกของผมได้

    "แต่โคยะนี่เปลี่ยนไปมาที่สุดเลยเนอะ
    ตกใจหมดเลย ที่มาอยู่คนเดียวเนี่ย"

    โคยะ "ก็นะ"

    "อ๊ะ จะว่าไป ทำไมถึงมาอยู่คนเดียวล่ะ?
    เพราะบ้าน ไม่ได้ไกลจากที่นี่เท่าไหร่เหรอ?
    หรือว่าย้ายออกมา?"

    คำพูดของผมลอยหายไปในอากาศ

    ขณะเดียวกัน โคยะก็ยิ้มออกมาอย่างอึดอัดใจ

    โคยะ "อา... เปล่าหรอก ชั้นแค่หนีออกจากบ้านมาน่ะ
    ชั้นทะเลาะกับพ่อ ตอนจะขึ้นม.ปลาย"

    โคยะ "เพราะทะเลาะกันแล้วหนีออกมา
    จริงๆทีแรกกะจะไปอยู่ที่ฟูเมเลยด้วยซ้ำ
    แต่ค่าเช่าบ้านที่นั่นกับที่นี่ ต่างกันคนละโลกเลยนี่สิ"

    โคยะ "ก็มีหลายต่อหลายคนมาช่วยเหลือ
    จนสุดท้ายก็ได้เข้ามาอยู่ที่นี่นี่แหละ"

    เขาพูดเรื่องสะเทือนใจแบบนั้นออกมา อย่างเบาๆ

    ด้วยความตกใจ ผมเลยส่งเสียงพูดอะไรไม่ได้เลย

    โคยะ "นี่นี่ ไม่ต้องช็อคถึงขนาดพูดอะไรไม่ออกแบบนั้นก็ได้น่า"

    "แต่ ก็มัน..."

    พอตั้งสติได้อีกครั้ง
    สิ่งที่พูดออกไปได้ ก็คือคำพูดตะกุกตะกักขาดตอนแบบนี้เท่านั้น
    ในหัวเหมือนมีหมอกคลุม จนไม่สามารถคิดอะไรต่อไปได้เลย

    โคยะ "...โทษทีที่ไม่ได้บอกอะไร
    พยายามจะไม่ให้คนอื่นต้องมาใส่ใจแบบพิลึกๆเท่านั้นแหละ
    แต่ดูเหมือนจะได้ผลตรงกันข้ามนะ"

    "โคยะ..."

    เราจะพูดอะไรออกไปดี
    เราควรจะส่งเสียงออกไปยังไงดี
    ผมหาคำพูดดีๆไม่เจอเลย

    คนอย่างผม จะพูดอะไรให้เขาได้เหรอ

    ผมไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว

    โคยะ "เอ้าๆ เรื่องหม่นหมองก็เอาไว้แค่นี่แหละ
    ชั้นก็ไม่ค่อยชอบเรื่องแบบนี้เท่าไหร่หรอกนะ
    น้ำก็คงร้อนได้ที่แล้วด้วย ริวตะเข้าไปอาบก่อนเลย"

    ผมมีอะไรจะพูดออกไปแท้ๆ
    แต่ในตอนนั้น ผม

    "อือ..."

    ทำได้แค่เพียงหยักหน้าเท่านั้นเอง


    แก้ไขล่าสุดโดย Akabane เมื่อ Sun Sep 25, 2011 6:51 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Sun Sep 25, 2011 3:57 am

    อ่านเพลินดี สุขใจ thx
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Mon Sep 26, 2011 9:07 am

    (คำเตือน : ยาวตรัสๆ ยัดเวิร์ด ฟอนท์อังสนา14 ได้56หน้า (เพราะเอ็งเว้นบรรทัดเยอะ))

    21/8 - part 1

    Spoiler:
    ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก...

    ขณะที่กำลังนอนสะลึมสะลืออยู่นั่นเอง ผมก็ได้ยินเสียงเบาๆน่ารำคาญหูดังมา
    คงเป็นเสียงเข็มนาฬิกา ดังเป็นจังหวะติ๊กต่อกๆจนผมตื่น

    "อือ..."

    พอลืมตาขึ้นมา ก็เจอกับทัศนียภาพที่ไม่คุ้นตา ต่างออกไปจากทุกที

    ผมรู้สึกหวั่นใจไปวูบนึง
    แต่หลังจากนั้นเพียงแว้บเดียวความทรงจำก็กลับมา
    ใจที่เต้นโครมครามก็สงับลงในทันที

    "จริงด้วย ผมมาค้างที่บ้านโคยะนี่นา..."

    แสงที่ลอดผ่านมาระหว่างผ้าม่าน ส่องห้องให้สว่างเล็กน้อย
    ถ้าดูจากความสว่างของมันแล้ว ตอนนี้ก็คงยังเช้ามากอยู่

    และพอผมหันไปมองทางเสียงเบาๆที่ได้ยิน ก็เห็นเข็มสั้นชี้ลงไปด้านล่าง

    6นาฬิกา 32นาที...
    แม้แต่ตัวผมเองก็ยังตกใจ ว่าตื่นเช้ามากเลยทีเดียว

    กะว่าไหนๆ ก็ตื่นแล้ว ลุกขึ้นมาทำอะไรซะหน่อยดีกว่า
    แต่ถ้าผมตื่นล่ะก็ คงจะไปปลุกโคยะเข้าให้แน่ๆ

    แบบนั้นคงไม่ดีแน่ ผมก็เลยมุดกลับเข้าไปในฟูก

    ...คงไม่ได้ทำให้รำคาญหรอกใช่มั้ย?

    แต่คุดคู้อยู่ในฟูก ไม่ได้ทำอะไรนี่
    ไม่ค่อยจะสนุกเลยแฮะ

    เอาจริงๆถ้าให้พูดชัดๆเลยก็คือว่างแบบสุดๆ

    ถ้าม่อยหลับไปได้อีกทีก็คงจะดีไม่ใช่น้อย
    แต่ผมก็ไม่รู้สึกง่วงเลยซักนิดเดียว

    "ทั้งที่เมื่อวานอยู่จนดึกดื่นขนาดนั้นแท้ๆน้า..."

    แต่ความจริงแล้ว แทนที่จะพูดว่าอยู่จนดึก พูดว่านอนไม่หลับน่าจะถูกกว่า

    พอเลยเที่ยงคืนแล้ว ผมก็ห่มฟูกจะนอน
    แต่หลังจากนั้นก็เอาแต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

    "โคยะ..."

    โคยะที่หนีออกจากบ้านมา

    ไม่ว่าผมจะดูยังไง ก็เหมือนเขาจะไม่มีปัญหาอะไร
    แต่ เรื่องนั้นมันก็วนเวียนอยู่ในหัว สลัดออกไปไม่หลุดเลย

    "ผม จะอยู่ที่นี่ดีแน่รึเปล่านะ..."

    อยู่ดีๆก็เกิดกังวลใจขึ้นมาแบบนี้

    ที่ว่าหนีออกจากบ้านมา
    ยังไงๆก็คงไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรจากพ่อแม่อีกแล้วแน่นอน
    ยังไงๆก็คงต้องทำงานพิเศษหรืออะไรสักอย่างเพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ได้

    เรื่องแบบนั้น ถึงไม่ได้คิดอะไรก็เข้าใจดีว่ามันลำบาก

    "ถ้าไม่ได้รบกวนเค้าก็คงดีอยู่หรอก..."

    พอคิดเรื่องแบบนั้นมากๆเข้า
    มันก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

    แต่ถ้าตอนนี้ อยู่ๆไปบอกว่า"ผมกลับดีกว่า"ขึ้นมาล่ะก็
    โคยะคงไม่"อ๋องั้นเหรอครับ"แล้วปล่อยไปเฉยๆแน่ๆ

    ยิ่งกว่านั้น คงทำทำร้ายความรู้สึกของโคยะแน่นอน

    [ชั้น อยากให้นายมาค้างที่บ้าน
    ถ้านายไม่ว่าอะไรน่ะนะ
    หรือว่า... ไม่ชอบ?]

    สำหรับโคยะแล้วก็คงถือว่าแปลกได้ ที่พูดแบบนั้นออกมา แล้วให้ผมมาค้างด้วย
    "ถ้าชั้นคิดว่านายมาแล้วมีปัญหา ก็คงไม่พูดออกมาแต่แรกหรอกน่า"
    ถ้าเป็นโคยะ คงตอบมาแบบนี้แหละ

    ...อื้ม คงงั้นแหละ

    แล้วผมก็หันมามองที่ข้างเตียง มองไปที่โคยะ

    สงสัยจะกลิ้งตัวมาละมั้ง
    ใบหน้าที่แลดูแข็งแกร่งของโคยะที่นอนหลับตาพริ้ม กำลังหันมาทางนี้
    แม้แต่ตัวผมที่นอนกลิ้งอยู่บนฟูกที่ปูราบกับพื้น ก็เห็นได้ชัดเจน

    ทีแรกโคยะกะจะให้ผมนอนเตียงแล้วด้วยซ้ำ
    แต่ให้คนที่มาอยู่ฟรีๆแบบนี้ยืมเตียงนอนอีก ผมคงรู้สึกผิดจนอยากตายขึ้นมาเลยล่ะ

    โคยะกำลังนอนหลับ ท่าทางสบายอารมณ์
    นอนหายใจรดมาถึงผมเลย

    ...เอาเถอะ ขอค้างต่ออีก2วันก็แล้วกัน

    ถ้าให้ผมอยู่ที่นี่ได้ ผมก็อยากอยู่ล่ะนะ
    เพราะงั้นขออยู่ต่อก็แล้วกัน

    พอเห็นหน้าโคยะแล้ว ก็เหมือนจะตัดสินใจได้แบบนั้น

    มาตอนนี้ เริ่มจะคิดแล้วว่าตัวเองที่กังวลกับเรื่องแบบนั้นเนี่ย
    มันยังกับคนบ้าเลย

    ก็บ้าจริงๆล่ะนะ
    กลุ้มใจเรื่องอะไรแปลกๆอีกแล้ว โคยะก็คงพูดออกมาประมาณนี้แหละ

    พอคิดแบบนั้นก็รู้สึกว่ามันน่าขำ แล้วก็หัวเราะคิกคักออกมา

    แล้วผมก็สบตากับโคยะที่ตื่นแล้ว

    โคยะ "มองคนอื่นนอนแล้วยิ้มอะไรของนายเนี่ย..."

    โคยะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงง่วงๆ
    อยู่ๆเจอแบบนี้กะทันหัน ผมเลยสะดุ้งเล็กน้อย

    "ป เปล่าซักหน่อย..."

    โคยะ "งั้นแล้วยิ้มทำไมล่ะนั่น?"

    "อืม... ก็โคยะนอนละเมอนี่
    ว่า[หยุดนะ ตรงนั้นมัน... อย่าจับนะ]
    แบบนี้น่ะ"

    โคยะ "มั่วละเหอะ คิดสดๆเมื่อกี้เลยใช่มั้ย นั่นน่ะ"

    โคยะพูดทิ้งท้าย แล้วก็ลุกขึ้นมา จากนั้นก็บิดขี้เกียจ1ที

    โคยะ "อึ๊บ...ฮ่าาาา..."

    "ท่าจะง่วงนะ โคยะ"

    โคยะ "ก็นะ เช้าๆแบบนี้ก็ปกติแหละ"

    "แต่โคยะเนี่ย ก็ตื่นเช้ากว่าที่คิดนะ ยังไม่ทัน7โมงเลย
    หรือว่าผมไปปลุกรึเปล่า?"

