BasicTails สังคมที่อบอุ่นและเป็นมากกว่ากิลด์ในเกม


    กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    Share
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Tue Sep 27, 2011 11:45 pm

    ตอนงานเทศกาล ไม่มีอะไรมากหรอก แค่
    Spoiler:

    เริ่มมาจากตอนเดินไปหาคนอื่นกับโคยะ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเห็นหางโคยะแกว่งไปมา เลย”หมับ”เข้าให้ด้วยความมือบอนจนโดนโดนฮว๊ากใส่
    พอมาตอนนี้โคยะเลยหยอกคืนซะหน่อย แล้วจากนั้นก็แหย่กันไปมาตามประสาเพื่อนเรารักนาย
    ต่อมาก็ไปเจออีก8คนที่เหลือ แล้วไปเดินเที่ยวงานด้วยกัน
    ซึ่งปรากฎว่า พลัดกันซะงั้น เหลืออยู่2หน่อ
    ก็เลยคิดจะออกตามหา แต่ไหนๆก็ไหนๆ ถ้าเดินผ่านซุ้มร้านเฉยๆมันน่าเสียดาย เลยเอามันซะหน่อย
    แข่งช้อนปลาทอง(แป้กคู่) แข่งยิงเป้า(โคยะชนะ ยิงกล่องคาราเมลได้ แล้วมานั่งกินกัน) ซื้อเครปและอื่นๆมากินกัน(และแน่นอนว่าต้องมี "ติดแก้มแน่ะ")
    นั่งอ่านๆดูแล้ว เหมือนจงใจแอบเนี่ยนเที่ยวกัน2ต่อ2มากกว่านะโคยะเอ๋ย

    หลังตระเวนเดทกันทั่วงานแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอ พอดีผ่านบันไดหินก็เลยนั่งพักกัน
    แน่นอนว่าอยู่กัน2ต่อ2ในที่ลับหูลับตาผู้คน คุณสวามีได้ทีเลยกุมมือ ล็อกเอาไว้ไม่ให้หนี(ใช่เรอะ!?)
    แล้วก็รุกคืบเข้ามาจนเกือบจะซีโร่ดิสแทนซ์ หัวใจเต้นเป็นจังหวะพร้อมเพรียงจนแทบจะซิงโครเป็นจังค์วอริเออร์
    ขณะที่บรรยากาศดอกอัญชันบานชื่นมื่นอยู่นั่นเอง อีก8คนก็ตามเจอจนได้
    แล้วก็นั่งชมดอกไม้ไฟกันกับอีก8คนด้วยความเสียดาย สุขใจ



    Ps. http://illiweb.com/fa/pbucket.gif
    กดเสร็จ ลองจิ้มๆดูต่ออีกอันละ3-4ที
    อันบนได้เฉลี่ยน่าจะ60-70% ส่วนอันล่างเกิน80%แน่นอน (90%+ออกโคตรเยอะ)
    มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน สุขใจ

    อา ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของฤดูใบไม้ผลิ

    Ps2. เอ๋? นามสกุล?
    ไม่เห็นเป็นไรนี่ หลายๆคนก็ไม่ได้ใช้นามสกุลจริงในเฟซกันซะหน่อย เนอะๆๆ สุขใจ



    แปล23เสร็จแล้ว รอเช็คพรุ่งนี้เช้าอีกทีค่อยแปะ
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Wed Sep 28, 2011 1:12 am

    ^ ..........เป็นเอามาก ( ´_ゝ`)


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Wed Sep 28, 2011 2:49 am

    ^ +1 -_,-~
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Wed Sep 28, 2011 9:40 am

    23/8

    Spoiler:
    โคยะ "...นี่พูดจริงๆรึเปล่าเนี่ย?"

    "พูดจริงๆ"

    โคยะ "คือ ที่พูดแบบนี้ชั้นก็ซาบซึ้งอยู่หรอก
    แต่วันหยุดจะหมดแล้วทั้งที มากับชั้นนี่จะดีเหรอ?"

    โคยะทำหน้าลำบากใจ
    และคนที่ทำให้เป็นแบบนั้นก็คือ ตัวผมเอง

    วันนี้คือวันที่ผมต้องออกจากบ้านโคยะ แล้วกลับไปบ้านตายาย

    ก็ไม่ได้คิดจะมาบ่นนั่นนี่อะไรหรอก
    เพราะยังไงก็สัญญาแบบนั้นไว้แต่แรกแล้ว

    ถึงจริงๆแล้วอยากจะอยู่ห้องนี้ต่ออีกหน่อยก็เถอะ
    แต่นั่นก็อีกเรื่องนึง

    แล้วทำไมโคยะถึงลำบากใจน่ะเหรอ

    เพราะว่าผมมี[คำขอ]ใหม่อีกอย่างนึงไงล่ะ

    "ก็ถ้าโคยะ กับคนอื่นๆในวงไม่ว่าอะไรล่ะก็...นะ"

    โคยะฟังคำพูดผม แล้วก็ส่งเสียงครางในลำคอออกมาพร้อมเกาคาง

    โคยะ "คือ ถ้ามีคนช่วยซักคนอะไรๆมันก็คงดีขึ้นก็จริงอยู่หรอก...
    แต่ไหงอยู่ๆถึงพูดงั้นออกมาล่ะ?"

    โคยะ "ที่ว่า[อยากจะช่วยงานซ้อมของวง]นั่นน่ะ"

    ใช่แล้ว นั่นแหละคือคำขอใหม่ของผม

    3วันนี้ ถึงจะแค่ช่วงเวลา3วัน แต่ก็มีอะไรๆเกิดขึ้หลายอย่าง

    ผมได้เห็นเรื่องต่างๆมากมาย จนไม่อาจบรรยายออกมาได้หมด

    และเมื่อมาคิดๆดูแล้ว ก็สรุปออกมาได้แบบนั้น

    "...ผมนั่งคิดมาตลอดตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
    ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นใน3วันนี้ แล้วก็อีกหลายๆเรื่อง"

    "และ3วันนี้ ผมก็ได้รู้อะไรหลายๆอย่างของโคยะ ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเยอะแยะมากมาย"

    "ทั้งที่ทะเลาะกับคุณลุงแล้วหนีออกจากบ้านมา
    ทั้งเรื่องที่ไม่เคยกลับไปที่บ้านเลยซักครั้งจนเมื่อไม่นานมานี้"

    "และเรื่องที่ว่า การแข่งครั้งต่อไป ต้องเดิมพันด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง
    ผมคอยดูอยู่เสมอ
    ตลอดเวลา ข้างๆโคยะ"

    "พอ3วันนี้ที่สัญญากันไว้แล้วผ่านไป โคยะก็จะกลับไปซ้อม
    แล้วผมก็จะกลับไปหยุดหน้าร้อนเหมือน4วันก่อน
    ทุกเรื่องที่รู้ก็จะได้แค่เก็บมันไว้ในใจ แล้วไม่นานมันก็จะกลายเป็นความทรงจำ"

    "แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะดีตรงไหนเลย
    ไหนๆก็เข้ามาข้องแวะด้วยขนาดนี้แล้ว ผมก็ไม่อยากปล่อยให้เป็นแบบนั้น
    อาจจะมีเรื่องอะไรที่แม้แต่ผมก็พอทำให้ได้บ้างก็ได้"

    "...ไม่สิ ไม่ใช่ยังงั้น
    ผมอยากจะทำอะไรให้บ้าง
    ไม่ใช่ความรู้สึกรับผิดชอบหรืออะไรทั้งนั้น แค่คิดว่าถ้าเป็นกำลังอะไรให้ได้บ้างก็คงดี"

    โคยะ "งั้นเหรอ"

    โคยะถามย้ำด้วยโทนเสียงที่อ่อนโยน
    สีหน้าลำบากใจจนถึงเมื่อกี้นี้ก็พลันหายไปหมด แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเงียบๆ

    "อื้อ ผมคิดแล้ว และก็ตัดสินใจแล้ว
    ผมอยากจะคอยเฝ้าดูไปให้ถึงที่สุดเลย"

    ผมรู้ตัวดีว่าผมพูดเอาแต่ได้
    ถึงอยู่ด้วย สิ่งที่ผมทำได้ก็มีแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ
    หรือถ้าพลาดขึ้นมาก็คงเป็นแค่ตัวเกะกะ

    ถึงยังงั้น ผมก็อยากอยู่ด้วย
    ตัวเลือกที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไปทั้งๆที่ยังไม่ได้พูดความรู้สึกนี้ออกไป
    ผมไม่มีวันเลือกแน่นอน

    โคยะ "...แต่จะดีเหรอ เอาจริงๆนะ
    อุตส่าห์เป็นวันหยุดทั้งทีนา"

    "ก็บอกแล้วไง ว่าผมคิดแล้ว และก็ตัดสินใจแล้ว
    จะถามอีกกี่ครั้ง ผมก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก"

    โคยะฟังคำพูดผม แล้วถอนหายใจออกมานิดๆ
    แต่หน้าของเขาก็ยิ้มอยู่

    โคยะ "ให้ตายสิ...ยุ่งไม่เข้าเรื่องสุดๆเลย
    โอเค เข้าใจละ จะลองคุยดูละกัน รอแป๊บนะ"

    พอพูดเสร็จ โคยะก็ยื่นมือไปที่โทรศัพท์
    กดหมายเลขเหมือนที่เห็นจนชินตา แล้วก็ยกมาแนบหู

    ที่ว่า[จะลองคุยดู]เนี่ย คนที่โทรไปหาก็คงสมาชิกในวงละมั้ง

    โคยะ "ไง นี่ชั้นเอง
    มีเรื่องอยากปรึกษาหน่อย..."

    โคยะเริ่มคุยผ่านหูโทรศัพท์
    คนที่คุยคงเป็นคนสนิทด้วย

    ขณะที่ชายตามามองผมบ้าง โคยะก็ผลัดถามผลัดตอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    ผมเองก็เงี่ยหูฟัง แล้วรอให้เขาคุยเสร็จอยู่นิ่งๆ

    โคยะ "...อา ใช่...
    รับทราบ เดี๋ยวไปหา
    งั้นก็ แล้วเจอกัน"

    จากนั้นก็วางหูโทรศัพท์
    แล้วโคยะก็หันมาทางผมอีกครั้ง

    โคยะ "ฟังอยู่ใช่มั้ย?"

    ผมพยักหน้าตอบคำถามของโคยะ โดยไม่พูดอะไร
    พอถามย้ำแล้ว โคยะก็พูดต่อ

    โคยะ "ที่คุยด้วยเมื่อกี้ ก็หัวหน้าของพวกเราเอง
    ก็ไม่รู้ว่าที่ถามไปเมื่อกี้จะเข้าใจรึเปล่า
    แต่หมอนั่นบอกว่าเดี๋ยวให้ไปหา"

    "อื้ม..."

    คราวนี้ผมส่งเสียงออกไป แล้วพยักหน้า
    ตัวเองก็รู้สึกตื่นๆนิดหน่อย

    แต่พอโคยะเห็นผมเป็นแบบนั้น ก็ช่วยพูดให้ผ่อนคลายลง

    โคยะ "แต่ไงก็ คงแค่อยากคุยอะไรด้วยนิดหน่อยเท่านั้นแหละ
    ทำตัวสบายๆก็ได้ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอกน่ะ"

    "ร เหรอ?"

    โคยะ "อือ ทางนั้นเองก็เป็นแบบนั้นแหละ
    เผลอๆจะบอกว่า[แบบนั้นน่ะสำคัญกว่าอีกนะ?]ด้วยซ้ำ"

    โคยะ "ถ้างั้นก็ จะไปฟูเมกันล่ะนะ
    ไปเตรียมตัวไป"

    ------

    ผมซ้อนมอเตอร์ไซค์ของโคยะมาจนถึงฟูเม
    แล้วก็เอารถไปจอดไว้ที่หน้าร้านเครื่องดนตรี ที่โคยะทำงานพิเศษอยู่
    จากนั้นก็เดินต่อไปอีกหน่อย จนถึงร้านกาแฟที่นัดไว้

    เมืองนี้ที่ไม่ได้มาเลยตั้งนาน แน่นอนว่ามีผู้คนมากกว่าหมู่บ้านซุยโก
    แต่แม้แต่เรื่องแบบนี้ ผมก็รู้สึกแปลกๆนิดหน่อย
    คงเป็นเพราะใช้ชีวิตแบบที่แค่เดินผ่านผู้คนไปวันๆก็พอละมั้ง

    อาจจะรู้สึกเหมือน[บ้านนอกเข้ากรุง]หน่อยๆก็ได้
    เหมือนเพิ่งเคยรู้สึกว่ามีคนอยู่รอบๆ

    แต่ก็คิดว่า ที่ตัวเองรู้สึกแบบนั้นเนี่ย มันน่าขำดีจริงๆ
    ทั้งๆที่มาจากในเมืองใหญ่แท้ๆ

    รู้สึกแม้กระทั่งเรื่องที่ปกติแล้วก็ไม่เคยแม้แต่จะสะกิดใจ
    อาจจะเพราะรู้สึกเครียดอยู่ก็ได้

    ถึงโคยะจะบอกว่าไม่ต้องเครียด
    แต่สำหรับผมมันก็สงบใจยากเหลือเกิน

    "นี่ โคยะ
    ที่ว่าหัวหน้าเนี่ย เป็นคนแบบไหนเหรอ?"

    อยากจะคลายความอึดอัด ก็เลยลองถามดูซักหน่อย

    โคยะ "ก็เคยเจอกันแล้วครั้งนึงนี่?
    เคสึเกะไง เคสึเกะ เจ้าม้านั่นน่ะ

    "หะ คุณเคสึเกะเนี่ยนะหัวหน้า?"

    แล้วเฮียม้าหน้ายิ้มชื่นมื่นก็โผล่เข้ามาในหัว
    แว้บมาโพสท่าไชโยเสร็จแล้วก็หายวับไป

    อิมเมจเค้าในหัวผมก็ประมาณนั้นแหละ
    แต่เอาจริงๆอาจจะไม่ใช่ประมาณก็ได้มั้ง

    โคยะ "ก็นะ หมอนั่นก็20แล้ว แก่สุดในกลุ่มแล้วล่ะ
    ถึงจะเห็นแบบนั้นก็คิดว่าหมอนั่นเองก็เป็นงาน...อยู่ล่ะนะ"

    "อืมม งี้นี่เอง"

    เมื่อตะกี้มีชะงักแว้บนึงด้วย เพราะอะไรหว่า
    คาใจแฮะ แต่รู้สึกว่าถ้าคิดมากล่ะก็แพ้แน่นอน

    ...เอาเถอะ ปล่อยไปดีกว่ามั้ง

    "งั้นเหรอ แต่ถ้าเป็นคุณเคสึเกะล่ะก็ ค่อยโล่งใจหน่อยเนอะ"

    โคยะ "ใช่ม้า? หมอนั่นเองก็ชิวตัวพ่อเลยล่ะ
    เพราะงั้นทางนี้ก็ชิวๆไปเหอะ
    ไม่ต้องเครียดอะไรมากมายหรอก"

    โคยะ "หมอนั่นก็ไม่ได้จะบ่นอะไรนายแต่แรกแล้วล่ะ
    แค่อยากจะถามอะไรหน่อยเท่านั้นแหละ
    ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอกน่ะ"

    "งั้นเหรอ อืม ค่อยโล่งอกหน่อยแล้วล่ะ"

    โคยะ "งั้นก็ดีแล้วล่ะ
    เอ้า ทำใจสบายๆแล้วไปกันเหอะ"

    แล้วโคยะก็ตบหลังผมแปะๆ แล้วเร่งฝีเท้าขึ้นนิดหน่อย
    ผมก็เดินตามไป เพื่อให้ไปถึงตรงเวลา

    หลังจากนั้นไม่กี่นาที ก็ไปถึงร้านที่นัดไว้
    ร้านนั้นตั้งอยู่ในซอย ห่างจากถนนใหญ่เล็กน้อย

    ข้างๆประตูที่ให้บรรยากาศย้อนยุค ก็ทำเป็นกระจกเอาไว้
    ทำให้มองดูข้างในร้านได้จากตรงนั้น

    อาจจะเป็นเพราะตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่... บางทีอาจจะยังไม่ถึง9โมงด้วยซ้ำ
    ก็เลยแทบไม่มีคนอยู่ในร้านเลย
    มีแค่พอนับเอาด้วยนิ้วมือข้างเดียวยังได้

    แต่เอาจริงๆแล้ว ถ้าร้านที่มาตั้งอยู่แถวนี้มีคนมาเต็มเลยคงแปลกยิ่งกว่าซะอีก

    โคยะ "โอ๊ะ มาก่อนแล้วแฮะ"

    โคยะที่ชายตาส่องดูข้างในร้านเหมือนผมอยู่ ก็พึมพำออกมา

    "คุณเคสึเกะ?"

    โคยะ "อือ นั่งกินอะไรอยู่โต๊ะข้างในโน่นน่ะ"

    พอเปิดประตู พวกเราก็เข้าไปข้างในร้าน
    และกระดิ่งที่ติดไว้ตรงประตูก็ดังกริ๊งๆ

    หลังจากประโยค[ยินดีต้อนรับ]ที่ได้ยินแน่นอนอยู่แล้ว
    ก็มีเสียง[เฮ้~]เรียกพวกเราดังมา

    แล้วโคยะก็ตรงดิ่งไปหาเจ้าของเสียงนั้นโดยไม่ลังเล

    โคยะ "โทษที รอนานมั้ย เคสึเกะ"

    โคยะทักทายอย่างสนิทสนม
    อีกฝ่ายนึงก็คือ ม้าขนสีน้ำตาลอ่อน1คน ที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะสำหรับ4คน

    ฮิรามะ เคสึเกะ ที่ผมเคยพบมาแล้วครั้งนึง
    คนๆนั้นนั่นเอง

    เคสึเกะ "เปล่าๆ นี่ก็เพิ่งมาถึงเอง
    พอดีหิวๆอยู่เลยขอกินข้าวเช้าก่อนซะหน่อย
    อะ ไม่ได้เจอนานเลยนะริวตะ สบายดีมั้ย?"

    "อื้ม สบายดี"

    เคสึเกะ "ก็ดีแล้วเนอะ
    เอ้าๆ ทั้งสองคน นั่งตามสบายไม่ต้องยินคุย"

    คุณเคสึเกะชวนให้นั่ง แล้วผมก็นั่งลงข้างๆโคยะ ฝั่งตรงข้ามคุณเคสึเกะพอดี

    เคสึเกะ "แต่เล่นเอาอึ้งเลยนา
    อยู่ๆโคยะก็โทรมาบอกว่าริวตะอยากมาช่วยงานเนี่ย"

    โคยะ "ก็งั้นแหละ
    ชั้นเองตอนแรกยังคิดอยู่เลยว่าหมอนี่พูดอะไรออกมา"

    "ฮื่อ ขอโทษทีที่อยู่ๆก็บอกกะทันหัน"

    เคสึเกะ "เอาน่ะ ไม่ได้คิดมากหรอก
    อีกอย่างถ้าเป็นริวตะล่ะก็ยินดีเต็มที่เลย"

    พอเห็นผมก้มหัวขอโทษเล็กน้อย
    คุณเคสึเกะก็พูดแบบนั้นตามมมา

    เคสึเกะ "ถ้างั้นก็เริ่ม... ไม่สิยังไม่ใช่วันนี้
    มาช่วยซ้อมตั้งแต่มะรืนนี้เลยได้มั้ยล่ะ"

    "อื้ม...อะ เอ๊ะ จะดีเหรอ?"

    พอเขาตอบOKมาง่ายๆแบบนี้ เลยตกใจหน่อยๆ
    นึกว่ามีอะไรจะถามมากกว่านี้หน่อยซะอีก

    เคสึเกะ "ก็มันไม่มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธนี่นะ
    ริวตะเองก็ตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้วนิ?"

    "มันก็ใช่..."

    เคสึเกะ "ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ยล่ะ
    อีก2คนก็รู้จักริวตะแล้ว อยากหาคนมาช่วยอยู่พอดีด้วย"

    เคสึเกะ "แล้วอีกอย่างนี่ก็โค้งสุดท้ายแล้ว เหลือแค่ปรับอะไรนิดหน่อยเท่านั้นแหละ
    แค่มาช่วยนั่งฟัง แล้วออกความเห็นตรงๆแค่นี้ก็ดีแล้วล่ะ"

    เคสึเกะ "ไม่ใช่ตอนไปเล่นตามข้างทางแล้วซะหน่อย
    มีแบบนั้นสักคนก็ต่างจากเดิมเยอะแล้วล่ะนะ
    แล้วก็อยากให้มาช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆด้วย"

    เคสึเกะ "อีกอย่าง คำขอร้องจากโคยะสุดที่รักทั้งที จะปฏิเสธได้ไงเล่า"

    โคยะ "ใครเป็นที่รักของนายน่ะหือ?"

    เคสึเกะ "เอาเหอะ แต่ไงๆก็ต้องบอกคนอื่นไว้ด้วย
    เพราะงั้นก็เริ่มกันมะรืนนี้แหละ
    เพราะกว่าจะลากคอเจ้ายูกิได้ก็พรุ่งนี้โน่น"

    เคสึเกะ "ถ้างั้นก็ หลังจากนี้ฝากด้วยล่ะ ริวตะ!"

    พอพูดจบคุณเคสึเกะก็ยื่นมือมาจากอีกฝั่ง
    ผมรู้สึกเหมือนถูกกดดัน ก็เลยตามเลยจับมือด้วย

    "อ อื้ม ฝากตัวด้วย"

    โคยะ "..."

    พอโคยะเห็นพวกผม ไม่สิอาจจะแค่คุณเคสึเกะ ทำตัวผิดธรรมชาติ ก็หันมาค้อนตามอง

    ถึงไม่ได้พูดอะไรแต่ผมก็พอจะเข้าใจ
    ทำตาเหมือนอยากจะพูดว่า [ฟังเขาบ้างเหอะ]

    เคสึเกะ "แต่ว่านา ทำไมถึงเกิดอยากช่วยขึ้นมาซะล่ะ?
    ถึงจะดีใจก็เถอะ แต่อยู่ๆมาแบบนี้ก็รู้สึกสงสัยนะ"

    โคยะ "เฮ้ยนี่เจ้าม้าปล่อยๆเค้าไปเหอะน่ะ"

    แล้วคราวนี้โคยะก็ส่งเสียงออกมา

    แต่คุณเคสึเกะกลับฉีกยิ้มหน้าบาน เหมือนจะบอกว่า[กำลังรออยู่เลย]

    เคสึเกะ "อะไรกาน โคยะ~ ตอนนี้ชั้นกำลังสัมภาษณ์เจ้าริวตะอยู่นา?
    พอโดนเมินแค่ไม่กี่นาทีก็เหงาขึ้นมาเลยเหรอจ๊ะ?"

    โคยะ "...เออ ยอมละ"

    หลังทำหน้านิ่วขมวดคิ้วไปแป๊บนึง โคยะก็พึมพำออกมา

    เป็นสีหน้าที่ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่ ผมเลยยิ้มออกมาหน่อยๆ
    โคยะก็ทำหน้าแบบนั้นได้เหมือนกันแฮะ

    เคสึเกะ "ไม่ต้องหน้าบูดขนาดนั้นหรอกน่า
    เดี๋ยวหลังนี่จะแคร์ให้ร้องอย่ากันไปข้างเลย"

    โคยะ "ครับๆขอโทษครับขออภัยจริงๆครับ
    ว่าแต่นายเองก็เหอะขอล่ะช่วยไปโรง'บาลดูซักครั้งได้มะ?
    โรง'บาลบ้าน่ะ"

    เคสึเกะ "แล้ว ทำไมเหรอ?"

    "เหะ?"

    พอกำลังนั่งดู2คนตีกันอยู่ดีๆ ก็วกกลับเข้าเรื่องของผมซะงั้น
    ผมเลยเผลอส่งเสียงแปลกๆออกไป

    อืม หลายครั้งแล้วแฮะ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

    เคสึเกะ "ก็นั่นไง ทำไมอยู่ๆถึงบอกว่าอยากมาช่วยงานน่ะ
    ทำไมเหรอ?"

    "เอ่อ ก็..."

    พอโดนถามย้ำอีกที ก็รู้สึกลำบากใจ

    ตอนเช้า เรื่องที่พูดให้โคยะก็คือความรู้สึกจริงๆทั้งหมดของผม
    ที่อยากเป็นกำลังให้โคยะ อยากจะคอยเฝ้าดูไปจนถึงที่สุด
    เพราะคิดแบบนั้น ก็เลยพูดว่าอยากช่วยออกมา

    แต่พอมาคิดๆดูแล้ว จะพูดให้คนอื่นนอกจากโคยะฟังเนี่ย
    มันก็เหมือนมีอะไรห้ามไว้
    รู้สึกว่ามันน่าอายสุดๆเลย

    คุณเคสึเกะเองก็กำลังรอคำตอบของผมอยู่
    บางทีคงไม่ยอมเปลี่ยนเรื่องจนกว่าผมจะตอบเลยก็ได้

    ผมเหลือบไปมองโคยะเพื่อขอความช่วยเหลือ
    แต่เหมือนโคยะคงคิดเรื่องเดียวกันอยู่ นั่งเหม่อๆแล้วก็ทำหน้าลำบากใจหน่อยๆออกมา

    ...อีหรอบนี้ ก็เป็นไงเป็นกันล่ะ!

    "อยาก..."

    เคสึเกะ "อยาก?"

    "อยากจะเป็นกำลังให้โคยะ...ละมั้ง"

    เคสึเกะ "..."