    ผมออกมาจากฟูก แล้วเดินไปเปิดม่าน
    แสงจางๆที่ลอดผ่านมา สะท้อนไปทั่วห้องในชั่วพริบตา

    วันนี้ก็ อากาศแจ่มใส

    โคยะ "เปล่าๆ ไม่หรอก...
    อา... โทษที ลืมบอกเรื่องสำคัญไปเลย"

    "เอ๊ะ อะไรเหรอ?"

    โคยะ "ก็กะจะบอกไว้ก่อนแล้ว ว่าอยู่คนเดียวไปก่อนนะ
    เพราะวันนี้ชั้นต้องทำงานพิเศษน่ะ 9โมงถึงบ่าย3"

    "เอ๋ จริงง่ะ?"

    โคยะ "โทษที...
    แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้ก็ได้หยุดพักนึงน่ะ
    เพราะงั้นวันนี้เลยต้องออกไปทำงาน"

    "อืมม เอาเถอะ ก็ช่วยไม่ได้นี่
    โคยะเนี่ย อยู่คนเดียวคงลำบากน่าดู"

    โคยะ "คิดงั้นก็ขอบใจ
    ตอนที่ชั้นไม่อยู่ก็เชิญตามสบาย
    จะทิ้งกุญแจสำรองไว้ให้ ถ้าจะออกไปข้างนอกก็ใช้ได้นะ"

    "โฮะโฮ่ ถ้างั้นขอสำรวจห้องให้ทั่วเลยละกัน
    จะคุ้ยหาหนังสืออย่างว่าของโคยะหน่อยก็ไม่ว่ากันสินะกรั๊บ"

    โคยะ "ตามสบาย แต่จะหาเจอรึเปล่าไม่รู้ด้วยนะเออ?"

    โคยะที่ทำหน้านิ่งเหมือนทุกที สวนผมมาได้อย่างสวยงาม

    ชิ ถ้าลุกลี้ลุกลนพูดว่า"อย่าเชียวนะ"ล่ะก็
    จะกลายเป็นยอมรับกลายๆว่ามีหนังสือแบบนั้นจริงๆให้หนุกหนานเล่นอยู่แล้วแท้ๆเชียว...!

    "ฮึ ฮื้อ! งั้นผมทำจริงๆด้วยนา!"

    โคยะ "ก่อนหน้านั้น กินข้าวเช้าก่อนมั้ย
    ไม่มีเวลาว่างมาให้มานั่งเอกเขนกนะ"

    แล้วโคยะก็ลงมาจากเตียง เดินไปที่ครัว

    นี่เมินกันเฉยเลยเหรอ

    เอาเถอะ ไงก็ช่าง...

    "แล้ว ข้าวเช้าวันนี้คือ?"

    ผมเปลี่ยนเรื่องคุย หันไปถามโคยะที่กำลังเตรียมของอยู่ในครัว
    ...ถึงยังไงๆจะเดาได้อยู่แล้วก็เถอะ

    โคยะ "หืม?
    ถึงจะไม่ค่อยอยากนักก็เหอะ แต่ก็หม้อเดียวกับข้าวเย็นเมื่อวานนั่นแหละ?"

    "นั่นสิเน้อ"

    พอพูดเสร็จ โคยะก็เอาหม้อแกงไปตั้งไฟ

    ------

    โคยะ "งั้น ไปละนะ"

    "อื้ม ตั้งใจทำงานนะ"

    โคยะ "โอ้"

    ผมไปส่งโคยะที่หน้าประตู เหมือนพวกคู่รักข้าวใหม่ปลามันยังไงยังงั้น

    โคยะชูมือขึ้นเบาๆ ตอบคำพูดผม
    หลังจากนั้นก็เหลือแต่เสียงประตูปิด

    แล้วก็เหลือผมอยู่คนเดียว

    "เอาละ จะทำยังไงดี..."

    ได้กุญแจสำรองมาตอนข้าวเช้า จะออกไปข้างนอกก็ได้

    "แต่ถึงยังงั้น ก็ไม่มีที่ไหนอยากจะไปเป็นพิเศษนี่นะ"

    แล้วก็นั่งกลุ้ม อือ~ อยู่คนเดียว

    ไม่มีอะไรทำจริงๆแฮะ

    "อืม...
    จะไปลองหาหนังสืออย่างว่าของโคยะดูหน่อยดีมั้ยนะ?"

    "ไม่ล่ะๆ แบบนั้นไม่ดีแน่"

    "อืมมม งั้นทำความสะอาดหน่อยก็แล้วกัน
    ระหว่างทำความสะอาด จะไปเจออะไรเข้า ก็บังเอิ๊ญบังเอิญเนอะ?"

    "ก็น่าจะเป็นยังงั้น...
    แต่มันจะเลวไปหน่อยมั้ย?
    แล้วไปยุ่งกะห้องเค้าโดยพลการมันจะดีเหรอ"

    "ไม่เป็นไรหรอก ถ้าไม่ได้เปลี่ยนที่วางของ ก็คงไม่เป็นไรหรอก
    อีกอย่างเมื่อวานก็เก็บกวาดแบบลวกๆด้วย
    ช่วยจัดการซักหน่อย มันก็เป็นเจตนาดีแหละเนอะ เจตนาดีๆ"

    "ไม่สิ แต่..."

    "เลิกบ่นได้แล้วน่า
    เอาล่ะ ในเมื่อจะเอายังงั้น น้ำขึ้นให้รีบตักเนอะ"

    อะ เหมือนจะโดนดึงเข้ามาข้างในหัวผมด้วยสินะครับ
    ยังไงก็อย่าใส่ใจไปเลยครับ

    "เอาเถอะๆ เรื่องอื่นไว้ก่อน
    ก่อนอื่น เริ่มเก็บกวาดห้องล่ะนะ"

    อื้ม ทำประโยชน์ให้โคยะได้พอดี
    เป็นไอเดียที่ดีจริงๆ

    ไม่ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไรแน่นอน อื้ม

    "เอ้า เริ่มเลยก็แล้วกัน"

    ต้องให้เสร็จก่อนเที่ยง เอาล่ะ เริ่มงานได้
    จะเจออะไรมั้ยน๊า...

    ............
    ......

    "ม ไม่มีเลย..."

    บ้าน่า เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

    แต่ก็ไม่เจออะไรเลยจริงๆ

    ทำความสะอาดมาจนถึงตอนนี้ก็ปาไปกว่า3ชั่วโมงแล้วแท้ๆ...
    นาฬิกาก็ชี้เวลาว่าเกินเที่ยงไปแล้ว

    ทำมันจนแถวๆนี้สะอาดแวววับแล้วเนี่ย
    ใสปิ๊งๆเลย

    "หนอย... ไม่มีได้ไง...
    ไม่มีได้ไง เรื่องแบบนั้นไม่มีทางง!"

    กำหมัดยืนกรานอยู่คนเดียว

    "ก็นี่มันห้องโคยะนะ!?
    ทำไมไม่เจออะไรเลยซักอย่างเลย?
    มันแปลกๆแล้ว แบบนี้!"

    ผมรู้สึกเจ็บใจอย่างไม่มีเหตุผล

    "ฮึ่ยย เจ้าโคยะ
    ใช้ลูกไม้อะไรของ..."

    และตอนนั้นเอง เรื่องที่คุยกันเมื่อเช้าก็แว้บเข้ามาในหัว
    [ตามสบาย แต่จะหาเจอรึเปล่าไม่รู้ด้วยนะเออ?]

    "ม ไม่จริงน่า..."

    แต่จะหาเจอรึเปล่าไม่รู้ด้วยนะ

    นึกว่าที่พูดแบบนี้เพราะมั่นใจว่าหาไม่เจอแน่ๆแท้ๆ...

    นี่หรือว่า...

    "หมายความว่า"ไม่มี"ตั้งแต่แรกแล้วเร้อออ!?"

    ถ้างั้นแล้วผมเสียเวลาไปตั้งหลายชั่วโมงทำอะไรอยู่กันเนี่ย

    "...กินข้าวละ"

    แล้วก็ถอนหายใจออกมาโดยไม่ได้คิดอะไร
    จากนั้นก็เดินไปที่ครัว

    และในตอนนั้นเอง

    ปิ๊งป่อง...

    เสียงอันคุ้นเคยที่บอกให้รู้ว่ามีแขกมาเยี่ยม ก็ดังก้องไปทั่วห้อง

    "หึย?"

    เพราะมันดังอย่างกะทันหัน ก็เลยเผลอส่งเสียงพิลึกๆออกมา

    "อ เอาไงดี..."

    ไม่เคยนึกมาก่อนเลยแฮะ ว่าจะมีแขกมาหา

    สถานการณ์แบบนี้ ก็ควรออกไปรับใช่มั้ยนะ?
    แต่มันจะดีรึเปล่าหว่า?

    ปิ๊งป่อง...

    ขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดอยู่ เสียงออดก็ดังขึ้นอีกครั้ง

    "ถ้าเป็นเรื่องด่วน ก็คงต้องไปเนอะ..."

    แน่ล่ะ เวลาเฝ้าบ้านแบบนี้ ก็ควรออกไปรับเผื่อไว้หน่อยแหละ

    ปิ๊งป่อง...

    "คร้าบบบ!"

    เมื่อข้างในหัวตัดสินใจได้เรียบร้อยผมก็เดินไปที่หน้าบ้าน

    แล้วก็เปิดประตูอย่างช้าๆ

    "คร้าบ ใครเหรอคร้..."

    และเพราะเจอคนที่คาดไม่ถึงว่าจะได้เจออยู่ที่หน้าห้อง
    ผมก็พูดอะไรต่อไม่ออกเลยทันที

    เขาทำสีหน้าตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
    แต่ผมมั่นใจว่าผมดูไม่ผิดแน่นอน

    ภาพของคนๆนั้นที่ยืนอยู่ต่อหน้า
    แทบจะไม่ต่างกับภาพที่อยู่ในความทรงจำของผมเลย

    ตอนที่ยังอยู่ที่ซุยโกนั้น ผมไปรบกวนเขาอยู่บ่อยๆทีเดียว

    ??? "...ริวตะ...คุง?"

    "คุณ ป้า..."

    คุณแม่ของโคยะ คุณคาสึมินั่นเอง

    คาสึมิ "แหม จริงๆด้วย
    โตขึ้นเยอะเลยนะจ๊ะ
    ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยเนอะ"

    คาสึมิ "เจอคนที่น่าหวนคิดถึงแบบนี้ ตกใจหมดเลยนะ
    แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอจ๊ะ?"

    "ต้นสิงหาน่ะครับ
    พอดีว่า ปิดเทอมหน้าร้อนอยู่"

    คาสึมิ "เหรอ
    ไม่ได้กลับมาตั้งนาน คงคิดถึงน่าดูเลยสินะ"

    "ครับ
    ยังกับว่า เทียบกับตอนที่เคยอยู่แล้ว เหมือนเป็นคนละที่กันเลยล่ะครับ"

    คาสึมิ "อื้ม นั่นสิเนอะ"

    คุณคาสึมิยิ้มกับคำพูดของผม
    แล้วก็พยักหน้าเหมือนกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่

    แต่หลังจากนั้นเพียงชั่ววูบ
    ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่ซับซ้อน โดยไม่ได้พูดอะไร

    คาสึมิ "...แล้ว โคยะ...ไม่อยู่เหรอจ๊ะ?"

    "เอ๊ะ? อ่า ครับ ไม่อยู่ครับ
    ตอนนี้กำลังไปทำงานพิเศษ
    ผมมาค้างพอดีก็เลยอยู่เฝ้าบ้านให้ครับ"

    "กว่าจะกลับมาก็... คงอีกพักใหญ่ๆน่ะครับ"

    คาสึมิ "เหรอ...
    งั้น ถ้ากลับมาแล้ว ฝากส่งนี่ให้หน่อยนะจ๊ะ"

    พอคุณคาสึมิพูดเสร็จ ก็หยิบซองจดหมายสีน้ำตาลออกมา

    เขียนไว้ว่า[ถึงโคยะ]ด้วยลายมือที่เรียบร้อยสวยงาม

    "อ... ครับ ทราบแล้วครับ"

    คาสึมิ "ขอโทษนะจ๊ะ ริวตะคุง
    ฝากด้วยนะจ๊ะ"

    ผมรับซองจดหมายมา แล้วคุณคาสึมิก็เดินออกไป

    "..."

    อยู่ๆก็มีเรื่องกะทันหันประดังกันเข้ามา
    ผมก็ได้แต่ยืนงงอยู่ที่หน้าห้อง

    ...พร้อมถือจดหมายที่เพิ่งจะได้รับมาอยู่ในมือ

    ยาวมาก โพสท์เดียวเอาไม่อยู่
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Mon Sep 26, 2011 9:11 am

    21/8 part2

    Spoiler:
    โคยะ "เอ้า ข้าวผัดกับผัดผัก ได้แล้วนะ"

    "อืมม จะดูกี่ทีๆ โคยะเนี่ยก็เก่งจริงๆนะ
    สมแล้วที่อยู่คนเดียว"

    โคยะ "ไม่ต้องชมอะไรมากมายหรอกน่ะ
    อีกอย่างนายเห็นชั้นทำกับข้าวแค่2ครั้งเองนา"

    "จะกี่ครั้งก็ไม่เห็นเกี่ยวเลยนี่ ใช่มะ"

    โคยะ "เรอะ
    เอ้า ช่วยรีบๆยกไปที"

    "ทราบแล้วคร้าบ"

    แล้วผมก็ยกกับข้าวสำหรับ2คนไปวางไว้บนโต๊ะ ตามที่โคยะบอก

    นาฬกาที่เหลือบมองไปเห็นพอดี ก็ชี้บอกเวลาราวๆ6โมงกว่าๆ

    ถึงจะรู้สึกว่าเร็วไปหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรให้ทำฆ่าเวลา
    ก็เลยมากินข้าวเย็นกันเวลานี้กันเลย

    โคยะ "เอ้า รีบๆกินตอนร้อนๆอยู่นี่แหละ"

    "อื้อ ทานละนะคร้าบบ"

    โคยะ "อา ตามสบาย
    ...แต่ว่านะ ลุกมาทำความสะอาดแบบนี้
    จุ้นไม่เข้าเรื่องจริงๆนะนายเนี่ย"

    ตาของโคยะ เหมือนกำลังพูดว่า ออกไปข้างนอกซะก็ได้ไม่ใช่เหรอ

    "อือ... แต่ถึงจะออกไปข้างนอก
    มันก็ไม่มีที่ไหนอยากจะไปเป็นพิเศษนี่นา
    เลยคิดว่าทำความสะอาดซะหน่อยก็คงไม่เลว"

    โคยะ "ละไง คุ้ยหาหนังสือโป๊อย่างที่พูดไว้ตอนเช้าด้วยล่ะสิ?"

    อึ้ก

    จู่ๆโคยะก็ถามแบบแทงใจดำจังๆ ทำเอาหัวใจเต้นโครมครามเลยทีเดียว

    "...เอ้อ ข้าวผัดนี่
    ข้าวแยกเป็นเม็ดๆดีแบบนี้ อร่อยสุดๆเลยเนอะ"

    โคยะ "แล้ว เจอรึเปล่า คอลเล็คชั่นสมบัติลับของชั้นน่ะ?
    เอาไปวางกองรวมกับพวกนิตยสารน่ะ"

    "ขี้โม้ ไม่เห็นจะมีเลย ของแบบนั้น"

    โคยะ "นี่ไปคุ้ยมาจริงๆใช่มั้ย"

    "เงิบบบบบ แกล้งถามใช่มั้ยเนี่ย"

    โคยะ "แล้วจะมาติดกับทำไมเล่า..."

    โคยะมองมาทางผมด้วยสายตาสุดจะเอือมระอา

    ขอล่ะ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นได้มั้ย

    โคยะ "ให้ตาย..."

    "งือ... ขอโทดค้าบ..."

    โคยะ "เอาเถอะๆ รีบๆกินได้แล้ว"

    "อื้อ"

    โชคดีที่เปลี่ยนเรื่องได้สักที
    แล้วผมก็กินกับข้าวที่เหลืออยู่จนเกลี้ยง

    "ฟู่ ขอบคุณที่เลี้ยงครับ"

    โคยะ "อา ด้วยความยินดี"

    "ของวันนี้ก็อร่อยมากเลยเนอะ"

    โคยะ "ก็บอกไปแล้วไง ชมไปก็ไม่มีอะไรให้หรอกน่ะ"

    "เปล่าๆ ไม่ได้หมายความแบบนั้น...
    อ๊ะ เดี๋ยวผมเก็บจานชามไปล้างให้เหมือนเคยก็แล้วกัน
    ไม่สิ ให้ผมล้างเองเถอะ"

    โคยะ "นายเนี่ยก็สำนึกบุญคุณอะไรเพี้ยนๆเหมือนเดิมเลยนะ
    ไม่เห็นต้องใส่ใจขนาดนั้นก็ได้นี่"

    "อืม ก็ผมอยากนี่นา"

    โคยะ "ฮืม พูดแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ งั้นวันนี้ก็ฝากด้วยล่ะ"

    "ได้เลย"

    ผมโม้ออกมา แล้วก็ลุกขึ้นยืนจะเอาจานชามไปวางไว้ที่ครัว

    แล้วตอนนั้น ก็มีอะไรบางอย่างหล่นออกมาจากกระเป๋า

    "...อ๊ะ"

    มันก็คือ ซองจดหมาย1ซอง

    ซองจดหมายที่รับมาจากคุณคาสึมิเมื่อตอนเที่ยงนั่นเอง

    พอคุณคาสึมิยื่นมาให้ ผมก็เอามันเก็บใส่ไว้ในกระเป๋า

    ก็ไม่ใช่ว่าลืมไปแล้วหรอก
    ผมยังจำได้ดี
    แล้วก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรด้วย

    แค่ ทำใจส่งลำบากเท่านั้น
    แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษหรอก แม้แต่ตัวผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

    แค่มันส่งให้ไม่ได้เท่านั้นเอง

    โคยะ "หืม นั่น อะไรน่ะ?"

    "...เอ๊ะ? อา โทษที ส่งให้ช้าไปหน่อย
    รับมาไว้เมื่อตอนเที่ยงน่ะ เค้าบอกให้ส่งให้โคยะ"

    ผมพูดพร้อมยื่นมันไปให้โคยะ

    แล้วโคยะก็จ้องดูซองจดหมายนั้นด้วยสายตาประหลาดใจ

    โคยะ "จากใคร? ไม่ได้เขียนชื่อคนส่งไว้ด้วยเนี่ย"

    "...จากคุณป้าคาสึมิ
    เค้าไม่เปลี่ยนไปจากที่เคยเจอเมื่อก่อนเลยเนอะ"

    โคยะ "..."

    หน้าของโคยะ อยู่ๆก็เหมือนจะดูน่ากลัวขึ้นมาทันที

    สีหน้าที่ดูเยือกเย็น ราวกับว่าเป็นเครื่องจักรไม่มีจิตใจ

    ...แล้วก็ทำหน้าแบบนั้น อย่างที่คิดไว้จริงๆ

    โคยะที่หนีออกจากบ้านมา
    คุณคาสึมิที่แวะมาหา

    ไม่ว่าจะคิดยังไง สำหรับโคยะแล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์อะไรนักแน่นอน

    สาเหตุที่ผมส่งให้ไม่ได้ ก็คงเป็นเพราะเรื่องนั้นเอง

    "โคยะ..."

    โคยะเปิดซองจดหมายออกมา โดยไม่ตอบอะไรผมเลย

    เขาฉีกซองเปิดออกมา อย่างรุนแรงหน่อยๆ จากนั้นก็ตรวจดูข้างใน

    สิ่งที่อยู่ในนั้น คือกระดาษจดหมาย1แผ่น

    โคยะคลี่กระดาษแผ่นนั้นที่พับเป็น3ทบออก
    แล้วค่อยๆอ่านเนื้อความในจดหมายอย่างเงียบๆ

    เหมือนกับว่า ด้านหนึ่งมีอะไรเขียนเอาไว้อยู่เต็มไปหมด
    แต่จากตรงที่ผมอยู่ ผมก็ไม่เห็นเลย ว่ามันเขียนอะไรเอาไว้บ้าง

    โคยะ "..."

    โคยะก็ยังคงเงียบอยู่

    ผมรู้สึกว่าอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
    ก็เลยลุกเอาจานชามไปไว้ในครัว เพื่อเลี่ยงความรู้สึกนั้น

    จานที่ผมถืออยู่ ผมรู้สึกว่ามันหนักยิ่งกว่าตอนที่มีอาหารอยู่บนจานเสียอีก

    ราวกับว่ามันถูกบรรยากาศอันหนักอึ้งในห้องกดทับลงไปด้วย

    ผมเอง ก็อยากจะพูดอะไรให้โคยะบ้าง

    แต่ผมก็นึกคำพูดดีๆช่วยคลายบรรยากาศนี้ให้ไม่ออกเลย

    ตรงไหนสักแห่งในหัวใจ คงห้ามเอาไว้ว่าผมจะไปกวนเขา

    ผมรู้สึกว่า ตัวเองที่พูดอะไรออกมาไม่ได้เลยแบบนั้น มันน่าสมเพชเหลือเกิน จนรู้สึกสลดใจ

    "เฮ้อ..."

    ผมถอนหายใจเบาๆ แล้วเปิดก๊อกน้ำ

    และในตอนนั้นเอง

    *กรอบแกรบ*

    ผมได้ยินเสียงแบบนั้นดังมาจากทางโต๊ะอาหาร

    ผมหันไปดูว่ามันเป็นเสียงอะไร

    แล้วผมก็เห็นโคยะ ที่คงเพิ่งจะลุกขึ้นมา กำลังจัดชายเสื้ออยู่

    โคยะ "ชั้น จะไปซื้อของหน่อย
    รู้สึกเหมือนตู้เย็นมันเริ่มจะโล่งๆแล้ว"

    "อ...
    อืม ได้เลย ผมอยู่เฝ้าบ้านให้เอง"

    ...ไม่ใช่

    ผมไม่ได้อยากจะพูดแบบนั้นซักหน่อย

    แต่เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับโคยะ
    เพื่อไม่ให้ไปก่อปัญหาให้ ผมกลับเลือกที่จะพูดแบบนั้นออกไป

    แต่ ไม่ใช่สิ
    ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดแบบนั้นซักหน่อย

    แต่ก็นึกคำพูดอะไรไม่ออกเลย

    โคยะ "อา"

    แล้วผมก็ได้แต่มองหลังโคยะ โดยที่พูดอะไรออกไปไม่ได้อีกครั้งนึง

    สิ่งที่เหลืออยู่ในห้อง หลังจากประตูปิดลง
    ก็คือตัวผม และเสียงของน้ำที่ไหลอยู่เท่านั้นเอง

    ผมนึกขึ้นได้ แล้วก็ปิดก๊อกน้ำ
    จากนั้นเสียงก็เงียบลง

    "จะทำยังไงดี..."