    คุณเคสึเกะมองมาทางผมด้วยสายตาอึ้งพูดอะไรไม่ออก

    อ่า ผม ทำลงไปแล้วสินะ
    รู้สึกทนไม่ค่อยได้ แล้วผมก็ก้มหน้าลง

    ไม่รู้ว่าสภาพผมมันดูน่าขำหรือยังไง อยู่ๆคุณเคสึเกะก็

    เคสึเกะ "ฮะ...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

    เอามือกุมท้องระเบิดหัวเราะออกมาเต็มที่

    เพราะหัวเราะซะขนาดนั้น ผมเลยรู้สึกอายแบบสุดๆ
    หน้าก็ไม่ต้องสงสัย คงแดงแป๊ดไปแล้วแน่นอน

    โคยะ "เฮ้ย เคสึเกะ จะขำมากไปไหน"

    เคสึเกะ "เฮ่อ โทษทีๆ แต่ทำหน้าอายๆพูดเรื่องแบบนั้นออกมามันตลกจะตาย"

    เคสึเกะ "แต่ก็เป็นเหตุผลที่ดีไม่ใช่รึไงล่ะ
    งั้นเหรอ งี้นี่เอง อืมๆ"

    คุณเคสึเกะพูดเองเออเอง แล้วก็ผงกหัว

    เคสึเกะ "ดีจังน้า ใบไม้ผลิแล้วล่ะสิ"

    โคยะ "ไอ้ใบไม้ผลิน่ะมันในหัวนายตะหากเหอะ
    ไม่เห็นต้องดี๊ด๊าขนาดนั้นเลย"

    เคสึเกะ "หือหือ เขินล่ะสิเจ้าโคยะ
    งั้นถ้าเป็นแบบนั้น ชั้นก็ไม่ขอเป็นก้างขวางคอละนะ
    เอ้าๆ ออกไปกันได้แล้ว"

    คุณเคสึเกะหยิบใบเสร็จ แล้วก็ลุกขึ้นยืน
    ผมกับโคยะก็ลุกตามแล้วเดินออกจากร้านไป

    เคสึเกะ "งั้นชั้นกลับบ้านก่อนล่ะนะ
    โคยะ วันนี้รวมตัวกัน6โมงนะ อย่าลืมซะล่ะ"

    โคยะ "โดนนายย้ำเรื่องเวลาแล้วขนลุกชะมัด
    แล้วยูกิมาได้พรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ?"

    เคสึเกะ "ก็งั้นแหละ แต่เหมือนจุนมันว่างวันนี้
    นัดกันก่อนก็ไม่เป็นไรนี่"

    โคยะ "อือ ก็จริง"

    เคสึเกะ "ไงก็ฝากตัวด้วยล่ะ!
    ไปนะริวตะ ตั้งแต่มะรืนนี้ก็ฝากด้วยล่ะ"

    "อื้อ ทางนี้ก็เหมือนกัน"

    ผมโบกมือลาคุณเคสึเกะที่เดินออกไป แล้วแยกกันตรงถนน
    พอไปส่งได้ซักพัก โคยะก็พูดออกมา

    โคยะ "...พวกเราก็กลับกันเหอะ"

    "...อื้ม"

    พวกเรา2คนหันหลังกลับไป แล้วเดินไปด้วยกัน

    รู้สึกเหมือนบรรยากาศระหว่างพวกเรามันแยกๆห่างๆกัน
    ก็พอจะเข้าใจเหตุผลได้อยู่หรอก
    คงเป็นเพราะคุณเคสึเกะนั่นแหละ

    เพราะเป็นแบบนั้น ถึงจะเดินอยู่ข้างๆกัน แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันเลย
    พอเดินกลับมาจนถึงร้านเครื่องดนตรี ก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์กัน
    แล้วขี่กลับซุยโกเหมือนกับตอนเช้า แต่ก็มีต่างกันอยู่แค่เรื่องนั้น

    แม้จะกลับมาถึงห้องเช่าของโคยะแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่เลย
    กว่าจะได้คุยกัน แบบคุยกันจริงๆ ก็ตอนลงจากมอเตอร์ไซค์แล้ว

    "งั้นผมกลับบ้านคุณตาละนะ"

    โคยะ "อา"

    แต่ก็เป็นแค่บทสนทนาสั้นๆเท่านั้น

    ตอนนี้ผมถือสัมภาระของตัวเอง ยืนอยู่หน้าประตูห้องเช่า
    โคยะก็มายืนส่งอยู่ตรงนั้น

    "ขอบคุณที่ดูแลมาตลอด3วันนะ"

    โคยะ "ไม่หรอก ทางนี้ก็เหมือนกันแหละ
    เอาจริงๆทางนี้มากกว่านะที่ต้องขอบคุณน่ะ"

    "ไม่ใช่ยังงั้นหรอก"

    ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วโบกมือปฏิเสธ

    แล้วก็เงียบกันทั้งคู่อีกครั้ง

    "...งั้นก็ ขอบคุณมากนะ ไปล่ะนะ"

    โคยะ "อา กลับระวังๆล่ะ"

    ทั้งๆที่ไม่ใช่ว่าหลังจากนี้แล้วจะไม่ได้เจอกันอีกเลยซะหน่อย
    แต่ก็ร่ำลากันเป็นล่ำเป็นสันเหลือเกิน
    จนแม้แต่ตัวเองก็หัวเราะออกมา

    "อื้ม ขอบคุณนะ
    แล้วเจอกันมะรืนนี้"

    โคยะ "อา"

    ผมหันหลังให้โคยะ แล้วเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตู

    และตอนนั้นเอง

    โคยะ "...เออนี่"

    "หืม?"

    พอโดนเรียกให้หยุด ผมก็หันกลับไป
    ที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือโคยะเปลี่ยนไปจากเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง กำลังทำสีหน้าใครครวญอยู่

    โคยะ "คือว่า..."

    โคยะหยุดพูดไป เหมือนจะตัดสินใจลำบาก
    แต่ก็แค่ไม่นานนัก แล้วเริ่มพูดต่อทันที

    โคยะ "ตั้งแต่มะรืนนี้ จะกลับมาค้างอีกมั้ย"

    "เอ๊ะ?"

    โคยะ "ก็ ตั้งแต่มะรืนนี้ ต้องไปกลับฟูเมใช่มั้ยล่ะ
    ไปพร้อมชั้นเลยมันก็สะดวกกว่า
    ถ้าจะไปล่ะก็ มาค้างบ้านชั้นคงสบายกว่าเยอะ"

    โคยะ "จริงๆแล้วมาค้างตั้งแต่วันนี้ไปเลยก็ได้
    แต่ก็อย่างที่เคสึเกะพูด ว่าต้องซ้อมตั้งแต่วันนี้
    วันนี้ก็คงต้องกลับดึกหน่อย"

    โคยะ "เพราะงั้น ตั้งแต่มะรืนนี้
    ถ้านายไม่ว่าอะไร...จะมาค้างมั้ย"

    "โคยะ..."

    สำหรับผม ก็เป็นข้อเสนอที่วิเศษที่สุดแล้ว
    ไม่ต้องมานั่งคิดอะไรให้วุ่นวายเลย

    โคยะ "เอา ไง?"

    โคยะถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่ค่อยสบายใจ
    เป็นอะไรที่ดูแล้วก็ชวนให้ยิ้มอยู่เหมือนกัน

    ไม่เห็นต้องเป็นห่วงกันขนาดนั้นเลยก็ได้

    แต่ที่ชวนมาแบบนี้ ถ้าเป็นเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่เรื่องการซ้อมล่ะก็ผมคงดีใจน่าดู

    "จริงเหรอ?"

    โคยะ "แล้วจะโกหกทำไมล่ะ"

    "แต่ จะไม่รบกวนโคยะเอาเหรอ?"

    โคยะ "ถ้าคิดงั้นชั้นจะชวนแต่แรกมั้ย..."

    ดูเหมือนโคยะเองก็รู้สึกตัวแล้ว

    โคยะ "...แบบนี้มันก็เหมือน3วันก่อนเลยนี่เนอะ"

    แล้วทั้ง2คนก็หัวเราะออกมา

    เหมือนกับ3วันก่อนเปี๊ยบเลย
    ถ้างั้นล่ะก็ต่อจากนี้ ก็ต้องเป็น...

    โคยะ "ต้องให้ชั้นพูดอีกครั้งเรอะ?"

    โคยะถามมา เหมือนว่ารู้จุดประสงค์ของผมแล้ว
    ผมก็พยักหน้าตอบเล็กน้อย

    โคยะส่งเสียงครางในลำคอ พลางหลับตาลงแล้วก็เกาหัว
    จากนั้นก็มองตรงมาที่ผมด้วยตาคู่นั้น เหมือนกับว่าตัดสินใจได้แล้ว

    โคยะ "ชั้น อยากให้นายมาค้างที่บ้าน
    ถ้านายไม่ว่าอะไรน่ะนะ
    หรือว่าคราวนี้...ไม่เอาแล้ว?"

    "ไม่หรอก ไม่ใช่งั้นหรอก
    งั้น ขอรับข้อเสนอหน่อยก็แล้วกัน
    ...รบกวนหน่อยนะ โคยะ"


    Ps. http://illiweb.com/fa/pbucket.gif
    อัญชันกำลังผลิบาน สุขใจ




    http://to-a.ru/RVz3Ve/img1
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Thu Sep 29, 2011 8:12 pm

    25/8

    Spoiler:
    "งั้นผมไปละนะครับ"

    ยามเช้า
    ผมเคาะปลายรองเท้ากับพื้น พร้อมส่งเสียงจากหน้าประตูบ้าน

    ในมือถือของต่างๆสำหรับไปค้างคืน...หรือเอาจริงๆก็คือกระเป๋าที่ใส่ของทุกอย่างที่เอามาที่นี่นั่นเอง
    เหมือนกันกับเมื่อไม่นานมานี้เปี๊ยบเลย

    หลังจากนี้ ผมกำลังจะไปบ้านของโคยะ
    ตั้งแต่วันนี้ การ[ช่วยงาน]ที่ผมขอร้องไปนั้น ก็กำลังจะเริ่มขึ้น

    ถึงตัวเองจะเป็นฝ่ายขอร้องเอง
    แต่ยังไงๆก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน
    รู้สึกเหมือนกับว่าในปากมันแห้งผากมาตั้งแต่ตื่นนอนแล้ว

    ยาย "จ้าๆ ไปดีมาดีจ้ะ
    อย่าทำเขาเดือดร้อนด้วยล่ะ"

    คุณยายที่โผล่หน้าออกมาจากห้องนั่งเล่น
    ก็พูดคำพูดที่เคยได้ยินมาแล้วออกมา

    เหมือนกับว่า คุณยายพูดแบบเดียวกับวันที่ผมออกไปก่อนหน้านี้เลย
    พอคิดๆแบบนั้นแล้วมันก็ตลกดี

    "อื้อ รู้แล้วครับ
    แล้วก็ขอโทษนะครับ อีกไม่กี่วันก็ต้องกลับไปแล้วแท้ๆ แต่ยังมาทำให้วุ่นวาย"

    ยาย "จ้า ไม่เป็นไร
    หมู่นี้ริวตะจังดูท่าทางสนุกจะตายไป แค่นั้นก็พอแล้วจ้ะ
    ไปสร้างความทรงจำดีๆให้เยอะๆล่ะ"

    "อื้อ ขอบคุณครับ
    ไปละนะครับ"

    ยาย "จ้า ไปดีมาดี"

    คุณยายมาส่งผมด้วยรอยยิ้ม แล้วผมก็ออกจากบ้านไป

    ------

    หลังจากนี้ก็คงจะยุ่งหน่อยๆ
    บางที อาจจะกลับไปหาตายายไม่ได้เลยจนถึงไม่กี่วันก่อนจะต้องกลับบ้านทางโน้น

    พอมาคิดแบบนี้ก็รู้สึกผิดแล้วก็เหงานิดหน่อย
    เหมือนข้างในใจมันมีลมพัดหวิวๆอยู่ยังไงยังงั้น

    แต่ถึงยังงั้น ผมก็รู้สึกสนุกอยู่เหมือนกัน
    กับความตื่นตาตื่นใจในเรื่องต่างๆหลังจากนี้
    ความรู้สึกผิดข้างในตัวผมมันก็เลยเหลือเล็กนิดเดียว

    ยิ่งกว่านั้น เรื่องที่คุณยายพูด
    [ไปสร้างความทรงจำดีๆให้เยอะๆล่ะ]
    เพราะงั้น ผมคงไม่จำเป็นต้องไปคิดมากหรอก

    ผมหยุดเดินแล้วหันกลับไปโดยไม่รู้ตัว
    มองไปที่บ้านคุณตา ที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อย

    ผมหันไปมองดูให้ชัดเจน
    แล้วพึมพำออกมาอย่างหนักแน่น

    จนกว่าจะถึงวันแข่ง รวมวันนี้ด้วยก็3วัน
    ผมมีเวลาช่วยงานได้เพียงแค่72ชั่วโมง
    มันเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากทีเดียว

    "อื้ม ผมไปละนะครับ"

    แต่ผมก็จะทำให้เต็มที่เลย

    ------

    พอถึงอพาร์ทเมนท์ที่แสนจะโทรมไม่เปลี่ยนแปลง โคยะก็ออกมาข้างนอกแล้ว
    กำลังนั่งก้มๆมองๆ ง่วนอยู่กับมอเตอร์ไซค์อยู่

    "อรุณสวัสดิ์ โคยะ"

    โคยะ "อา หวัดดี"

    พอยิ้มทักไป โคยะก็ชูมือขึ้นตอบเล็กน้อย
    มือข้างนั้นสวมถุงมือ และกำเครื่องมือช่างอยู่
    แล้วผมก็ยืนดูโคยะกำลังจัดการกับมอเตอร์ไซค์

    มีอะไรรึเปล่านะ

    "มีอะไรเหรอ หรือว่ารถอาการไม่ดี?"

    โคยะ "เปล่าหรอก แค่เช็คสภาพมันนิดหน่อยแหละ
    เพราะต้องพานายซ้อนท้ายด้วยไปอีกสักพักน่ะนะ
    เลยคิดว่าเช็คๆไว้หน่อยดีกว่า"

    "โอ ขอบพระคุณเป็นอย่างมาก
    แต่โคยะดูมอไซค์เป็นด้วยเหรอเนี่ย นึกไม่ถึงแฮะ"

    โคยะ "ก็ขี่อยู่ประจำนี่นะ คงไม่แปลกหรอก
    อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว เอาของไปวางในห้องก่อนไป"

    "โอเค แล้วกุญแจล่ะ?"

    โคยะ "ไม่ได้ล็อค แล้วก็วางกุญแจสำรองไว้บนโต๊ะแล้ว
    ออกมาแล้วล็อคให้ด้วยล่ะ"

    "แล้วโคยะไม่เอาของไปเหรอ? พวกเครื่องดนตรีเงี้ย"

    เห็นโคยะมือเปล่าก็เลยถามดู
    จำได้ว่าตอนมาคราวก่อนเห็นกีตาร์วางไว้อยู่ด้วย
    ไม่เอาไปไม่เป็นไรเหรอ

    โคยะ "อา ไม่มีหรอก อยู่ที่โน่นหมดแล้ว
    มีกีตาร์ตั้งไม่รู้กี่ตัว ของเมื่อวันก่อนก็วางทิ้งไว้ที่โน่นแล้ว"

    "งั้นเหรอ
    โอเค งั้นขอเอาของไปเก็บก่อนนะ"

    โคยะ "อา"

    ผมหยิบกระเป๋าขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเดินไปที่ห้องของโคยะ

    ------

    ถึงจะแค่3วันเท่านั้น แต่ผมก็รู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศในห้องแล้ว
    รู้สึกเหมือนกับอยู่ในห้องตัวเองยังไงยังงั้นเลย

    "เพราะคราวที่แล้วทำความสะอาดไปรึเปล่าน้า...?"

    คงเป็นสาเหตุนึงด้วยล่ะมั้ง
    ...เอาเถอะ ความทรงจำแบบนั้นเก็บไว้เงียบๆดีกว่า

    ผมไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป แล้วก็เอาสัมภาระไปวางไว้ด้านในห้องเพื่อไม่ให้เกะกะ

    จากนั้นก็ไปหยิบกุญแจที่วางไว้บนโต๊ะตามที่โคยะบอก แล้วย้อนกลับไปหน้าประตู

    ผมสวมรองเท้าแล้วก็เปิดประตู
    และขณะที่กำลังจะเดินออกมานั่นเอง

    "หลังจากนี้ก็ ขอรบกวนอีกครั้งนะครับ"

    ผมก้มหัวลง หันไปทางห้องที่ไม่มีใครอยู่เลย
    ไม่มีเหตุผลอะไร แค่อยู่ๆอยากทำขึ้นมาก็เท่านั้นเอง

    ------

    ผมลงกลอนเสร็จแล้วก็เดินกลับไปหาโคยะ
    คงเช็คเสร็จแล้วพอดี แล้วโคยะก็เอาถุงมือกับเครื่องมือใส่เก็บไว้ที่เบาะรถ

    "ไม่มีอะไรผิดปกตินะ?"

    ผมลองถามดู
    หลังจากปิดเบาะลงมาแล้ว โคยะก็หันมาตอบ

    โคยะ "อือ เท่าที่ดูน่ะนะ
    วันนี้ก็คงวิ่งได้ดีเลยล่ะ"

    "เหรอ ค่อยสบายใจหน่อยเนอะ"

    โคยะ "ก็นะ ถึงมอไซค์จะไม่มีปัญหา แต่ถ้าชั้นขี่พลาดขึ้นมาก็จบเห่แหละ"

    "อย่าพูดเป็นลางสิท่าน
    แต่ไงๆก็ กับโคยะก็คงไม่มีทางหรอกเนอะ?"

    โคยะ "ก็ไม่รู้ซิ~
    ชีวิตคนเราอะไรมันจะเกิดก็เกิดขึ้นได้แหละน่า"

    โคยะหยอกมาแบบนั้น พร้อมส่งหมวกกันน็อคมาให้ผม

    โคยะ "เพราะงั้นน่ะนะ ยังไงก็ปลอดภัยไว้ก่อนเหอะ"

    "วกไปสรุปแบบนั้นซะงั้นน่ะ?"

    โคยะ "หนวกหูน่า ตอนแรกแค่กะจะแหย่เล่นเท่านั้นแหละ"

    โคยะหยิบหมวกกันน็อคของตัวเองมาสวม
    แล้วผมก็ทำตาม เอาหมวกกันน็อคมาสวมด้วยเช่นกัน

    โคยะ "เรียบร้อยแล้วนะ?"

    "อื้อ คงไม่เป็นไรละ"

    โคยะ "งั้นก็โอเค"

    พอถามย้ำสั้นๆแล้ว โคยะก็ขึ้นขี่รถ

    โคยะ "ขึ้นมาสิ"

    "งั้นก็ ขออนุญาต..."

    แล้วผมก็ค่อยๆขึ้นไปนั่งเบาะท้ายอย่างเกรงใจเล็กน้อย
    ถึงจะซ้อนมาหลายครั้งแล้ว แต่พอไปนั่งตรงนั้นมันก็ตื่นๆหน่อยๆ

    โคยะ "อันตรายนา เกาะให้มันแน่นๆหน่อยสิ?"

    "อ อื้ม"

    พอโดนบอกแบบนั้น ผมก็เอามือกอดเอวโคยะแน่น
    ไอ้นี่ก็ไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้วเหมือนกัน แต่ใจเต้นหนักกว่าตอนนั่งอีก

    กังวลหน่อยๆว่าโคยะจะรู้สึกมั้ยเนี่ยว่าใจมันเต้นแรงขึ้น

    โคยะ "จะไปกันละนะ"

    แล้วพอย้ำจนแน่ใจว่าเรียบร้อยดีแล้ว โคยะก็สตาร์ทเครื่อง

    แล้วรถมอเตอร์ไซค์ที่พวกเรานั่ง ก็วิ่งผ่านชนบทอันเงียบสงบนี้ไปอย่างรวดเร็ว

    ------

    ที่ที่วงของพวกโคยะใช้เป็นสถานที่ซ้อมกันก็คือ
    สตูดิโอเล็กๆที่เชื่อมต่อกับร้านเครื่องดนตรีแห่งหนึ่ง

    ร้านนั้นก็คือที่ทำงานพิเศษของโคยะ
    และเป็นร้านที่เอารถมาจอดไว้ตอนที่มาหาคุณเคสึเกะเมื่อวานซืนนี้นั่นเอง

    ทั้งด้านนอกด้านใน ก็ให้บรรยากาศสงบเงียบ
    จนรู้สึกเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ซะมากกว่าจะเป็นร้านเครื่องดนตรีซะอีก

    ผมโค้งเล็กน้อยให้กับเจ้าของร้านที่พูดประโยคธรรมดาว่า[ยินดีต้อนรับ]
    แล้วโคยะก็พาผมเข้าไปข้างในร้าน

    ------

    เคสึเกะ "โอ้ มาแล้วเหรอริวตะ"

    พอเปิดประตูที่พาไปยังสตูดิโอ ก็เจอคนอยู่ข้างใน3คน
    คุณเคสึเกะที่รู้ตัวก่อนใครว่าผมมาแล้ว ก็ส่งเสียงทักทาย

    "แหะแหะ จากนี้ไปขอรบกวนด้วยนะครับ"

    เคสึเกะ "โอ้ ฝากด้วยล่ะ"

    "ง่ะ!?"

    คุณเคสึเกะจับผมเฮ้ดล็อกแล้วขยี้หัวผมอย่างเมามัน

    "เดี๋ คุณเคสึเกะหยุดก่อน หัวผม หัวโผ๊มมมมมม"

    เคสึเกะ "อารายอาราย! ยังไม่หมดแค่นี้นะเออ!"

    "อะร๊าย! ว่าไงนะค๊าบบ!?"

    ??? "นี่ๆ จะหยอกกันก็ไม่ว่าหรอกนะ
    แต่ช่วยเอาไว้ก่อนได้มั้ย เคสึเกะ"

    หลังส่งเสียงเอะอะกัน อยู่ๆเสียงที่เย็นชาราวกับจะว่ากล่าวพวกผมก็ดังขึ้นมา
    แล้วคุณเคสึเกะก็ปล่อยผมจนได้

    พอผมเงยหน้าขึ้นขณะที่กำลังลูบผมที่โดนคุณเคสึเกะขยี้มา
    ก็เห็นนกขมิ้นที่ค่อนข้างหาดูยาก เจ้าของเสียงเมื่อครู่นี้ยืนอยู่
    และที่ข้างๆนั้น ก็คือ แมวในสายพันธุ์แมวสามสี ผู้ไม่ค่อยพูดค่อยจานั่นเอง

    ยูกิ "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ริวตะคุง
    ดีจังที่ยังสบายดี"

    "อื้อ ขอบคุณ
    ทุกคนเองก็สบายดีเหมือนกันนะ
    จุนคุงด้วย ไม่ได้เจอกันนานเลย"

    จุน "...อืม"

    จุนคุงพยักหน้าตอบเล็กน้อย
    ยังไม่ค่อยพูดจาอะไรเหมือนเดิมเลย

    ยูกิ "แล้วก็เคสึเกะน่ะ
    ริวตะคุงเขาอุตส่าห์มาช่วยแล้วทั้งที
    มีวิธีต้อนรับแบบอื่นอีกมั่งมั้ยน่ะ?"

    เคสึเกะ "หืย สมแล้วที่เป็นยูกิ ตบมุขโหดตลอดเลยแฮะ"

    ยูกิ "ตบมุขที่ไหนเล่า
    เลิกเล่นมุขเองคนเดียวได้แล้ว ถึงเวลาก็หัดจริงจังมั่งเถอะน่า!"

    แล้วคุณยูกิก็ชี้นิ้วสั่งสอนคุณเคสึเกะ
    ความสัมพันธ์เหมือนเดิมเลย

    เคสึเกะ "เฮ้เฮ้
    เอ้า ไหนๆก็รู้สึกจะไม่ได้เจอหน้ากันพอสมควรแล้ว
    งั้นแนะนำตัวกันอีกรอบกันดีมั้ย"

    เคสึเกะ "เอาล่ะ จะแนะนำตัวย้ำให้อีกทีละกัน
    ก่อนอื่นก็แมวสามสีที่อยู่ตรงนั้น เนโกนิชิ จุน
    อยู่ม.4 อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม ตำแหน่งมือเบส"

    เคสึเกะ "อย่างที่รู้ ว่าเงียบตลอดศก
    แต่ไงๆก็เป็นเด็กดีมากๆคนนึงล่ะนะ สนิทกันเข้าไว้ด้วยล่ะ
    เอ้า จุนเองก็ทักทายอะไรซักคำหน่อยซิ"

    จุน "...ฝากตัวด้วย"

    เคสึเกะ "เอ้าคนต่อไป ที่อยู่ข้างๆจุนก็คือ โทริอิ ยูกิ เหมือนจะสายพันธุ์นกขมิ้น
    หน้าตาดูน่ารักน่าชัง อาจจะดูละอ่อนไปหน่อย แต่จริงๆ18แล้ว
    อายุมากกว่าริวตะอีกนะ"

    เคสึเกะ "ตำแหน่งคนร้องประจำวง เล่นเปียโนกับคีย์บอร์ดพอได้ แต่ก็นานๆเล่นที
    อะไรประมาณนั้นแหละ เอ้ายูกิ พูดอะไรซักคำซิ"

    ยูกิ "ปากเสีย...
    เอาเถอะ จากนี้ไปฝากด้วยนะ ริวตะคุง"

    เคสึเกะ "ส่วนโคยะ... ท่าทางคงไม่ต้องพูดอะไรมากมาย งั้นขอผ่าน
    เผลอๆจะรู้ดีกว่าชั้นอีกด้วยซ้ำ ใช่มะ"

    โคยะ "งั้นมั้ง
    เอาเหอะ จากนี้ไปก็ฝากด้วยล่ะ"

    เคสึเกะ "เอ้า ถ้าเสร็จแล้วต่อไปก็ชั้นล่ะนะ ฮิรามะ เคสึเกะ
    ตำแหน่งมือกลอง แล้วก็หัวหน้า
    ...เอ่ หัวหน้าเนอะ?"