    แล้วผมก็ถอนหายใจอีกครั้ง

    ปล่อยให้โคยะไปแบบนี้จะดีเหรอ

    ---A.ตามไป---

    ปล่อยให้โคยะไปดีมั้ย?

    ไม่หรอก ไม่มีทาง

    แต่ผมจะพูดอะไรออกไปดีล่ะ?
    ผมจะพูดอะไรให้เขาได้ล่ะ?

    ...ผมไม่รู้เลย

    "เรื่องแบบนั้น ผมไม่รู้หรอก..."

    แต่ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้

    "ยังไงก็ ต้องตามไป"

    ตอนนี้ จะปล่อยให้โคยะอยู่คนเดียวไม่ได้
    ผมคิดแบบนั้น

    ...ไม่สิ มันอาจจะไม่ใช่ยังงั้นก็ได้

    ผมคงอยากจะเป็นกำลังให้โคยะมากกว่า

    หลังจากคิดแบบนั้นแล้ว ผมก็หันไปที่หน้าประตู

    ระหว่างนั้นเอง...

    ผมก็เห็นกระดาษที่ถูกขยำเป็นก้อนกลมๆในถังขยะ
    และกระเป๋าสตางค์ที่ถูกลืมไว้บนเตียง

    คนที่ลืมกระเป๋าสตางค์แล้วออกไปซื้อของน่ะ ไม่มีหรอก

    สิ่งที่ผมเห็นก่อนจะออกจากห้อง ก็คือ กระเป๋าสตางค์ของโคยะ
    คนที่น่าจะไปซื้อของ จะวางของแบบนี้ทิ้งไว้แล้วออกไปได้ยังไง

    ถึงจะบอกว่าเผลอลืมทิ้งไว้ แต่กับโคยะคงเป็นไปไม่ได้หรอก

    ตัวผมเองเวลาจะออกจากห้อง ยังรู้ตัวเลย
    ไม่มีทางลืมทิ้งไว้แน่นอน

    ถ้างั้นแล้วทำไมมันถึงอยู่ในห้องล่ะ

    "ก็เพราะไม่ได้คิดจะไปซื้ออะไรแต่แรกแล้วไง..."

    ...แล้วโคยะไปที่ไหนล่ะ?

    ผมวิ่งไปทั่วหมู่บ้าน เพื่อตามหาโคยะ

    "ไม่อยู่..."

    "ที่นี่ก็ไม่..."

    แม้จะวิ่งไปจนทั่วแล้ว ผมก็ยังคงไม่เจอโคยะ
    ที่ที่ยังไม่ได้ไปหา ก็แทบจะไม่เหลือแล้ว
    จนตอนนี้ ท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลงเรื่อยๆทีละนิด

    "โคยะ อยู่ที่ไหนน่ะ..."

    ผมหยุดพักหายใจ

    แล้วผมก็เริ่มใจเย็นลง

    "ไม่ได้สิ หาไปมั่วๆแบบนี้ไม่มีทางเจอหรอก..."

    แล้วผมก็ลองคิดดูว่า
    ถ้าเป็นโคยะล่ะก็ เขาจะไปที่ไหน

    ก่อนอื่นเลย ที่ที่มีคนเยอะๆ ไม่ใช่แน่นอน
    โคยะคงอยากอยู่คนเดียวมากกว่า
    ไม่งั้นคงไม่ออกไปทั้งๆที่ไม่ยอมพูดอะไรสักคำแบบนั้นแน่

    เพราะงั้นไม่ใช่แน่นอน

    พอคิดแบบนั้น ก็คงไม่ได้ไปบ้านใครด้วย
    ถ้าตัดตัวเลือกพวกนั้นออกไป ที่ที่โคยะน่าจะไป ก็น่าจะเป็น?

    ---A.ริมแม่น้ำ---

    ในหัวของผมที่กำลังไคร่ครวญอยู่ ก็มีความทรงจำเมื่อครั้งไหนก็ไม่รู้ผ่านเข้ามา

    ------

    ท่ามกลางความว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
    ผมเห็นฮัสกี้ตัวน้อยคนนึง กำลังนั่งเหยียดขาอยู่

    เขาทอดสายตามองไปที่ไหนสักแห่งไกลออกไป
    และไม่รู้สึกถึงตัวผมที่ยืนอยู่ข้างหลังเลย

    ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆหลังของเขา แล้วก็ตบไหล่เรียก

    จากนั้นเขาก็หันกลับมา

    ------

    "ริมแม่น้ำเหรอ...?"

    หลังจากกลับมาจากโลกแห่งความฝันที่ไม่อาจสัมผัสอะไรได้เลย ทั้งเสียง ทั้งกลิ่นแล้ว
    ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่สัญชาตญาณของผมมันบอกมาแบบนั้น
    โดยไม่มีอะไรยืนยันแม้แต่อย่างเดียว

    แต่ก่อนที่ผมจะคิดอะไรต่อ
    ผมก็เชื่อในภาพความทรงจำนั้น แล้วออกวิ่งไป

    ท่ามกลางความมืดที่ไม่มีวันพบเห็นได้ในตัวเมือง
    แต่ผมก็ยังคงวิ่งต่อไปตามทาง ใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สว่างไสว

    เสียงเบาๆของกระแสน้ำ ที่ค่อยๆเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆนั้น
    ราวกับว่ามันกำลังคอยบอกผม

    [ทางนี้ไง]

    แล้วผมก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง ราวกับว่าถูกมันเรียกไป

    ในขณะเดียวกัน ผมก็ค่อยๆนึกมันออกทีละนิดๆ
    "ถ้ามีเรื่องอะไรล่ะก็ ชั้นจะมาที่นี่บ่อยๆน่ะ"
    เด็กหนุ่มคนนั้น พูดออกมาแบบนั้น

    พอมองน้ำไหลไปแบบนี้ ชั้นก็รู้สึกว่าใจมันสงบลงได้ยังไงยังงั้น
    เขาพูดแบบนั้นออกมา

    ที่ที่เราไปรับลมเย็นๆกันในวันที่ร้อนอบอ้าว
    คือสถานที่ที่เขาชอบใจมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว

    ผมวิ่งตามทางเดินที่ทอดยาวผ่านทุ่งนาอันชื้นแฉะ
    ไม่นานนัก ตลิ่งริมน้ำก็แผ่กว้างออกมาต่อหน้าผม

    "..."

    ท่ามกลางแสงสะท้อนจางๆของแม่น้ำ ที่ฉายภาพท้องฟ้าที่ไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียวออกมา...

    ผมก็เห็นตัวเขา ที่กำลังนั่งเหยียดขาอยู่

    โคยะอยู่ที่นั่น ตัวคนเดียว

    เขากำลังนั่งเฉยๆอยู่แบบนั้น โดยไม่ได้ทำอะไร

    ราวกับว่าเวลากำลังหยุดเดิน

    แต่เสียงร้องของแมลง กับเสียงของแม่น้ำ ที่ดังไปทั่วที่นี่ ก็บอกให้รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้น

    ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆอย่างช้าๆ

    เมื่อผมยืนมองเขาอยู่ข้างหลัง ผมก็รู้สึกว่า
    หลังของโคยะนั้น มันช่างเล็กกว่าที่เคยเหลือเกิน

    "โคยะ..."

    ผมส่งเสียงเรียกจากข้างหลังของโคยะ

    พอได้ยินเสียงนั้น โคยะก็หันหน้ามามองผมข้ามหัวไหล่

    โคยะ "ริวตะเหรอ?
    มีอะไร แล้วเรื่องเฝ้าบ้านล่ะ"

    โคยะถามกลับมา ด้วยสีหน้าเหมือนกับทุกที

    แล้วผมก็ตอบกลับไป
    พร้อมกับนั่งลงข้างๆโคยะ

    "กุญแจสำรองไง ไหนๆก็รับมาแล้ว ก็ใช้สักหน่อยแล้วออกมาน่ะ
    แล้วใครที่ไหนเขาลืมกระเป๋าตังค์ไว้แล้วออกไปซื้อของกันบ้างล่ะเนอะ"

    โคยะ "..."

    โคยะไม่พูดอะไร
    อาจจะรู้แล้วก็ได้ ว่าผมคิดอะไรอยู่ ถึงถ่อมาถึงที่นี่

    และสิ่งที่ผมคิดอยู่ มันก็คงไม่ผิดอะไรด้วย

    เพราะงั้น ผมก็มีเรื่องที่จะพูด

    จะสอดไม่เข้าเรื่อง หรือจะอะไรก็ช่าง
    ผมมีสิ่งที่ผมคิดว่าอยากจะบอกเขา

    ผมตัดสินใจแล้ว

    ตัดสินใจแล้ว ตั้งแต่ตอนเช้าที่อยู่กับโคยะ
    และเมื่อครู่นี้ ผมก็ตัดสินใจแล้วว่าจะบอกความรู้สึกของตัวเองให้ชัดเจน

    เพราะงั้น ผมจะพูดออกไปตรงๆ

    "นี่ โคยะ"

    โคยะ "อะไร?"

    "มันอาจจะเป็นแค่ความสอดรู้สอดเห็นไม่เข้าเรื่องก็ได้
    โคยะเองก็อาจจะเกลียด ไม่ชอบใจ แต่ถึงยังงั้น ช่วยฟังผมหน่อยได้มั้ย?"

    โคยะ "..."

    แล้วผมก็พูดต่อไป ให้โคยะที่นิ่งเงียบไปอีกครั้งฟัง

    "ผมไม่รู้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโคยะบ้าง
    สิ่งที่ผมรู้ก็มีแค่ โคยะกำลังกลุ้มใจ แล้วก็กำลังทุกข์ทรมานอยู่แค่นั้น"

    "นี่ โคยะ อย่ากลุ้มใจอยู่คนเดียวได้มั้ย...
    โคยะน่ะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวซักหน่อย
    ยังมีทุกคนอยู่นะ อยู่ข้างๆโคยะเสมอ"

    "ทั้งโคโนะสึเกะ ชินคุง ชุนคุง เคียวจิ
    พี่ทัตสึ คุณจูอิจิ โซทาโร่คุง แล้วก็โทระฮิโกะ
    แล้วตอนนี้ ก็มีผมอยู่ด้วย"

    "ถึงคนอย่างผมอาจจะพึ่งพาอะไรไม่ค่อยได้ก็จริง
    แต่ถ้าแค่เล็กน้อยล่ะก็ ผมคงเป็นกำลังให้ได้บ้าง"

    "เพราะงั้น ไว้ใจกันมากกว่านี้เถอะนะ
    ไม่ต้องเกรงใจกันหรอก
    ...เราเป็นเพื่อนกัน ใช่มั้ย?"

    นั่นคือ ความรู้สึกจริงๆของผม ที่ไม่ได้ปนคำโกหกอะไรลงไปเลยแม้แต่น้อย

    ผมอยากให้ไว้ใจกันมากกว่านี้
    อยากเป็นที่พึ่งให้ได้มากกว่านี้

    ผมอยากเป็นกำลังให้กับโคยะ
    เหมือนกับที่โคยะยื่นมือเข้ามาหาผม เวลาที่ผมกำลังกลุ้มใจอยู่
    ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

    โคยะ "..."

    โคยะเพียงแค่รับฟังคำพูดของผมอย่างเงียบๆ

    ราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่

    และตอนนี้ที่ตัวผมเองก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
    ความเงียบก็เข้าปกคลุม ระหว่างพวกผม2คน

    มีเพียงแต่เสียงน้ำไหลเท่านั้น ที่ยังคงดังอยู่เรื่อยๆ

    ไม่นานนัก คนที่ทำลายความเงียบเชียบนั้นลง ก็คือตัวโคยะนั่นเอง

    โคยะ "...ชั้น มันบ้าจริงๆ
    ทั้งๆที่พยายามจะไม่ทำให้ต้องมาห่วงอะไรแล้วแท้ๆ
    สุดท้ายผลก็ออกมาตรงกันข้ามไปหมด"

    โคยะ "เหมือนคนบ้าจริงๆ..."

    "โคยะ..."

    โคยะ "ขอโทษนะ ริวตะ
    ที่ทำให้เป็นห่วงซะขนาดนี้"

    โคยะ "ก็อย่างที่นายพูดนั่นแหละ
    ถ้ารู้ว่าจะต้องเป็นแบบนี้ล่ะก็ สู้พูดออกไปให้หมดตั้งแต่แรกเลยดีกว่า"

    โคยะพูดแบบนั้นออกมา แล้วก็ยิ้มอย่างเศร้าๆ

    โคยะ "ชั้น หนีออกจากบ้านมา ตอนกำลังจะขึ้นม.ปลาย
    ...เพราะว่าชั้นทะเลาะกับพ่อ"

    แล้วจากนั้น เขาก็เริ่มพูดออกมาทีละนิด
    ความทรงจำในช่องว่างที่เกิดขึ้นในซุยโก
    ความทรงจำที่ผมไม่รู้อะไรเลย

    โคยะ "...ชั้นเริ่มเล่นกีตาร์ มาตั้งแต่ตอนอยู่ประถมปลายๆแล้ว"

    โคยะ "แต่ก็เพราะไม่เคยบอกใครเลย นายเองก็คงไม่รู้หรอก"

    โคยะ "...ชั้นชอบดนตรีมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว
    เพราะสนใจ แล้วก็อยากลองเล่นดูซักวัน"

    โคยะ "แต่ตอนนั้น มันก็เป็นแค่งานอดิเรกอย่างนึง
    คิดแค่ว่าตัวเองสนุกก็พอแล้ว"

    โคยะ "แต่ก็มีเรื่องนึง ที่ทำให้ชั้นรู้สึกอยากเป็นนักดนตรีขึ้นมา
    ตอนนั้นก็ช่วงหน้าร้อนตอนที่อยู่ม.1"

    โคยะ "มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สลักสำคัญอะไร
    แค่ว่าตอนนั้น ได้รู้จักกับนักดนตรีข้างถนนคนนึง"

    โคยะ "ถึงนานๆทีจะเจอเค้าที่ฟูเมก็เถอะ
    แต่พอเจอกันหลายๆครั้ง ก็ค่อยๆเริ่มฟังเพลงของเค้า"

    โคยะ "ถึงคนอื่นๆจะไม่มีแม้แต่หยุดฟังเลย
    แต่ทำไมก็ไม่รู้ ชั้นถึงติดใจเพลงของคนๆนั้น"

    โคยะ "แล้วอยู่มาวันนึง เค้าก็เรียกชั้นที่ยืนฟังเพลงของเค้าเสมอๆเข้าไปหา..."

    ------

    ??? "นี่ เธอน่ะ"

    โคยะ "ผมเหรอ?"

    ??? "ใช่ เธอนั่นแหละ พักนี้เจอหน้าบ่อยเลยนะ
    คนที่มายืนฟังเพลง ก็มีไม่กี่คนหรอก เลยพอจำได้น่ะ"

    ??? "ชอบเพลงชั้นรึเปล่าน่ะ"

    โคยะ "ก็เปล่าครับ... เอาจริงๆก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอก
    แค่ไม่รู้ทำไม ขามันถึงหยุดเองทุกทีๆ เพื่อฟังเพลงคุณน่ะ"

    โคยะ "ประมาณว่า... อาจจะฟังดูแปลกๆไปหน่อย
    แต่มันรู้สึกเหมือนถูกเรียกไปหาน่ะครับ"

    ??? "...หึหึ งั้นเหรอ เหมือนถูกเรียก เหรอ"

    โคยะ "..."

    ??? "อ่าๆ โทษทีที่หัวเราะ
    พอดีเพิ่งเคยมีคนพูดแบบนี้ครั้งแรกนี่แหละ
    เป็นเด็กที่น่าสนใจดีนะ เธอน่ะ"

    โคยะ "ชมเหรอครับนั่นน่ะ?"

    ??? "แน่นอน ว่าไงล่ะ
    ถ้าเธอไม่ว่าอะไร เวลาว่างๆ มาเป็นเพื่อนคุยหน่อยได้มั้ยล่ะ"

    ??? "ชั้นยังไม่ค่อยรู้จักใครที่เมืองนี้เท่าไหร่เลย ...ว่าไงล่ะ?"

    ------

    โคยะ "ก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะปฏิเสธ ชั้นก็เลยเอาตามที่เค้าชวน"

    โคยะ "แต่เอาจริงๆ ก็ไปฟังเพลงเค้านานๆที
    แล้วเข้าไปคุยอะไรด้วยนิดหน่อย เหมือนเดิมนั่นแหละ"

    แล้วโคยะก็ยิ้มออกมาอย่างอายๆ

    ผมนิ่งเงียบไม่พูดอะไร รอให้โคยะพูดต่อ
    ผมตั้งใจจะฟังเรื่องของเขาจนจบ

    โคยะ "แต่ก็คุยอะไรกันหลายต่อหลายเรื่อง จนแทบไม่มีจะคุยแล้ว
    แล้วตอนนั้น ข้างในหัวชั้นก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา"

    โคยะ "ความรู้สึกที่ว่า [อยากจะเป็นเหมือนคนๆนี้
    ถ้าเราทำให้ผู้คนมากมายได้ฟังเสียงเพลงแบบนี้ได้เหมือนกันก็คงดี] ประมาณนี้น่ะ"

    โคยะ "เพราะงี้ ชั้นก็เลยเริ่มตั้งเป้าจะเป็นนักดนตรี"

    โคยะ "แต่จริงๆแล้ว บางทีอาจจะรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่เริ่มหัดกีตาร์แล้วก็ได้
    แต่คนที่ทำให้มันชัดเจน ก็คือคนๆนั้น"

    โคยะ "มันคงเป็นแค่ความหลงใหลเล็กๆ
    ว่าถ้าหากใช้ชีวิตแบบนั้นได้ ก็คงสนุกดี
    ว่าถ้าใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้ ก็คงสนุกไม่ใช่น้อย"

    โคยะ "หลังจากนั้นชั้นก็เริ่มหันไปเล่นกีตาร์อย่างเอาจริงเอาจัง
    ชั้นเริ่มฝึกซ้อมแบบเอาเป็นเอาตาย
    แล้วนานๆที คนๆนั้นก็ให้เล่นด้วยกันข้างๆบ้าง"

    โคยะ "พอถูกดึงเข้าไปมากขึ้นๆ ชั้นก็เริ่มสนุกกับมันมากขึ้น
    แล้วก็มีทั้งคนรู้จัก ทั้งเพื่อน เพิ่มขึ้นมามากมายหลายคน"

    โคยะ "เพราะงั้น พออยู่ม.3 ตอนที่ให้ตัดสินใจเส้นทางของตัวเอง
    ชั้นก็บอกกับพ่อแม่ไป ว่าอยากจะเดินต่อไปตามทางของดนตรี
    แต่ว่าพ่อก็..."

    ------

    มิทสึฮิสะ "ไม่ได้ พ่อไม่อนุญาต
    ที่จะเล่นกีตาร์น่ะ พ่อไม่ว่าอะไรหรอก
    แต่ไอ้เรื่องพรรค์นั้น มันจะไม่เกินไปหน่อยรึไง!"

    โคยะ "เดี๋ยวก่อนสิ! ตัวผมเอง ก็คิดดีแล้..."

    มิทสึฮิสะ "อย่างแกมันจะไปเข้าใจอะไร!"

    โคยะ "...!"

    มิทสึฮิสะ "ฟังให้ดีนะ จะมีความฝันมันก็สิทธิ์ของลูก
    แต่คนเราน่ะ มีชีวิตอยู่แค่บนความฝันไม่ได้"

    มิทสึฮิสะ "พวกเด็กๆที่อยากเป็นนักดนตรีเหมือนกับลูกน่ะ ยังมีอีกเยอะ
    หันมามองความจริงให้มากกว่านี้หน่อย"

    มิทสึฮิสะ "จะพูดแบบนั้นไปตลอดแล้วไม่มีวันเลิกเล่นกีตาร์น่ะ ไม่มีวันเป็นไปได้หรอก!"

    โคยะ "...อะไรกัน"

    โคยะ "เรื่องที่ผมพูดก็ไม่ฟัง แบบนั้นน่ะมันทำเพื่อผมเหรอ!?"

    โคยะ "อย่ามาบ้านะ! ผมเอง ก็มีความคิดของผมเหมือนกันนะ!"

    ------

    "...แล้วหลังจากนั้น?"

    โคยะ "ก็ทะเลาะกันยกใหญ่เลยล่ะ
    ...ตอนนี้พอมาคิดดูดีๆแล้ว ก็ทะเลาะกันแค่ด้วยเรื่องบ้าๆแบบนั้นล่ะ
    ถ้าหันหน้าคุยกันให้มากกว่านี้ก็คงดีกว่านี้แล้วแท้ๆ"

    โคยะ "แต่ชั้นไม่เคยนึกเสียใจ
    เพราะชั้นก็ไม่ได้เกลียดตัวเองในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย"

    โคยะ "ถ้าชั้นไม่หนีออกมา ก็คงไม่มีตัวชั้นในตอนนี้หรอก"

    ใบหน้าของโคยะที่แม้จะพูดแบบนี้
    ผมกลับเห็นว่า มันดูอ้างว้างเหลือเกิน

    ตัวผมเอง ก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน

    "โคยะ..."

    โคยะ "...จดหมายนั่นน่ะ เขียนไว้ว่าพรุ่งนี้ให้ไปหา"

    โคยะ "มีเรื่องอยากจะคุยด้วย จะปิดเป็นความลับไม่ให้พ่อรู้"

    "...แล้วจะทำยังไงเหรอ?"

    โคยะ "ก็ยังไม่รู้เลย"

    โคยะพูดออกมาแค่นั้น แล้วก็ก้มหน้าลง

    โคยะ "บางที ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็อาจจะออก[ก้อย]ทั้งคู่ก็ได้"

    โคยะ "ก็เลยมานั่งคิดอยู่ว่าจะทำยังไงดี..."

    แล้วโคยะก็เงยหน้าขึ้น คราวนี้แหงนขึ้นไปมองท้องฟ้า

    โคยะ "ชั้น จะเอายังไงดี"

    โคยะ "...นี่ ถ้าเป็นริวตะ จะทำไง?"

    "นั่นสินะ... ถ้าเป็นผม"

    ถ้าเป็นผมจะทำยังไงนะ?

    ถ้าผมเป็นโคยะ...