    ยูกิ "ไม่ต้องย้ำ2ทีเถอะ ไม่มีใครสงสัยหรอกน่า"

    เคสึเกะ "เรอะ? งั้นก็ดีละ
    แต่ไงๆก็ มีความลับเยอะๆดูเท่กว่า เพราะงั้นของชั้นจบแค่นี้ละกัน"

    เคสึเกะ "ต่อไปก็ตาริวตะแล้วสินะ แนะนำตัวให้สมาชิกฟังหน่อย...
    เอ้า โคยะ เอาเลย"

    โคยะ "ชั้นเรอะ... เออ ช่างเหอะ
    เอ่ เพื่อนสมัยเด็กของชั้น อาคาบาเนะ ริวตะ
    กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงวันหยุดหน้าร้อนอยู่ แต่เกิดอยากมาช่วยพวกเราขึ้นมา"

    โคยะ "อาจจะดูพิลึกพิลั่นไปบ้าง
    แต่พื้นฐานแล้วก็เป็นคนดี คิดว่าคงเข้ากับทุกคนได้แหละ"

    โคยะ "เอ้า ริวตะ ซักคำซิ"

    แล้วโคยะก็เอามือแตะไหล่ผมเบาๆ
    ผมพยักหน้าเล็กน้อย แล้วหันไปมองทุกคน

    "เอ่อ ก็ ขออภัยด้วยที่อยู่ๆก็บอกว่าอยากมาช่วย
    แต่ผมจะพยายามเต็มที่ เพื่อเป็นกำลังให้ทุกคนให้ได้ครับ
    อาจจะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็ขอฝากตัวด้วยครับ"

    พอผมพูดจบ ทุกคนก็ตอบกลับมาว่า[ทางนี้ก็ด้วย]
    รู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมาเล็กน้อย

    เคสึเกะ "เท่านี้ก็จบทุกคนแล้วสินะ
    เอ้อ แล้วก็ ให้หลังจากนี้ริวตะมาเป็นผู้จัดการชั่วคราว
    และก็เป็นสมาชิกวงอย่างเป็นทางการ ทุกคนตั้งใจไว้แบบนี้แหละ"

    เคสึเกะ "เพราะงั้น ริวตะ..."

    คุณเคสึเกะหยุดพูดไปครั้งนึง
    แล้วผมก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆมันตึงเครียดขึ้นมา จนหลังมันตึงไปด้วย

    และเหมือนทุกคนจะรู้สึกเหมือนกัน
    แต่ละคนก็ทำสีหน้าจริงจังมากกว่าเมื่อกี้เล็กน้อย

    คุณเคสึเกะเหลือบไปมองรอบๆ เพื่อย้ำให้แน่ใจอีกที
    หลังจากนั้นก็กระแอม[อะแฮ่ม]ทีนึง ก่อนจะหันมาหาผมอีกครั้ง
    แล้วก็พูดต่อจากนั้น

    เคสึเกะ "ยินดีต้อนรับ สู่Musikus!"

    ------

    Musikus เป็นคำภาษาเยอรมัน ที่มีความหมายคล้ายๆนักดนตรี
    อาจจะเขียนวิธีอ่านเป็นภาษาญี่ปุ่นยากอยู่สักหน่อย
    แต่[มูสิคุส]ก็น่าจะใกล้เคียงมากที่สุดแล้ว

    และนี่คือ ชื่อวงของพวกโคยะนั่นเอง

    เห็นสมาชิกวง4คนเป็น ม้า หมา แมว นก
    เกือบจะเหมือนกันกับพวกสัตว์ที่ขึ้นมาแสดงเวทีในนิยามกริม เรื่อง[วงดนตรีแห่งเบรเมน]เลย

    เพราะงั้น พวกเขาก็เลยคิดจะเอาจุดนี้มาตั้งชื่อ เพื่อให้เป็นนักดนตรีที่ใฝ่ฝันได้

    ------

    โคยะ "แต่ในนิทานก็เห็นว่าไปไม่ถึงเบรเมนด้วยซ้ำ
    แถมยังจบทั้งๆที่ยังไม่ได้เป็นนักดนตรีกันด้วย
    ก็เลยไม่ได้เอาชื่อวงดนตรีแห่งเบรเมนอะไรนั่นมาตั้งตรงๆ"

    พูดแบบนี้ก็จริงแฮะ
    จบแบบ ระหว่างเดินทาง ไปแย่งกระท่อมเล็กๆในป่ามาจากพวกโจร
    แล้วก็อาศัยกันอยู่ในนั้น ประมาณเนี้ย

    "เห... งี้นี่เอง"

    เคสึเกะ "เอ้า เรื่องโชว์ภูมิเอาไว้แค่นี้แหละ มาเริ่มซ้อมกันได้แล้ว
    แล้วงานของริวตะก็ อย่างแรกก็นั่งฟังก่อนละกัน"

    "ฟัง?"

    เคสึเกะ "ใช่ เห็นโคยะมันบอกว่า ริวตะยังไม่ค่อยรู้เรื่องดนตรีเท่าไหร่นี่?"

    "อื้ม ที่สุดก็รีคอร์ดเดอร์เนี่ยล่ะมั้ง..."

    พอพูดเองแล้ว รู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นมาทันใด
    ก็ไม่ใช่ว่าอายหรืออะไรหรอก
    แต่มาอยู่ที่แบบนี้แล้ว มันเจ็บใจที่ความเป็นจริงได้อยู่แค่นั้นเอง

    เคสึเกะ "ยังไงก็ อยากให้ริวตะ[ตั้งใจฟัง]แล้วออกความเห็นมา
    ประมาณนั้นแหละ...เข้าใจนะ?"

    "อืม ก็พอจะเข้าใจอยู่"

    ประมาณว่า อยากได้ความเห็นจากมุมมองของคนธรรมดา ที่ซื้อCDหรืออะไรจากร้านมานั่งฟัง
    อะไรแบบนั้นสินะ

    นี่คงเป็นหน้าที่ของผมนั่นเอง

    เคสึเกะ "พวกชั้นก็รู้ว่า[อ๊ะ เมื่อกี้ไอ้หมอนี่พลาด]อะไรแบบนั้นได้อยู่แล้ว
    มาคราวนี้ก็อยากจะได้ความเห็นของคนที่นั่งฟังอยู่จริงๆบ้างแหละ"

    เคสึเกะ "เอ้า นี่แหละหน้าที่ของริวตะ
    มานั่งฟังพวกเราแสดง แล้วคิดยังไงก็พูดออกมาตรงๆได้เลย"

    โคยะ "เอาง่ายๆก็ อยากให้ช่วยบอกมาว่าตรงไหนมันดีแล้วหรือไคลแมกซ์มันขาดอะไรไป
    อะไรแบบนั้นแหละ"

    "อ อื้ม จะลองพยายามดู"

    ไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองจะทำได้ ก็เลยพยักหน้าไปแบบไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
    สีหน้าก็อาจจะกำลังคิดหนักอยู่ก็ได้

    พอเห็นผมทำหน้าแบบนี้ คุณยูกิก็

    ยูกิ "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้นะ
    ทำใจสบายๆแล้วนั่งฟังก็พอแล้วล่ะ"

    จุน "..."

    จุนคุงก็พยักหน้าเห็นด้วย ให้กำลังใจผม

    แต่ว่า มาช่วยเขาแล้วโดนให้กำลังใจซะเองนี่มันช่าง...

    "อื้อ ขอบคุณ
    ยังไงก็จะลองพยายามดู"

    ผมยิ้มตอบไปเพื่อจะไล่ความคิดแง่ลบในหัวไปให้หมด

    เคสึเกะ "โอ้ ฝากด้วยนะริวตะ
    งั้น ทุกคน เตรียมตัว"

    ด้วยคำพูดคำเดียวของคุณเคสึเกะ ทุกคนก็หันไปหยิบเครื่องดนตรีของตัวเอง
    โคยะกับจุนคุงดีดสายเบาๆแล้วจัดการจูนเสียง
    คุณเคสึเกะก็จัดที่ตั้งกลอง

    ทั้งห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศหนักอึ้ง
    มีเพียงแต่เสียงของเครื่องดนตรีเท่านั้นที่ดังก้อง

    เป็นความรู้สึกที่ตึงเครียดอย่างมาก
    ทุกคนต่างเอาจริงเอาจัง จนราวกับว่าบรรยากาศสบายๆจนถึงเมื่อกี้นี้เป็นเพียงเรื่องโกหก

    ตัวผมเองก็พลอยเปลี่ยนอารมณ์ ทำหน้าจริงจังตามไปด้วย

    ไม่นานนักทุกอย่างก็พร้อมเรียบร้อย
    ทั้ง4คนก็หันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้า

    และนั่นคือสัญญาณ

    จากนั้นคุณเคสึเกะก็เคาะให้จังหวะ แล้วจุนคุงกับโคยะก็เริ่มตาม
    แต่ละเสียงผสานกันเป็นหนึ่งเดียว และดังกังวานไปทั่วห้อง

    เป็นเพลงที่บรรเลงด้วยจังหวะที่ค่อนข้างเร็ว(Up Tempo)
    ด้วยท่วงทำนองที่ให้ความรู้สึกราวกับว่า เพียงแค่ฟังเท่านั้น หัวใจก็โลดเต้นตามได้

    และหลังท่อนนำเริ่มไปได้ซักพักแล้ว
    เสียงร้องอันไพเราะสง่างามของคุณยูกิก็ดังก้องขึ้นมา

    ถ้อยคำที่ร้อยเรียงและเสียงร้องนั้น
    ก็ค่อยๆผสานไปกับทำนองเพลงที่แม้จะมีแค่เสียงเครื่องดนตรีก็ยังไพเราะได้

    เป็นอะไรที่ผมคิดว่า มันยอดเยี่ยมมาก
    ผมได้เพียงแต่ชื่นชมเท่านั้น
    ไม่อาจะรู้สึกอะไรนอกเหนือจากนั้นได้เลย

    เมื่อเพลงจบลง และกลับมาเงียบสงบเหมือนเดิมแล้ว
    ผมก็ปรบมือให้กับทั้ง4คนแทบจะทันที

    "สุดยอด! สุดยอดเลยทุกคน!"

    พูดอะไรอย่างอื่นนอกจากนี้ไม่ได้เลย แต่ก็บอกออกไปตามที่รู้สึก
    นั่นก็เป็นคำชมที่ดีที่สุดที่ผมหาได้แล้ว

    เคสึเกะ "โอ้ ขอบใจ
    ไม่เลวเลยใช่มั้ยล่ะ?"

    "อื้อ! ขนลุกซู่ไปทั้งตัวเลย"

    เคสึเกะ "พูดแบบนี้ก็ดีใจล่ะนะ"

    ยูกิ "แต่อุตส่าห์ได้หยุดไป3 4วัน กลับมาทำได้แค่นี้เองแฮะ
    โทษทีนะ โค้งสุดท้ายแล้วแท้ๆ แต่ผมต้องลาไปไหว้ญาติเนี่ย"

    จุน "ชั้นด้วย..."

    แล้วจุนคุงก็ทำสีหน้าสำนึกผิดตามคุณยูกิ

    จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่ผมไปค้าง โคยะก็ไม่ได้ไปซ้อมเลยซักครั้ง
    ถึงตอนกลางคืนจะมีหยิบกีตาร์มาเล่นบ้าง แต่ก็แค่นั้นเอง

    คงเพราะทั้ง2คนไม่อยู่ก็เลยได้หยุดพัก
    แล้วเพราะงั้นก็เลยให้ผมมาค้างที่บ้านด้วยละมั้ง

    เคสึเกะ "ไม่เป็นไรๆ ยังไงเรื่องนั้นก็ต้องมาก่อนแหละน่ะ
    แต่โคยะ ถึงจะไม่เท่าเมื่อวานก็เหอะ แต่ยังเล่นไม่ค่อยดีเลยนะ"

    "เอ๊ะ?"

    พอได้ฟังคุณเคสึเกะพูด ผมก็เผลอหลุดเสียงสั้นๆออกมา

    โคยะ "อา... ดีดไม่ได้เหมือนที่คิดเท่าไหร่เลย"

    โคยะพึมพำออกมาเหมือนพูดกับตัวเอง พลางขยับมือกำเข้าแบออก

    ผมคิดไปเองรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เหมือนกับว่า สีหน้าของโคยะมันดูอึมครึมขึ้นมาเล็กน้อย

    "โคยะ...เป็นอะไรรึเปล่า?"

    ผมส่งเสียงออกไปโดยไม่ทันได้คิดอะไร

    ผมไม่รู้สึกว่าการแสดงเมื่อกี้นี้มันดูแปลกๆไปเหมือนอย่างที่ทุกคนว่าเลยแม้แต่น้อย
    แต่เรื่องของโคยะ ผมคงรู้ดีมากกว่าคนอื่น

    เพราะงั้น ผมนิ่งอยู่เฉยๆไม่ได้

    โคยะ "อา ขอบใจ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก
    เดี๋ยวก็กลับมาเหมือนเดิมแล้ว ของแบบนี้น่ะ"

    สิ่งที่ตอบกลับมา คือรอยยิ้มที่ดูลังเลไม่แน่ใจ
    ตัวผมเอง ก็ไม่อาจพูดอะไรออกไปได้มากกว่านั้นแล้ว

    โคยะ "โทษทีทุกคน
    แต่เดี๋ยวเล่นๆไปก็คงกลับมาเหมือนเก่าเองนั่นล่ะ
    ต่อกันเหอะ"

    เคสึเกะ "โอเค
    งั้นก็ เล่นเพลงเดิมอีกครั้งกันเลย..."