    ---A.ไปพบ---

    "ถ้าเป็นผม ก็คงไปมั้ง"

    หลังคิดไปคิดมาหลายตลบ ผมก็เลือกคำตอบนั้น

    "ไม่ว่าจะทางไหน ผลก็อาจจะไม่ได้ออกมาดี เหมือนกับที่โคยะพูดก็ได้"

    "แต่ก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะกลับกันก็ได้นี่นา"

    "เรื่องหลังจากนี้น่ะ ไม่มีใครรู้หรอก"

    ไม่ว่าใครก็ตาม
    เรื่องต่อจากนี้ไปน่ะ ไปตัดสินมันไม่ได้หรอก

    แล้วตัวเลือกที่ไม่ได้เลือกไป จะย้อนกลับไปเลือกก็ไม่ได้เหมือนกัน

    มันคงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ถ้าหากพวกเรายังมีชีวิตอยู่

    "แล้วผมก็ไม่อยากจะมานั่งนึกเสียใจทีหลัง ว่าถ้าตอนนั้นทำแบบนี้ล่ะก็ อะไรแบบนั้นด้วย
    ...เพราะงั้นถ้าเป็นผม ผมก็จะไป"

    โคยะ "ริวตะ... งั้นเหรอ นั่นสินะ"

    โคยะพึมพำออกมาแบบนั้น
    ตาของโคยะ ทอประกายราวกับว่ามีแสงสว่างส่องอยู่ข้างใน

    ถ้าผมไม่ได้ดูผิดไปเอง นั่นคงเป็นเพราะโคยะตัดสินใจได้แล้ว

    โคยะ "ขอบใจนะ ริวตะ
    เพราะนายแท้ๆ ชั้นถึงนึกเรื่องสำคัญออก"

    "อื๋อ?"

    โคยะ "ก็คติประจำใจที่ชั้นพูดติดปากบ่อยๆไง
    ...ถ้าลงมือก็สำเร็จ นั่นน่ะ"

    โคยะพูดแบบนั้น แล้วยิ้มออกมา

    ผมรู้สึกเหมือน ไม่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นมาเป็นเวลานานแสนนานแล้ว
    ทั้งๆที่มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นเอง

    แต่ผมก็รู้สึกคิดถึงมันเหลือเกิน

    โคยะ "ชั้นจะลองไปคุยดูอย่างที่นายบอกละกัน
    ไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าไม่ลองดูก็ไม่รู้
    ...ถ้าไม่ลองดู ก็ไม่มีวันสำเร็จได้ เนอะ"

    แล้วโคยะก็ลุกขี้นยืน

    ภาพของโคยะที่ยืนขึ้นมานั้น ผมรู้สึกว่ามันดูยิ่งใหญ่กว่าทุกที

    โคยะ "เอ้า จะกลับกันรึยัง
    ถึงจะหน้าร้อน แต่ถ้าออกมาเดินมืดๆค่ำๆแบบนี้หวัดก็กินได้นา"

    "อื้ม นั่นสิเนอะ"

    ผมตอบโคยะ และกำลังจะลุกขึ้นยืนตาม
    แล้วตอนนั้น โคยะก็ยื่นมือเข้ามาหา

    โคยะ "เอ้า ริวตะ"

    "...ขอบใจนะ โคยะ"

    ผมคว้ามือนั้นไว้ แล้วลุกขึ้นยืนข้างๆโคยะ

    ถ้ามองผ่านๆแล้วคงดูเหมือนคนกำลังยืนจับมือกันอยู่

    โคยะ "น นี่... ริวตะ"

    แล้วโคยะก็พูดขึ้นมาทั้งๆอย่างงี้

    "อื๋อ?"

    และผมก็พูดตอบไป

    โคยะ "ข... ขอบใจ นะ"

    โคยะพูดออกมาแค่นั้น พร้อมหลบสายตาด้วยความอาย
    แล้วก็จูงมือผมเดินไป

    "เดี๋..."

    ...ยวก่อน

    ผมตั้งใจจะพูดแบบนี้ แต่ก็หยุดไป

    เพราะพอเห็นหางโคยะส่ายไปซ้ายมาขวาแล้ว
    นึกจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ก็พูดไม่ออกเลย

    บางที นานๆทีแล้ว

    ปล่อยให้เป็นแบบนี้ ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

    โคยะ "ริวตะ"

    "อะไรเหรอ?"

    โคยะ "...ขอบใจนะ ที่อุตส่าห์มารับ"

    "...อื้ม"

    ใกล้ถึงคอมโบบริหารต่อมน้ำตาละ(ฮา)

    ต่อจากนี้ก็คงแปลแต่ช่วงสำคัญๆแล้ว
    อย่างวันต่อไปเอาแค่ตอนไปคุยกับแม่พอ ช่วงเทศกาลเก็บไว้อ่านเอง www

    Ps. กะจะเอาไปแปะที่กระทู้ในโมะดันด้วย
    แต่มันไม่มีฟังก์ชั่นหดข้อความแบบนี้ คงทำกระทู้ยืดเปล่าๆ
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Mon Sep 26, 2011 3:24 pm

    เก็บบางส่วนไว้จิ้นเองสินะ จุ๊บๆ /โดนถีบ
    รู้สึกอ่านไปสักพักจะมีเสียงเคร้ง ดนตรีดังขึ้นแล้วมีการ์ดโผล่ขึ้นมาแบบ social link เกมส์ persona 3&4.. [ เฮ้อ.. ติดเกมส์จริง]
    รออ่านๆ
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Tue Sep 27, 2011 8:41 am

    22/8

    Spoiler:
    โคยะ "งั้น ชั้นไปก่อนนะ"

    วันต่อมา พวกผมก็มายืนอยู่ที่หน้าประตูเช่นเดียวกับเมื่อวาน

    ในขณะนั้นเป็นเวลาราวๆเที่ยงครึ่ง
    บนท้องฟ้ามีเมฆครึ้ม ทำให้ผมรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย

    "อื้อ ไปดีมาดีนะ"

    โคยะ "อา ฝากเฝ้าบ้านด้วยล่ะ"

    รอยยิ้มของโคยะ ลับตาหายไปที่อีกฝั่งหนึ่งของประตู พร้อมๆกับเสียง
    แล้วก็มีผมเหลืออยู่ในห้องคนเดียว เหมือนกับเมื่อวาน

    เมื่อแน่ใจแบบนั้นแล้ว ผมก็เดินกลับมา
    และทิ้งตัวลงนอนโดยไม่ได้คิดอะไร
    วันนี้ ผมตัดสินใจว่าจะอยู่รออย่างเงียบๆ

    หลังจากนี้ โคยะจะไปหาคุณป้าคาสึมิ ตามที่ถูกเรียกไปในจดหมายเมื่อวาน

    คุณป้าเขาอยากจะคุยเรื่องอะไรกันนะ

    ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของผมเลย
    แต่ผมก็กลับรู้สึกกระสับกระส่าย

    ถ้าจินตนาการเอา ก็คงคิดนั่นนี่ออกมาได้มากมาย
    แต่อย่างไหนล่ะที่จะเป็นจริง แล้วมันจะมีผลลัพธ์แบบไหนเฝ้ารออยู่กันแน่
    ผมก็ยังไม่อาจรู้ได้

    เป็นเพราะท้องฟ้ามันดูมืดครึ้มรึเปล่านะ
    ผมถึงได้รู้สึกอึดอัดใจกับเรื่องหลังจากนี้ถึงขนาดนี้

    และยิ่งไปกว่านั้น...

    "โคยะ..."

    ผมรู้สึกเป็นห่วงโคยะ

    แม้แต่ตัวผมเอง ก็รู้สึกว่ามันมีเสียงดังก้องอยู่ในอก
    แล้วตัวโคยะเอง ตอนนี้จะรู้สึกแบบไหนอยู่นะ
    แม้แต่จะจินตนาการเรื่องนี้ ผมก็ทำไม่ได้เลย

    รู้เพียงแค่ว่า ไม่ได้สงบจิตสงบใจอยู่แน่นอน
    คงเพราะแบบนั้น ผมจึงรู้สึกเจ็บปวดที่ได้แต่รอ

    แต่นั่นมันก็คือหน้าที่ของผมในตอนนี้
    ที่จะต้อนรับโคยะที่กลับมา ด้วยคำว่า"ยินดีต้อนรับ"
    มันคงเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่มันก็สำคัญแน่นอน

    เพราะฉะนั้น จึงมีผมอยู่ที่นี่ ในเวลานี้
    ผมรู้สึกแบบนั้น

    "อือ นั่นสินะ"

    พอในหัวคิดได้เช่นนั้น ใจก็สงบลงตามไปด้วย

    ผมหันไปมองนอกหน้าต่าง ทั้งๆที่นอนแผ่อยู่แบบนั้น
    มันราวกับว่า ดวงตะวันยังไม่คิดจะโผล่หน้าออกมาให้เห็นเลย

    แต่ผมก็รู้สึกว่า ท้องฟ้าที่แลดูมืดมัวนั้น
    มันต่างออกไปจากเมื่อครู่นี้เล็กน้อย

    ------

    *จากตรงนี้ จะตัดฉากไปที่โคยะ*

    "เฮ้อ..."

    เพราะเมฆมันครึ้มหรือยังไงกัน ข้างนอกนี่มันถึงได้ร้อนอบอ้าวแบบนี้

    รู้สึกแย่เหมือนกับว่าเหงื่อมันท่วมตัว
    แล้วก็เผลอถอนหายใจออกมาโดยไม่ทันได้คิดอะไร
    ถึงจะไม่ใช่แค่เพราะว่ารู้สึกไม่ดีอย่างเดียวก็เถอะ

    พอแหงนหน้าขึ้นไปเล็กน้อย ก็เห็นท้องฟ้าสีหม่นแผ่กว้างไปถึงฟากโน้น
    เหมือนกับว่าฝนมันจะตกลงมา

    ผมยืนอยู่ใต้ท้องฟ้าแบบนั้น ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

    มันเป็นบ้านที่ผมรู้จักดี
    ก็คงงั้น
    ...เพราะมันเป็นบ้านที่ผมเติบโตมานั่นเอง

    เหราะเหตุนี้ ผมเลยถอนหายใจออกมา
    ถ้าทำได้ ก็ไม่คิดอยากจะมาเข้าใกล้บ้านหลังนี้นักหรอก

    บ้านหลังนี้ ที่ผมทะเลาะกับพ่อ แล้วหนีออกมา

    ผมไม่เคยคิดเสียใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
    แต่ตัวผมเองก็ไม่แน่ใจ ว่าสิ่งที่ทำไปมันถูกต้องรึเปล่า

    เพราะงั้น ผมเลยเข้าใกล้ไม่ได้

    ถึงจะไม่รู้สึกเสียใจ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันผิดรึเปล่า
    ผมคิดแบบนั้นอยู่ที่ไหนซักแห่งข้างในลึกๆ

    พอมาที่นี่ ก็เหมือนว่าความรู้สึกนั้นมันรุนแรงขึ้นจนน่ากลัว

    จนตอนนี้เอง ผมก็ยังรู้สึกหวาดกลัว

    แต่ว่า ตอนนี้ ผมมายืนที่นี่ด้วยความตั้งใจของตัวเอง
    เพราะงั้น ไม่ว่ายังไง ผมก็ต้องเดินไปข้างหน้าต่อ

    "..."