    ------

    การซ้อมดำเนินต่อไปจนดึกดื่น แล้วจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ
    ในระหว่างนั้น ผมก็ทำได้แค่เตรียมเครื่องดื่มให้บ้าง
    นอกเหนือจากนี้ก็มีแต่นั่งฟังเท่านั้น

    บอกตามตรงว่า ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์เลย

    แต่ตอนกำลังจะกลับกัน พอผมพึมพำออกไปว่า
    [อาา ยังไม่ทันทำอะไรให้ได้เลย ก็จบซะแล้วสิ]

    จุน "ไม่เป็นไร มีประโยชน์แน่นอน"

    จุน "ทุกคน ดูสนุกกันกว่าที่เคย"

    จุนคุงก็พูดออกมาแบบนั้น
    ผมก็ดีใจนิดหน่อย เพราะรู้สึกว่าคำที่พูดออกมา(จะว่าไป คนพูดคือจุนคุงเหรอเนี่ย)นั้น
    มันไม่ได้เป็นการยกยออะไรเลยแม้แต่น้อย ผมก็รู้สึกโล่งใจขึ้นบ้าง

    แต่ว่า เรื่องที่ยังคาใจ ก็ยังคงมีอีกเรื่องนึง

    ------

    "นี่ โคยะ"

    โคยะ "หือ มีอะไร?"

    ผมส่งเสียงเรียกโคยะที่นอนอ่านนิตสารอยู่บนเตียง
    โคยะก็เงยหน้าขึ้นมาตอบ

    "ออกไปเดินเล่นกันหน่อยได้มั้ย?"

    โคยะ "เดินเล่นเหรอ...?
    ก็ได้อยู่หรอก แต่จะไปที่ไหน?"

    "ก็ ตรงโน้น"

    ผมเลี่ยงแล้วตอบกลับไปแบบขอไปที
    จริงๆจะบอกไปก็ได้ เพราะยังไงก็คงโดนถาม
    แต่อยากจะคุยกันหลังไปถึงที่นั่นแล้วมากกว่า

    โคยะ "...ได้
    งั้นก็ ไปกันเลย"

    โคยะวางนิตยสารลงแล้วลุกขึ้น แล้วพวกเราก็ออกไปข้างนอก

    ------

    ผมเร่งฝีเท้าเล็กน้อย เพื่อให้เดินนำหน้าโคยะ
    ส่วนโคยะก็เดินตามมาโดยไม่ได้ถามอะไร
    แต่เพราะยังงั้น ก็เลยไม่ได้คุยอะไรกันเลยแม้แต่น้อย

    ใต้ท้องฟ้ายามกลางคืนที่ไม่มีเสียงอะไรให้รำคาญใจ
    นอกจากเสียงร้องของแมลง กับเสียงฝีเท้าของคนสองคนเท่านั้น

    แต่เมื่อพวกเราเดินต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้ยินอีกเสียงหนึ่งแว่วเข้ามาในหู

    ------

    โคยะ "เนี่ยเหรอ ที่ที่นายจะมา"

    ไม่นานนัก พอผมหยุดเดิน
    โคยะก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแน่ใจ
    แล้วผมก็ยืนยันด้วยการไม่พูดอะไร

    ที่ตรงริมแม่น้ำนั่นเอง
    ที่ที่ผมกับโคยะมาเจอเข้า เมื่อสมัยก่อนโน้น

    ผมเดินผ่านยอดหญ้าที่ชื้นแฉะด้วยน้ำค้างตอนกลางคืน แล้วลงไปจนเกือบถึงริมน้ำ
    โคยะเองก็เดินตามมาด้วย

    "ที่นี่น่ะ ผมมาบ่อยๆเลยเนอะ เวลาอยากรู้เรื่องที่โคยะกำลังคิดอยู่ หรืออะไรแบบนั้นน่ะ"

    โคยะ "นั่นสินะ...
    ตอนที่ชั้นบอกเหตุผลที่ออกจากบ้านมา ก็เป็นที่นี่"

    ใช่แล้ว ที่แห่งนี้ อาจกล่าวได้ว่า มันเป็นจุดเริ่มต้นของผมกับโคยะ
    เพราะงั้น ผมก็เลยอยากจะมาคุยด้วยกันที่นี่

    สิ่งที่ผมรู้สึกได้เมื่อตอนกลางวัน มันเป็นแค่สิ่งที่ผมคิดไปเองหรือเปล่า
    ผมอยากจะรู้ให้แน่ชัด

    ผมหันหลังกลับไป หันหน้าเข้าหากัน แล้วก็เริ่มพูดออกมา

    "นี่ โคยะ
    มีเรื่องอะไรกลุ้มใจอีกแล้วรึเปล่า?
    ตอนกลางวัน โคยะดูแปลกไปนะ"

    โคยะ "..."

    โคยะไม่ตอบอะไร
    เพียงแต่อยู่เงียบๆ ค่อยๆถอนหายใจออกมาเท่านั้น
    เสียงแมลงก็พลันเงียบลงไปด้วย ที่ยังได้ยินอยู่ก็มีเพียงเสียงของน้ำเท่านั้น

    แล้วเมื่อพวกแมลงกลับมาประสานเสียงกันอีกครั้ง โคยะก็พูดออกมา

    โคยะ "...ไม่ใช่ว่ากลุ้มใจอะไรหรอก รู้สึกร้อนใจซะมากกว่าน่ะ"

    "เรื่องสัญญานั่นใช่มั้ย?"

    โคยะ "อา... ก็รู้ทั้งรู้อยู่หรอก ว่าร้อนใจไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา
    แถมยังทำให้แย่ลงซะอีกด้วยซ้ำ
    แต่ก็เหมือนจะกระวนกระวายไม่หยุดอยู่ดีแหละ"

    โคยะพูดออกมาอย่างไม่ค่อยสบายใจ แล้วแหงนหน้าไปมองท้องฟ้าเล็กน้อย
    ดวงตาคู่นั้น ราวกับว่าสะท้อนภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอยู่
    โคยะมองเห็นท้องฟ้านั้นเป็นแบบไหนกันนะ

    สีหน้าที่แหงนมองขึ้นไปนั้น ผมรู้สึกว่ามันดูอ้างว้างอยู่นิดหน่อย

    โคยะ "ก็อย่างที่บอกไป ว่าไม่ได้กลุ้มใจอะไรอยู่หรอก
    เรื่องแค่นี้น่ะ ชั้นต้องหาทางทำอะไรซักอย่างด้วยตัวเองให้ได้
    จะผ่านพ้นมันไปด้วยตัวเองให้ดู"

    โคยะ "...ขอบใจนะริวตะ ที่อุตส่าห์เป็นห่วง
    พอนายพูดแบบนี้ ชั้นก็มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย"

    "โคยะ..."

    คราวนี้ ผมพูดอะไรออกไปไม่ได้เลย
    สุดท้ายแล้ว ที่ผมทำได้ก็มีแต่เป็นห่วงเท่านั้น
    ความรู้สึกไร้กำลังแบบนี้ มันทรมานใจเหลือเกิน

    ผมเจ็บใจ แล้วก็พยักหน้าโดยไม่ได้พูดอะไรออกไป

    โคยะ "ทำไมทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมแบบนั้นเล่า
    ที่ต้องทำหน้าแบบนั้นน่ะ ทางนี้มากกว่ามั้ง?"

    "แต่ว่า สุดท้ายแล้ว ผมก็ทำตัวให้มีประโยชน์ไม่ค่อยได้เลย"

    โคยะ "ก็บอกแล้วไงเล่าว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอก
    จุนเองก็พูดเหมือนกัน หลังนายมาแล้ว ทุกคนก็สนุกกันออกนี่
    ได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ?"

    โคยะ "อีกอย่าง... ชั้นเองก็ ได้นายมาช่วยฟังเพลงชั้นก็ดีใจแล้วล่ะ
    ถึงจะเจ็บใจที่เล่นได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็เหอะ"

    โคยะ "ไม่ใช่แค่นั้นด้วย
    เพราะมีนายอยู่ด้วยนี่แหละ ชั้นถึงพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาได้แบบนี้"

    ผมเงียบไปอีกครั้ง
    แต่คราวนี้ เหมือนในอกมันแน่นไปหมด แล้วคำพูดก็ไม่ยอมออกมา

    โคยะ "พูดก็พูดเหอะ ไหงชั้นเป็นฝ่ายปลอบซะเองล่ะเนี่ยะ
    ไม่ใช่ว่านายคิดจะปลอบใจชั้นถึงได้พามานี่หรอกรึไง?"

    "ก ก็มัน ก็โคยะ..."

    แล้วผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
    รู้สึกว่าที่โต้กันอยู่นี่มันอดตลกไม่ได้ จนพูดอะไรออกมาต่อไม่ได้เลย

    พอพวกเรามองตากัน ก็หัวเราะกันออกมาเสียงดัง

    โคยะ "เฮ่อออ คนอย่างนายเนี่ยน้า"

    แล้วโคยะก็เอามือขยี้หัวผม

    โคยะ "...ไปเดินต่ออีกหน่อยแล้วกลับกันเหอะ"

    "อื้อ"

    หลังหัวเราะกันได้สักพัก พวกเราก็เดินออกไป
    คราวนี้โคยะเป็นคนเดินนำ
    ผมรู้สึกเหมือนกับว่า หลังของโคยะนั้น อยู่ใกล้ขึ้นมาอีกเล็กน้อย



    เรียบเรียงคำพูดไม่ได้ดั่งใจเลย เฮ้อ..
    ศัพท์แม่มก็หรูเวอร์ แปลไม่ถูกหลายจุดมว๊ากกกกกก

    ข้าวอนท์โหมดฟุริงานะ....



    Ps. แมวสามสีตัวผู้ล่ะ
    มีใครจะขอเลขเด็ดมั้ย www หัวเราะ
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Thu Sep 29, 2011 10:13 pm

    จะวันที 26 แล้วไอ้ฉากนั้นก็คงต้องรออิงเหมือนเดิม ชิส์... ลุงหื่ลเอ๊ย ;w;


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Fri Sep 30, 2011 11:23 am

    ; w ; กำลังได้ที่ รออ่านต่อ
    avatar
    bluewind
    Soldier
    Soldier

    Title : สมาชิกกิลด์ที่ pvp กากส์ที่สุด
    จำนวนข้อความ : 81
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : ใต้ร่มเงาต้นแครอทในแคมป์กิลด์
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by bluewind on Fri Sep 30, 2011 9:09 pm

    http://www.pokemonpapercraft.net/2011/07/piplup.html

    ให้มินนี่ดู อิอิ
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Fri Sep 30, 2011 9:59 pm

    ใครกันแน่ที่หื่ล ฮึ่ม...
    อย่าลืมสิว่าหื่ลน่ะ มันฮอล+หื่นนะเออ



    26/8

    Spoiler:
    ท่วงทำนองอันไพเราะ ดังกังวานไปทั่วบริเวณ
    เสียงกลองของคุณเคสึเกะ เบสของจุนคุง เสียงร้องของคุณยูกิ
    และกีตาร์ของโคยะ

    เสียงทั้งหมดนั้น ผสานรวมกัน และกลายเป็นหนึ่งเดียว
    เป็นเสียงที่แค่เพียงได้ฟังก็ให้ความรู้สึกดี

    ผมรู้สึกแบบนั้นจากข้างในลึกๆ

    ...สีหน้าของโคยะ วันนี้ก็ยังคงดูไม่ค่อยสู้ดีเช่นเดิม

    การบรรเลงที่วันนี้เองก็วนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
    และจากคำพูดของทุกๆคน ดูเหมือนว่า"โดยรวมๆแล้ว"จะดีขึ้นมากกว่าเมื่อวาน

    แต่ว่า ในครั้งนี้ ความแตกต่างของการแสดงที่ออกมาดี กับการแสดงที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
    มันเพิ่มทวีขึ้นกว่าเดิมอย่างมหาศาล

    ความกระวนกระวายที่โคยะเปิดอกเล่าให้ฟังเมื่อวานนี้ มันยังคงหลงเหลืออยู่
    และยังคอยตามรังควาญโคยะไม่รู้จักจบสิ้น

    พอเล่นได้ดีแล้ว ครั้งต่อไปก็กลับทำไม่ได้เหมือนเดิม
    มันเป็นเรื่องที่บีบคั้นจิตใจอย่างมาก แม้แต่ผมเองก็รู้ดี
    และยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่ตัวโคยะเอง รู้สึกรำคาญใจมากกว่าใครอื่นด้วย

    ในขณะที่ผมได้แต่เฝ้ามองอย่างเงียบๆ
    โคยะก็กำลังพยายามเล่นเพลงอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่

    ผมรู้สึกเป็นห่วงเหลือเกิน
    โคยะที่เมื่อวาน บอกว่าจะผ่านพ้นมันไปให้ดู
    ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในคำพูดคำนั้น แต่ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้เลย

    ผมคอยเชียร์อยู่ข้างในใจ คงเหมือนๆกับการภาวนาอะไรแบบนั้น
    เพราะสิ่งที่ผมทำได้ ก็มีเพียงแค่นี้เท่านั้นเอง

    ไม่นานนัก เพลงก็ใกล้จะจบแล้ว
    ทำนองเพลงที่อ้างว้าง และให้ความรู้สึกเหมือนคาดหวังอยู่กับอนาคตนั้น
    ก็เหลือเพียงแต่เสียงสะท้อน แล้วค่อยๆเลือนหายไป

    ความเงียบบังเกิดขึ้น
    แต่ก็ถูกทำลายลงในทันที

    เคสึเกะ "อ่า...
    โคยะ... ไม่เป็นไรแน่นา...?"

    ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งลำบากใจ และสับสน
    เหมือนกับว่า ไม่รู้จะพูดออกมายังไงดี

    โคยะ "ขอโทษ จริงๆ"

    โคยะตอบกลับไป พลางยิ้มออกมาอย่างไม่สบายใจ
    แต่ผมก็รู้ดี ว่ามันเป็นการฝืนยิ้ม

    ผมคิดว่าตัวเองควรจะทำอะไรบ้าง จึงเดินเข้าไปใกล้ๆโคยะ
    แล้วส่งขวดเครื่องดื่มให้

    "อ้ะ โคยะ"

    โคยะ "โอ้ แต๊งกิ้ว"

    โคยะพูดออกมาสั้นๆแค่นั้น แล้วรับขวดจากมือผมไป

    แม้จะเล็กน้อย แต่ผมเห็นเขาดูท่าทางเพลียๆ
    คงเพราะเล่นเพลงไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ
    แล้วความรำคาญใจเองก็คงสะสมทับถมมาเรื่อยๆด้วย

    บางทีแล้ว ให้พักสักหน่อยก็คงดี

    "ทุกคน พักกันหน่อยดีมั้ย?
    เล่นติดต่อกันมาตั้งนานพอดูแล้วนะ"

    ยูกิ "อืมม นั่นสินะ
    ผมก็เพลียหน่อยๆแล้วด้วย เอาไงดีหัวหน้า?"

    เคสึเกะ "นั่นสินะ งั้นพักกันหน่อยละกัน
    จุนก็โอเคนะ?"

    จุน "..."

    จุนพยักหน้าหงึก และความเห็นของทุกคนก็เป็นเอกฉันท์
    แล้วทุกคนที่ยืนประจำแต่ละจุด ก็นั่งลงกับพื้น แล้วพักหายใจ

    หลังจากผมเอาเครื่องดื่มไปให้อีก3คนแล้ว
    ผมก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้ข้างกำแพง ที่ผมใช้เป็นตำแหน่งประจำไปแล้ว

    อย่างน้อยๆ ถ้านี่ช่วยให้โคยะรู้สึกดีขึ้นได้ก็คงดี...

    เคสึเกะ "ว่าแต่ โคยะ เป็นอะไรไปน่ะ
    เราน่ะดูแปลกๆไปนะ"

    ยูกิ "อื้อ ดูเหมือนต่างกับทุกทีนิดหน่อยนะ
    รู้สึกเหมือนยังกับร้อนใจอะไรซักอย่างอยู่ยังไงยังงั้น
    ผมคิดไปเองรึเปล่าเนี่ย?"

    "..."

    บทสนทนานั้น ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดใจยังไงก็ไม่รู้
    รู้สึกว่าคำพูดของคุณเคสึเกะกับคุณยูกิมันฟังดูแปลกๆเหลือเกิน

    พูดเหมือนกับว่า ไม่รู้เลยว่าโคยะจะต้องกลับไปบ้านแล้ว

    เคสึเกะ "นั่นสิ เหมือนยังกับอารมณ์มันนำหน้าไปก่อนงั้นแหละ"

    ...หรือว่า โคยะยังไม่ได้บอกทุกคน...?

    ในอกผม เริ่มมีเสียงซ่าๆดังมา

    ยูกิ "ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกนะ ว่าอาจจะร้อนใจ
    เรื่องที่ทั้งผมทั้งเคสึเกะต้องแยกไปตอนช่วงเมษาปีหน้านี้แล้ว
    แต่ลองทำใจให้สบายๆกว่านี้หน่อยสิ? เนอะ โคยะ?"

    จุน "..."

    เคสึเกะ "ช่ายๆ อย่างที่ยูกิกับจุนพูดนั่นแหละ
    ไงๆแข่งคราวหน้าก็ใช่ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายซะหน่อยนี่นะ"

    เคสึเกะ "น่า เล่นต่อหน้าผู้คนทั้งที อย่าทำหน้าแบบนั่นเลยน่ะ
    รีแลกซ์แบบนี้ซักหน่อย..."

    โคยะลุกขึ้นยืน เหมือนกับว่าคำพูดของคุณเคสึเกะไปทำให้เคืองใจ
    และ...

    โคยะ "ขอไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย
    ...ขอโทษ จริงๆ"

    โคยะพูดออกมาแค่นั้น แล้ววิ่งออกจากสตูดิโอไปอย่างรวดเร็ว
    เสียงประตูปิดปังก็ดังตามมา

    สิ่งที่เหลืออยู่ ก็คือความเงียบที่ทำให้รู้สึกแย่ขึ้นมาได้เลย

    เคสึเกะ "...ชั้น... พูดไม่ดีออกไป...เรอะ?"

    พอคุณเคสึเกะพึมพำออกมาด้วยความงุนงง จนพูดอะไรไม่ถูก
    แล้วหัวผมก็แล่นขึ้นมาอีกครั้ง

    นี่ไม่ใช่เวลาที่ผมจะมานั่งอึ้งแบบนี้ด้วยสักหน่อย
    ต้องรีบตามไป...!

    "ขอโทษนะทุกคนผมออกไปก่อนนะ!
    เดี๋ยวจะรีบกลับมา!"

    ยูกิ "อะ เดี๋ยวริวตะคุ..."

    ผมพูดอย่างรวดเร็ว แล้วรีบวิ่งออกไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
    ถึงจะได้ยินเสียงคุณยูกิไล่หลังมา แต่ผมก็ไม่มีเวลาจะหันกลับไป

    เสียงประตูปิดปังก็ดังตามมา

    ยูกิ "...ง! อะ ไปซะแล้ว"

    เคสึเกะ "อ อ่า...
    แบบนี้ ชั้นต้องตามไปด้วยมั้ยเนี่ย...?"

    ยูกิ "ไม่ต้องหรอก อย่าเลยดีกว่ามั้ง
    อาการแบบนั้น ริวตะคุงคงรู้อะไรบางอย่างแหละ
    เหตุผลที่โคยะเป็นแบบนั้น"

    จุน "...การแข่งนี่ อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้
    สำหรับโคยะแล้ว"

    เคสึเกะ "จุน นายได้ยินอะไรมาเหรอ?"

    จุน "เปล่า
    แต่ก็รู้สึกได้แบบนั้น แล้วเมื่อกี้ก็แน่ใจแล้ว"

    จุน "คิดว่ามันแปลกๆ ตั้งแต่ที่อยู่ๆคุณริวตะก็มากะทันหันแล้ว"

    จุน "แล้วพอมองไปที่2คนนั้น ก็รู้สึกแบบนั้นขึ้นมา
    ทั้ง2คน สงบใจลงไม่ได้เลย"

    เคสึเกะ "อ่า... ถ้างั้นก็ เพราะชั้นพูดเหมือนกับว่ายังมีครั้งหน้าอยู่งั้นเหรอ"

    จุน "...บางที คงเก็บไปคิดมาก
    ที่หมู่บ้านซุยโกนั่น คงมีอะไรเกิดขึ้น"

    จุน "แต่ไม่ต้องห่วง
    [We are forever with]
    โคยะเคยพูดไว้ ว่าคำๆนี้ยังไม่จบลง"

    จุน "ว่าต่อจากwith ก็คือเหล่าผู้คนมากมาย
    และจากนั้น มันก็จะกลายเป็นคำหนึ่งคำในที่สุด"

    จุน "โคยะพยายามจะช่วยทุกคน
    เพราะงั้นเลยสร้างคำนี้ขึ้นมา
    เพราะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับพวกพ้องมากกว่าใครๆ"

    จุน "แต่จนถึงตอนนี้ โคยะยังไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากใคร
    เพราะโคยะไม่เคยขอร้องให้ใครมาช่วยเหลือ
    ทั้งชั้น ทั้งเคสึเกะ ทั้งยูกิ ก็ไม่เคยรู้สึกตัว"

    จุน "แต่ว่าตอนนี้ มีคนที่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยโคยะที่ไม่ยอมพูดอะไรได้แล้ว
    ถ้าคนๆนั้นยังอยู่ข้างๆโคยะล่ะก็ ไม่เป็นไร
    ...ถึงจะ เจ็บใจก็เถอะ"

    ยูกิ "...จุน วันนี้ช่างพูดจังเลยนะ หายากนะเนี่ย"

    จุน "...ก็นะ"

    เคสึเกะ "อายล่ะสิเจ้าหมอนี่
    แต่ งั้นเหรอ...ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็
    ที่ต้องคิดเอาไว้คงไม่ใช่คำขอโทษ แต่ต้องดุซะหน่อยแล้วสินะ"

    เคสึเกะ "We are forever with นี่นะ"

    ------

    ภายในร้านมืดสนิท
    ตอนนี้ก็เลยเวลาปิดร้านมามากพอสมควร เจ้าของร้านก็ไม่อยู่แล้ว

    แต่เรื่องแบบนั้นมันจะยังไงก็ช่างสิ
    มีแต่ต้องตามโคยะไปเท่านั้น
    แค่นั้นแหละที่มันวนเวียนอยู่ในหัวผม

    ผมตั้งหน้าตั้งตาวิ่งราวกับจะทะยานผ่านพวกเครื่องดนตรีไป
    แล้วหยุดยืนอยู่ตรงทางเข้าออกของร้าน

    ผมกระวนกระวายใจ ด้วยความรู้สึกรีบเร่ง
    กุญแจที่เพียงแค่บิดก็เปิดออกมาได้ง่ายๆ กลับไม่ยอมเปิดเลย

    "...อึก"

    ผมกัดริมฝีปากล่าง จนสงบลงด้วยความเจ็บปวด
    แล้วกุญแจก็เปิดออก

    และในตอนที่เหลือเพียงแค่ผลักบานประตูเท่านั้น ก็จะออกไปข้างนอกได้นั่นเอง
    ผมก็กลับรู้สึกว่ามีคนอยู่ ที่ตรงข้างๆนั่น
    คงเพราะใจสงบลงแล้ว ผมเลยเริ่มหันไปดูรอบๆตัว

    ผมค่อยๆหันหน้าไป แล้วผมก็เห็น

    โคยะที่น่าจะออกไปแล้ว กลับอยู่ตรงนั้น

    ตรงหน้าต่างเล็กๆที่เอาไว้ให้แสงส่องเข้ามาเพียงบานเดียวของร้าน
    เขากำลังยืนพิงกำแพงอยู่ตรงนั้น ขณะที่แสงจันทร์ทอดลงมาข้างๆ

    "...ไหนว่า จะไปสูดอากาศข้างนอกไง?"

    ผมเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ แล้วถามโคยะ

    โคยะ "...ชั้นโกหก"

    โคยะตอบกลับมา โดยที่ไม่มองผมเลย

    "ทุกคน เป็นห่วงนะ"

    โคยะ "ก็รู้อยู่ว่ามันไม่ดี"

    "คุณเคสึเกะ เค้าก็เสียใจแล้วนะ"

    โคยะ "ก็ซื่อกว่าที่คิดล่ะนะ หมอนั่นน่ะ
    ทั้งๆที่คนผิดคือชั้นแท้ๆ"

    "ไม่ได้พูดเรื่อง...'สัญญา'ให้ทุกคนฟังใช่มั้ย"

    เรื่องที่ว่า บางทีแล้ว สำหรับตัวเอง
    อาจจะเป็นการแข่งครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้

    โคยะ "อา ก็ไม่ได้คิดจะให้เป็นครั้งสุดท้ายซะหน่อย ก็เลยไม่ได้พูดไป
    ถึงจะเกิดพลาดขึ้นมาแล้วต้องกลับบ้านไป ก็ไม่ได้คิดจะเลิกเล่นกีตาร์ด้วย"

    โคยะ "วงนี้น่ะ ตอนตั้งขึ้นมา ก็4คนนี้แหละ
    ...ตั้งใจว่าจะทำไปด้วยกันตลอด
    ถ้าเกิดมีใครต้องออกไป [musikus]ก็จบ"

    โคยะ "มันเป็น'สัญญา'แบบนั้นแหละ"

    โคยะ "เพราะงั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ตั้งใจไว้ว่าจะทำต่อไป
    ชั้นอยากเล่นเพลงกับคนพวกนี้ไปตลอด
    ไม่อยากให้ต้องมากังวลอะไรที่ไม่จำเป็น"

    โคยะ "ไม่อยากให้มากังวลอะไร
    กับคนที่ตัวเองยังไม่รู้ดีเลยว่าจะต้องอยู่หรือต้องไป"

    "แล้วคิดว่า ร้อนใจแบบนั้นอยู่คนเดียวก็พอเหรอ?"