    ผมก้าวเท้าเดินต่อไปจนถึงประตู
    รู้สึกว่าลูกบิดประตูมันร้อนอย่างน่าประหลาด เป็นเพราะอากาศแบบนี้หรือไงกัน
    พอสัมผัสได้แบบนั้น ใจมันก็เต้นแรงจนส่งมาถึงใบหู

    มันเป็นความรู้สึกตึงเครียด ที่ต่างจากตอนขึ้นเวทีโดยสิ้นเชิง
    แต่ถึงยังงั้น ผมก็จะไม่ถอย

    ผมออกแรงบิด แล้วเปิดประตู

    และสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็คือ ภาพบรรยากาศอันคุ้นเคย
    มันแทบไม่เปลี่ยนไปจากตอนที่ผมเคยอยู่เลย
    ราวกับว่าเวลามันไม่ได้เดินต่อเลยตั้งแต่ตอนนั้น

    และ ณ ที่ตรงนั้น, ผมก็เห็นร่างของคนๆนั้นที่กำลังรอผมอยู่

    คาสึมิ "...ยินดีต้อนรับกลับจ้ะ"

    ------

    คาสึมิ "แม่ได้ยินเสียงลูกบิดประตูดังมาจากหน้าบ้าน
    แม่ก็เลยรู้ว่าลูกกลับมาแล้ว แล้วก็มายืนรออยู่น่ะ
    ...นานแล้วสินะ ที่ไม่ได้กลับมาบ้านแบบนี้"

    พวกเรานั่งหันหน้าเข้าหากัน ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น
    แม่คงดีใจที่ผมกลับมา ถึงได้ยิ้มออกมาตลอด

    "อา... นั่นสิครับ"

    แต่ตัวผม กลับมองตาคู่นั่นตรงๆไม่ได้
    ข้างในใจ มันมีความรู้สึกอะไรบ้างอย่างที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ คอยกดผมเอาไว้ไม่ให้เงยหน้าขึ้นมา

    คาสึมิ "ตั้งแต่โคยะออกจากบ้านไป ก็ตั้งปีกว่าแล้วเนอะ
    เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็รู้สึกเหมือนมันนานน่าดูเลย"

    คาสึมิ "...คงเพราะเราไม่ได้มาคุยกันแบบนี้เลยเนอะ
    แต่ก็โล่งอกไปที ที่วันนี้ลูกมาหา"

    "...ขอโทษครับ ที่ไม่ได้ติดต่ออะไรมาหาเลย"

    คาสึมิ "ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ
    แม่รู้ดี ว่าลูกยังสบายดีอยู่"

    คาสึมิ "แล้ว? เรื่องวงเป็นยังไงบ้างจ๊ะ?
    แม่ได้ยินมาว่าอีกเดี๋ยวก็จะมีแข่งด้วยนี่"

    "ก็เรื่อยๆ ทุกคนก็พยายามกันอยู่"

    คาสึมิ "อาทิตย์หน้าใช่มั้ยจ๊ะ
    ได้ยินว่าถ้าชนะ ก็มีโอกาสได้เปิดตัวด้วยนี่
    พยายามเข้าล่ะ แม่คอยเชียร์อยู่นะ"

    แล้วแม่ก็ยิงคำถามมา เหมือนกับจะให้เวลามันผ่านไปเรื่อยๆ

    แต่คงไม่ใช่แบบนั้น

    แม่จะเรียกผมมาเพราะเรื่องแค่นี้เหรอ?
    ไม่มีทางหรอก
    คงมีเรื่องอื่นที่อยากจะพูดอยู่แน่นอน

    ไม่งั้นก็คงไม่เดินมาส่งจดหมายถึงหน้าประตูห้องนั่นด้วยตัวเองหรอก
    ไม่งั้นล่ะก็ ทำไมถึงไม่เคยทำแบบนั้นมาจนถึงตอนนี้เลยล่ะ

    ผมรู้ดีว่าแม่คงมีเรื่องอยากถามอยากฟังกองเป็นภูเขา
    แต่ว่า คงไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน

    เรื่องพวกนั้น ก็คงหลังจากทุกอย่างจบลงแล้ว

    "...วันนี้"

    คาสึมิ "เอ๊ะ?"

    "วันนี้ ที่แม่เรียกผมมาน่ะ เพื่อจะถามเรื่องนั้นเหรอ?
    ...มีเรื่องอื่นที่อยากจะพูดอยู่ไม่ใช่เหรอ?"

    คำพูดของผม ทำให้แม่หยุดหายใจไปชั่วขณะ
    แล้วรอยยิ้มนั้นก็แสดงความรู้สึกเศร้าๆออกมาเล็กน้อย

    "...ขอโทษครับ ที่พูดจาไม่ค่อยดี"

    คาสึมิ "ไม่หรอก ไม่เป็นไรจ้ะ
    ก็อย่างที่ลูกพูดนั่นแหละ"

    สีหน้าของแม่ อยู่ๆก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที

    จากนี้คงเป็นเรื่องจริงๆแล้ว
    แต่ผมก็พอจะรู้ ว่าแม่จะพูดอะไร

    คาสึมิ "โคยะ กลับมาบ้านซะทีเถอะนะ"

    "..."

    แล้วก็เป็นเรื่องนั้นจริงๆ

    คาสึมิ "ลูกออกจากบ้านไปก็นานพอดูแล้ว
    แม่ว่า ถึงเวลากลับมาได้แล้วมั้งจ๊ะ?"

    "แต่ผม..."

    คาสึมิ "ทำใจกลับมาลำบาก ใช่มั้ย?"

    ผมพยักหน้าตอบ

    มันคงผ่านมานานเกินกว่าที่ผมจะกลับมาได้แล้ว
    ยิ่งกว่านั้น...

    คาสึมิ "เรื่องของพ่อ ใช่มั้ยจ๊ะ?"

    ผมพยักหน้าอีกครั้ง

    ผมทะเลาะกับพ่อ
    และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมหนีออกจากบ้านมา

    ทั้งๆที่ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรของคนๆนั้นเลย
    มาจนถึงตอนนี้ ผมคงไม่อาจกลับมาได้แล้ว

    คาสึมิ "...นี่ โคยะ
    ลูกรู้เหตุผลที่พ่อเขาค้านแบบนั้น ใช่มั้ย?"

    "...ถ้าไม่หาการงานดีๆทำ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่
    อยากจะให้ผมใช้ชีวิตแบบปกติ งั้นใช่มั้ย?
    คงไม่ใช่อย่างอื่นนอกจากห่วงเรื่องอนาคตผมนั่นแหละ"

    แต่ว่า สิ่งที่ผมพยายามจะทำ มันไม่ใช่แบบนั้น
    ผมเอาแต่พยายามจะจุดไม้ขีดที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะติดไฟได้ อย่างเอาเป็นเอาตาย

    หรือบางที มันอาจจะไม่มีวันติดไฟได้เลยก็เป็นได้
    บางที มันอาจจะหักไปก่อนที่จะติดไฟได้ก็ได้

    คาสึมิ "ใช่แล้ว ถูกต้องแล้วจ้ะ
    แต่สาเหตุที่พ่อเขาทำถึงขนาดนั้น ยังมีอีกอย่างนึงนะ"

    คาสึมิ "ลูกคงจะจำไม่ได้หรอก เพราะตอนนั้นลูกยังเล็กมากอยู่
    กว่าลูกจะจำความได้ก็คงตอนที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้ว"

    แม่พูดถึงตรงนั้น แล้วหยุดพูดไป
    สีหน้าของแม่ดูทุกข์ใจ อย่างน้อยผมก็เห็นแบบนั้น
    แต่จากนั้นไม่นานนัก แม่ก็เริ่มพูดต่อ

    คาสมิ "คุณพ่อน่ะนะ เขาลาออกจากบริษัท ก่อนที่ลูกจะอายุครบขวบดี"

    "เอ๊ะ..."

    พอได้ฟังคำพูดนั้น ตาผมก็เบิกโพลง

    คาสึมิ "ต่อหน้าสังคมแล้วพ่อเขาทำเป็นว่าลาออกด้วยตัวเองก็จริง
    แต่ความเป็นจริงแล้ว พ่อถูกไล่ออกมาเพราะบริษัทจะลดขนาดองค์กร
    มันก็เป็น บริษัทที่ใหญ่พอตัวเลยล่ะนะ"

    คาสึมิ "แต่ก็โชคดี ที่หางานใหม่ทำได้ทันที
    แล้วก็ถือโอกาสนั้นย้ายมาอยู่ที่นี่"

    คาสึมิ "เพราะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น
    พ่อเขาก็เลยไม่อยากให้ลูกใช้ชีวิตแบบนั้น แบบที่ตัวเองเคยเจอ"

    คาสึมิ "เพื่อให้ลูกใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดแบบตัวเอง
    การทำงานไม่ได้น่ะ มันทรมานมากเลยนะ"

    คาสึมิ "แต่พ่อเขาพูดไม่ค่อยเก่ง แถมหัวรั้นด้วย เนอะ?
    เพราะยังงั้น ตอนนั้น ก็เลยพูดออกไปได้แค่ความรู้สึกของตัวเอง ที่ทำให้โคยะต้องเป็นแบบนั้น"

    คาสึมิ "ก่อนอื่น แม่อยากให้ลูกเข้าใจเรื่องนี้ก่อนนะ"

    "............"

    ไม่เคยนึกเลย
    ไม่เคยเห็นเป็นแบบนั้นเลยซักนิด

    ถึงจะพูดไม่เก่ง หัวดื้อ แต่พ่อก็พยายามเป็นพ่อที่น่าภาคภูมิใจอยู่เสมอ

    ผมไม่เคยคิดเลย ว่าคนๆนั้น จะมีอดีตแบบนั้นอยู่

    คาสึมิ "แล้วก็นะ พ่อน่ะคอยเป็นห่วงเรื่องของลูกอยู่เสมอเลยนะ
    ห่วงมากซะยิ่งกว่าแม่ด้วยซ้ำ"

    คาสึมิ "คนๆนั้น แอบไปดูคอนเสิร์ตของลูกมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้วด้วยนะ
    แต่ให้แม่เป็นคนคอยดูวันเวลาให้
    แย่จังเนอะ น่าจะทำเอาเองแท้ๆ"

    แม่พูดแบบนั้น แล้วก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย
    เหมือนกับจะบอกว่า เพราะยังงั้น จะกลับมาก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว นะ

    "แต่ว่า..."

    ผมเองก็ไม่อยากตัดใจง่ายๆแบบนั้น

    ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อแล้ว
    ผมเข้าใจสิ่งที่พ่อคิดแล้ว
    ผมเข้าใจดีแล้ว

    แต่ผมก็มีเหตุผลที่จะกลับไปง่ายๆแบบนั้นไม่ได้เหมือนกัน

    ในช่วงเวลาที่ไหลผ่านไปกว่า1ปีแล้วนั้น ผมได้เปลี่ยนแปลงอะไรๆหลายอย่าง
    ทั้งสิ่งที่ได้มาใหม่ ทั้งสิ่งที่เสียไป ต่างก็มีอยู่มากมายทั้งนั้น

    หากผมจะกลับบ้านไปตอนนี้
    ก็เท่ากับว่า ผมต้องเตรียมใจที่จะ[ทิ้ง]ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ไปทั้งหมด

    "แต่ ตัวผมเองก็ล้มเลิกง่ายๆแบบนั้นไม่ได้เหมือนกัน
    ผมพยายามมาจนถึงทุกวันนี้ จนในที่สุดผมก็มาได้ถึงตรงนี้
    ...ผมคงตัดใจกลับมาง่ายๆแบบนั้นไม่ได้หรอก"

    คาสึมิ "เฮ้อ รั้นไม่แพ้พ่อเขาเลยจริงๆนะจ๊ะ
    มาเหมือนกันในเรื่องแบบนี้ซะได้..."

    คาสึมิ "แต่โคยะ ตัวลูกเองน่ะก็คงไม่คิดใช่มั้ย
    ว่าปล่อยให้ที่ทะเลาะกับคุณพ่อไปแบบนี้มันจะดีน่ะ?"

    "มันก็..."

    คาสึมิ "ไว้กลับมาบ้านก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องนั้นก็ได้จ้ะ
    ...แม่คิดว่านี่เป็นโอกาสดีนะ
    ลองกลับมาซักครั้ง แล้วคุยกับคุณพ่ออีกครั้งดีมั้ย?"

    คาสึมิ "ไม่ต้องทิ้งสิ่งที่ลูกพยายามสร้างมาจนถึงตอนนี้ก็ได้
    เพราะงั้น แม่มีเงื่อนไขอย่างนึงนะ"

    "เงื่อนไข?"

    แม่พยักหน้า แล้วบอกเงื่อนไขที่ว่านั้นมา

    คาสึมิ "...การแข่งคราวหน้า ถ้าลูกชนะไม่ได้
    ก็ขอให้กลับมาคุยกับคุณพ่อเขาอีกครั้งนึง
    นี่คือ คำขอของแม่นะ"

    ------
    *กลับมาที่ตัวเอกคนเดิม*

    ผมรู้สึกเย็นสันหลังวาบ ดวงตาก็เย็นเป็นน้ำแข็ง
    ที่นี่คือห้องเช่าของเพื่อนวัยเด็กของผม ที่ผมมาค้างคืนอยู่

    ระหว่างที่ผมนอนกลิ้งอยู่บนพื้น ผมคงเผลอหลับไป

    นาฬิกาชี้บอกเวลาบ่ายสอง
    ผมนอนกลางวันไปพอสมควรเลยทีเดียว

    ทันใดนั้นผมก็นึกขึ้นได้ แล้วมองไปรอบๆ

    "โคยะล่ะ..."

    เหมือนจะยังไม่กลับมา

    คงมีเรื่องคุยกันยาวน่าดู
    ผมรู้สึกว่ามันออกจะช้าไปซักหน่อย

    แต่มันคงไม่ใช่เรื่องที่ต้องเป็นห่วงอะไร

    แล้วตอนนั้น ก็มีเสียงใครบางคนเปิดประตูดังมา

    ผมขยับตัวก่อนจะได้คิดอะไรเสียอีก
    ผมลุกพรวดขึ้นมา แล้วสาวเท้าไปหน้าประตูอย่างรวดเร็ว

    และที่ตรงนั้น ผมก็เห็นคนที่ผมเฝ้ารออยู่ในห้องนี้ยืนอยู่

    ตัวเขาที่ดูท่าทางจริงจังมากกว่าทุกทีเล็กน้อย
    พอผมเห็นหน้าของเขา พอรู้แน่ชัดว่าเขากลับมาแล้ว
    ผมก็รู้สึกโล่งใจ

    และในขณะเดียวกันนั้นเอง ก็มีคำๆหนึ่งผุดขึ้นมาข้างในหัวผม

    มันคือคำพูดที่มีไว้เพื่อให้หน้าที่ของผม ที่ผมตัดสินใจแน่ชัดแล้ว สำเร็จลุล่วงลงได้

    "โคยะ"

    พอผมเรียกชื่อ โคยะก็หันมามองผมอีกครั้ง

    "ยินดีต้อนรับกลับ..."

    ------

    หลังจากโคยะกลับมาแล้ว เขาก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่บ้านให้ผมฟังจนหมด

    [ทำให้เป็นห่วงซะแล้ว ก็ของตายล่ะมั้ง?]

    เขาพูดแบบนั้นแล้วก็หัวเราะ

    เรื่องที่คุยกันนั้น ก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย

    'ถ้าเอาชนะในการแข่งครั้งหน้าไม่ได้ ก็กลับมาที่บ้านซะ'

    ทั้งโคยะ ทั้งผม... ไม่สิ ไม่ว่าใครก็คงพอจะเดาได้

    เพราะงั้น สิ่งที่สำคัญคือต่อจากนี้
    หากไม่ได้ข้อสรุป ทุกอย่างก็คงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
    ผมก็เลยถามออกไป

    สุดท้ายแล้ว โคยะจะ...

    "แล้วโคยะจะเอายังไง?"

    โคยะ "ชั้น..."

    โคยะ "ชั้นก็ คงจะกลับไป
    ก็ในเมื่อสัญญาไว้แบบนั้นแล้ว"

    โคยะ "คงเหมือนที่แม่พูดนั่นแหละ
    ชั้นเองก็ไม่คิดหรอกว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปแล้วมันจะดี
    ยังไงสักวันนึง ก็ต้องทำให้มันชัดเจน"

    แล้วโคยะก็ยิ้มออกมาอย่างทุกข์ใจ
    เหมือนจะบอกว่า มันไม่ใช่สิ่งที่คนที่หนีออกจากบ้านมาจะพูดได้เลย

    โคยะ "ลองมาคิดๆดูแล้ว ชั้นก็รู้สึกว่า ทั้งชั้นทั้งพ่อ ก็ยังไม่ได้พูดสิ่งที่อยากจะพูดออกมาเลย"

    โคยะ "เพราะงั้น นี่ก็คงเป็น[โอกาสดี]แล้วล่ะ"

    โคยะ "อีกอย่าง ถึงจะกลับบ้านไป
    ชั้นก็ยังคิดจะเล่นกีตาร์ต่อ
    ไหนๆก็พยายามมาขนาดนี้แล้ว"

    โคยะ "แต่ก่อนหน้านั้น ชั้นก็อยากพูดให้ได้ฟังไว้สักครั้ง
    เรื่องของชั้น เรื่องทุกอย่างจนถึงตอนนี้"

    โคยะ "แบบนั้นแล้ว ก็คงทำให้ชั้นเดินต่อไปข้างหน้าได้
    ชั้นคิดแบบนั้นแหละ"

    แล้วผมก็พยักหน้าเห็นด้วย

    มันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้

    ถึงจะไม่ต้องทำให้ใครเข้าใจ คนเราก็สามารถทำอะไรๆได้
    แต่ถ้าคุยกันให้เข้าใจได้แล้ว ก็คงเป็นพลังให้เราได้มากกว่าไม่ใช่เหรอ

    แต่ว่า การจะทำให้ใครเข้าใจได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย
    พอคิดอยากจะให้ใครเข้าใจ จะทำอะไรๆมันก็ลำบากขึ้น

    แต่ว่า ตอนนี้ โคยะตัดสินใจแบบนั้นอย่างแน่วแน่แล้ว
    สำหรับผม มันเป็นเรื่องที่วิเศษจริงๆ

    "...โคยะเนี่ย เข้มแข็งจริงๆนะ"

    โคยะ "ไม่หรอกน่า
    แค่ชั้นคนเดียว คงคิดอะไรๆไม่ได้ขนาดนี้หรอก
    ...เพราะได้นายช่วยต่างหาก ริวตะ"

    "เอ๊ะ?"

    โคยะ " เพราะนายช่วยออกมาตามหาชั้นเมื่อวาน
    ตอนนี้ ชั้นถึงคิดแบบนี้ออกมาได้
    ขอบใจนะ"

    "อะไรกัน ผมยังไม่ได้ทำอะไรซักอย่างเลย
    แค่พูดสิ่งที่ผมอยากจะพูดเท่านั้นเอง
    เอาจริงๆก็ยังคิดอยู่เลยว่าตัวเองทำได้แค่นี้เองเหรอน่ะ"

    ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย พยายามซ่อนความอายไว้
    พอโดนพูดเรื่องเมื่อวานนี้แล้ว มันรู้สึกเขินๆหน่อยๆ

    โคยะ "ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน่ะ
    ...นี่ ริวตะ"

    "อื๋อ?"

    โคยะมองมาทางผม ด้วยแววตาที่เฉียบคม
    ผมก็เลยทำหน้าจริงจังตามไปด้วย

    โคยะ "ต่อจากนี้จะเป็นยังไง ชั้นก็ยังไม่รู้
    แต่ว่า...ไม่สิ เพราะยังงั้น
    ชั้นถึงคิดจะพยายามให้มากกว่าที่เคย"

    โคยะ "เพราะงั้น ว่าไงดีล่ะ
    นายจะช่วย... คอยให้กำลังใจชั้นเหมือนอย่างที่เคยมาตลอด ได้มั้ย?"

    โคยะทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย แล้วถามผม

    มันดูตลกๆยังไงก็ไม่รู้
    เรื่องแบบนั้น ไม่เห็นจะต้องมาถามกันเลย

    "ให้ตายสิ... พูดอะไรออกมาน่ะ โคยะ"

    เพราะงั้น ผมเลยพูดออกไป
    ด้วยสีหน้าธรรมดาๆ ที่ไม่ต้องพยายามยิ้มออกมา

    "ของตายอยู่แล้ว
    ถึงจะไม่ขอ ผมก็จะคอยเชียร์แน่นอน"

    แล้วโคยะก็ยิ้มออกมา

    โคยะ "ขอบใจนะ ริวตะ
    ...ดีล่ะ! ก็เหลือแค่ต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น
    จะวิ่งไปให้สุดฝีเท้าเลย"

    "อื้ม! วิ่งไปให้สุดกำลังเลย!"

    โคยะ "เอาละ งั้นก็จบเรื่องยืดเยื้อมาข้ามวันแค่นี้ก็แล้วกัน
    ออกไปข้างนอกกันเถอะ"

    "โอ๊ะโอ๊ะ!?"

    โคยะพูดทิ้งท้ายไว้ แล้วก็ลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน จนผมตกใจส่งเสียงออกไป

    เปลี่ยนอารมณ์ไวชะมัดเลย โคยะเนี่ย

    "ว่าแต่ออกไปนี่...ไปไหนอ่ะ?"

    โคยะ "หา? พูดอะไรเนี่ย วันนี้ก็วันเทศกาลไม่ใช่เหรอ
    ไหนๆก็อุตส่าห์กลับมาแล้วทั้งที จะไม่ไปรึไงกัน"

    โคยะ "...เอะ แต่จะว่าไป ชั้นไม่ได้บอกหรอกเหรอ?"

    "อืม ไม่รู้เลยสักกะนิด"

    โคยะ "...งั้นก็โทษที
    ย ยังไงก็ จะไปใช่มั้ย?
    นัดคนอื่นเอาไว้แล้วด้วยสิ"

    "อือ ก็ไปแหละ...
    แต่เรื่องแบบนี้ บอกให้เร็วกว่านี้หน่อยสิ นะ?"

    โคยะ "อ่า น่าอายชะมัด..."

    แล้วโคยะก็ยกมือเกาแก้มเหมือนจะรู้สึกผิด

    เรื่องงานพิเศษเมื่อวานก็ทีละ
    โคยะเนี่ยก็ขี้ลืมอาการหนักน่าดูเลยแฮะ
    ทั้งที่อิมเมจเจ้าตัวไม่ใช่ยังงั้นแท้ๆ

    เอ ไม่สิ
    แค่พูดน้อยไปหน่อยเท่านั้นละมั้ง
    ประมาณว่า พูดไม่เก่ง อะไรทำนองนั้น

    "เอาเถอะ ไม่เป็นไรหรอก
    จะไปกันรึยัง? นัดทุกคนเอาไว้แล้วใช่มะ"

    แล้วก็ออกไปเจอคนอื่น แล้วก็ไปเที่ยวงานกัน10คน (ไปๆมาๆพลัดกันเหลือ2 -_-")

    เหลือวันต่อไป ที่ขอไปช่วยวงโคยะซ้อม กับซ้อมกันไปแล้ววันนึง
    แล้วก็เปิดฉากคอมโบกระทุ้งบ่อน้ำตา -v-
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Tue Sep 27, 2011 8:15 pm

    ได้ข่าวว่ามีฉากxxxหลังงานวันเทศกาล-- /โดนจับยัดห้องขัง
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Tue Sep 27, 2011 11:13 pm

    ถ้าจำไม่ผิดตอนงานเทศกาลนี่โคยะจะสารภาพรัก แต่โทระฮิโกะมาขวางพอดีสินะครับ...

    ชิส์ รอแปลอิงก็ได้ ขอบคุณที่แปลให้อ่านครับพี่บี =3=


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!

      เวลาขณะนี้ Fri Sep 22, 2017 6:14 am