    โคยะ "...อา"

    จนถึงตอนนี้ โคยะก็ยังยืนยันแบบนั้น ด้วยเสียงที่เหมือนกับจะเลือนหายไป

    ผมรู้สึกเหมือนกับว่า เคยเห็นโคยะแบบนี้มาก่อนแล้ว

    "แล้วตอนนี้ คิดว่ายังไง?"

    โคยะ "...พอได้ยินเคสึเกะบอกว่ายังมีครั้งต่อไป
    ก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่รู้ไม่เข้าใจอะไรอีกแล้ว"

    โคยะ "ไม่ได้คิดอยากจะเลิก
    แต่ถ้าเกิดว่า เล่นต่อไม่ได้ขึ้นมาล่ะ...
    พอคิดแบบนั้น ก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี"

    โคยะ "ทั้งๆที่ ทั้งเคสึเกะ ทั้งยูกิ แม้แต่จุนเอง
    ก็พยายามจะปลอบชั้นแล้วแท้ๆ"

    โคยะ "ชั้นไม่ควรแบกรับอะไรๆเอาไว้เองคนเดียวตั้งแต่แรกแล้ว
    ทั้งๆที่คืนนั้น ที่ริมแม่น้ำ นายอุตส่าห์บอกชั้นมาแบบนั้นแล้วแท้ๆ
    แต่ชั้นก็ยังทำผิดพลาดเหมือนเดิม"

    โคยะเอ่ยคำที่เต็มไปด้วยความเสียใจเหล่านี้ ด้วยเสียงที่เหมือนกระซิบออกมา
    ผมรู้สึกได้ ว่าน้ำเสียงของเขาสั่นเครือ
    คงจะเสียใจอย่างมากเลยทีเดียว

    โคยะ "ทั้งๆที่ ไว้ใจกันมากกว่านี้ก็ได้แท้ๆ..."

    โคยะก้มหน้าลงมาเล็กน้อย
    ที่แก้มนั้นมีน้ำตาไหลผ่านลงมา
    หยาดน้ำตาสะท้อนกับแสงจันทร์อ่อนๆ แล้วส่องประกาย

    "โคยะ..."

    ตัวโคยะเอง ก็คงลืมที่จะพึ่งพาคนอื่นๆไปแล้ว
    ผมคิดแบบนั้น

    โคยะที่หนีออกจากบ้านมา ทันทีที่จบม.ต้น
    เพราะทะเลาะกันกับพ่อ จึงหนีออกมา แล้วใช้ชีวิตคนเดียว

    บางที คงตั้งใจที่จะใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวให้ได้
    โคยะในตอนนั้น คงพยายามอย่างเอาเป็นเอาตาย
    การที่เด็กอายุเพียง16จะมาใช้ชีวิตคนเดียว มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่นอน

    ในระหว่างนั้น คงได้รับความช่วยเหลือจากใครต่อใครมากมาย
    คงมีผู้คนมากมายคอยหนุนหลังอยู่
    จนในที่สุด ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ด้วยตัวคนเดียว

    แต่ในขณะที่เริ่มเป็นแบบนั้น ตัวโคยะก็คงค่อยๆลืมที่จะพึ่งพาคนอื่น
    ...ค่อยๆลืมที่จะรับความช่วยเหลือจากคนอื่นไปทีละนิด

    ความอ่อนโยนที่ขัดกันเล็กน้อยของเขา
    ก็คงได้มาจากตอนนั้นนั่นเอง

    เพราะเกลียดที่จะทำร้ายคนอื่นยิ่งกว่าใครๆ
    หากเป็นพวกพ้องก็พร้อมที่จะเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือ

    แต่เพราะว่าลืมที่จะพึ่งพาคนอื่น
    ก็เลยไม่รู้ว่าจะยื่นมือเข้าไปช่วยยังไงดี
    จนในที่สุดก็กลายเป็นสภาพที่ดูไม่ได้

    เพราะเป็นคนที่แข็งแกร่ง จึงยืนหยัดได้เพียงลำพัง
    แต่ใน[ความแข็งแกร่ง]ก็มี[ความเปราะบาง]อยู่

    ผม รู้สึกแบบนั้น

    แต่ว่า มันก็ค่อยๆเปลี่ยนไปแล้ว

    "ไม่เหมือนเดิมหรอก"

    โคยะ "ริวตะ...?"

    "ไม่ได้เหมือนเดิมซักหน่อย
    เพราะตอนนี้ ก็รู้ได้ด้วยตัวเองไม่ใช่เหรอ"

    "เพราะงั้น มันไม่เหมือนตอนนั้นหรอก
    โคยะน่ะ รู้อยู่แล้วใช่มั้ย
    ว่าหลังจากนี้ควรจะทำยังไงน่ะ?"

    ผมเดินเข้าไปใกล้ๆโคยะอีกก้าว
    ในระยะห่างที่ เพียงแค่ยื่นมือออกไปก็ถึงตัวเขา

    โคยะยืนทิ้งตัวพิงกำแพง
    ใบหน้าของเขา จึงอยู่ตรงหน้าผมพอดี

    โคยะ "ริวตะ..."

    โคยะเรียกชื่อผมออกมา ด้วยน้ำเสียงที่ปนสะอื้นเล็กน้อย
    และในที่สุด โคยะก็หันมามองผม

    ผมโอบกอดโคยะอย่างแผ่วเบา
    แล้วตรงอกก็เปียกโชกด้วยความรู้สึกเสียใจของใครคนนึง

    "ถ้าสำนึกผิดแล้วคิดทบทวนเสร็จแล้ว กลับไปหาทุกคนกันนะ?
    ทุกคน รอโคยะอยู่นะ"

    โคยะ "..."

    แล้วโคยะก็ร้องไห้ซบอกผม โดยไม่พูดอะไร

    ผมเอง ก็ลูบหัวโคยะเบาๆ โดยไม่ได้พูดอะไรออกไปเช่นกัน

    ------

    เคสึเกะ "โอ๊ะ กลับมาแล้วเหรอ"

    พอกลับไปถึงสตูดิโอ
    คุณเคสึเกะก็ยิ้มรับพวกเราเหมือนทุกที

    แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น
    คงกำลังรอให้ทางนี้พูดออกมาเองอยู่

    ทุกคนเองก็อยู่กับโคยะมานานแล้ว
    อาจจะสัมผัสถึงอะไรบางอย่างได้มากกว่าผมเสียด้วยซ้ำ

    เมื่อกี้นี้ ทุกคนเองก็คงมานั่งนึกเอาไว้แล้วเหมือนกัน
    ว่าโคยะกำลังคิดอะไรอยู่
    และบางที นั่นก็อาจจะถูกต้องเสียด้วย

    เพราะฉะนั้น จึงไม่พูดอะไร
    แต่รอให้โคยะ พูดออกมาด้วยตัวเองอยู่

    "โคยะ..."

    แล้วผมก็เร่งโคยะที่อยู่ข้างหลังผมไปเล็กน้อยด้วยสายตา
    เรื่องที่จะพูด ตัดสินใจไว้แล้วใช่มั้ย?

    โคยะ "อา รู้แล้ว..."

    โคยะตอบกลับมา แล้วเดินออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว
    และเอ่ยปากพูดออกมา

    โคยะ "ทุกคน โทษทีที่ทำให้เป็นห่วง
    แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ..."

    โคยะ "แต่ก่อนจะกลับไปซ้อม
    มีอะไรบางอย่างจะพูดให้ฟังซักหน่อย...ได้มั้ย?"

    ยูกิ "อื้อ มีอะไรเหรอ โคยะ?"

    คุณยูกิพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ราวกับจะคอยเฝ้าดูแล
    อีก2คนเอง ก็รอโคยะพูดต่อเช่นกัน

    โคยะ "...บางที การแข่งคราวหน้า
    มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของชั้นแล้วก็ได้"

    โคยะ "เรื่องที่ชั้นหนีออกจากบ้านมา ทุกคนก็คงรู้กันอยู่แล้ว
    ...เมื่อไม่นานมานี้ ชั้นให้สัญญาไปว่า ถ้าคราวหน้าเอาชนะไม่ได้ ก็จะกลับไปที่บ้าน"

    โคยะ "แต่ถึงจะต้องกลับไป ชั้นก็ไม่ได้คิดจะเลิกเล่นกีตาร์เลย
    แต่ว่า บางทีแล้ว
    ก็อาจจะพูดแบบนั้นไม่ได้ก็ได้เหมือนกัน"

    โคยะ "ที่ช่วงนี้เล่นได้ไม่ดี
    ก็คงเพราะชั้นร้อนใจกับเรื่องนั้น
    ชั้นแบกทุกอย่างไว้เองคนเดียว จนสุดท้ายก็ทนแรงกดดันไม่ไหว"

    โคยะ "กะจะไม่ให้ทุกคนต้องมาห่วงอะไรโดยไม่จำเป็น
    แต่ก็กลายเป็นว่าทำให้เดือดร้อนกันจนได้..."

    โคยะ "ต้องขอโทษด้วยจริงๆ
    ถ้าชั้นหันไปพึ่งพวกนาย...ไว้ใจพวกนายมากกว่านี้อีกนิด ก็คงดีแล้วแท้ๆ
    ชั้น ขอโทษจริงๆ"

    โคยะก้มหัวลงเล็กน้อย

    เพียงแค่นั้น สำหรับทุกคนก็คงเพียงพอแล้ว

    เคสึเกะ "งั้นเหรอ... อื้ม ขอบใจที่เล่าให้ฟัง
    ถ้าเป็นโคยะคนเดิมล่ะก็ คงปล่อยไว้ยังงั้นไม่ยอมพูดอะไรจนจบเรื่องเลยก็ได้"

    เคสึเกะ "แต่คราวหน้า อย่าทำยังงั้นอีกล่ะ?
    [We are forever with]
    พวกเราทุกคน คล้องแผ่นป้ายชื่อที่สลักคำๆนี้ไว้อยู่นะ"

    เคสึเกะ "มันเป็นคำขวัญที่นายคิดขึ้นมาให้พวกเรา
    แต่เพราะมันยาวเกินไป
    ก็เลยไม่ได้เขียนคำว่า[us]ที่ตามหลังมาลงไป ใช่มั้ย"

    เคสึเกะ "เพราะงั้น ก็เหมือนที่นายพูดนั่นแหละ พึ่งพาพวกชั้นบ้างก็ได้
    ไว้ใจกันเหอะน่า พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปใช่มั้ยล่ะ?"

    คุณเคสึเกะยิ้มออกมา ด้วยรอยยิ้มที่ปราศจากความกังวลใจ

    ถึงแม้จะดูเป็นคนชุ่ยๆอยู่ตลอดเวลา
    แต่คนๆนี้เป็นหัวหน้าที่ไม่มีใครเทียบได้เลยจริงๆ
    ผมคิดแบบนั้น

    เพราะแค่รอยยิ้มนั่นเท่านั้น
    ก็สามารถคลายบรรยากาศแบบนี้ลงได้อย่างง่ายดาย
    ราวกับเป็นเวทมนตร์

    โคยะ "โทษทีนะ เคสึเกะ..."

    เคสึเกะ "เอออ! เอาน่าเอาน่า จะขอโทษกี่ครั้งกันเนี่ยชักจะเหนื่อยใจ
    แต่ไงๆ โคยะก็กลับมาแล้ว ที่มาที่ไปก็เข้าใจแล้ว
    มากอดคอล้อมวงเรียกความรู้สึกกลับมากันหน่อยมั้ย"

    ยูกิ "ล้อมวงเนี่ยนะ... คิดอะไรเพี้ยนๆอีกแล้วสิท่า"

    เคสึเกะ "เป็นไรไปเล่า ตอนตั้งวงก็ทำกันออกบ่อยๆหนิ?
    เอาแค่ให้ความรู้สึกเดิมๆกลับมาก็พอแล้วนี่ ออกจะเหมาะ
    เพราะงั้นเลิกบ่นนั่นนี่แล้วยื่นไหล่มาซะดีๆน่ะ จุนด้วย โคยะด้วย"

    ยูกิ "โอ๊ย! เจ็บนะเคสึเกะ! รู้แล้วๆ ปล่อยคอซะทีเถอะ
    นี่จะเอาให้ตายคาแขนเลยรึไง!?"

    คุณเคสึเกะเอาแขนล็อคตัวคุณยูกิ
    พอโคยะกับจุนคุงเห็นแบบนั้นแล้ว ก็ไปรวมตัวกันข้างๆคุณเคสึเกะ

    เคสึเกะ "เอ้าๆ เลิกเหม่อแล้วมาได้แล้วน่า ริวตะ!"

    "เอ๊ะ ผมด้วยเหรอ?"

    เคสึเกะ "ไหงพูดงั้นเล่า คุณผู้จัดการ
    ริวตะน่ะเป็นพวกพ้องคนสำคัญคนที่5นา เรื่องธรรมด๊า"

    "...แต่ก็แค่ชั่วคราวเองนี่นะ!"

    ผมรู้สึกดีใจจริงๆ
    พอคุณเคสึเกะพูดแบบนั้น ผมก็วิ่งเข้าไปล้อมวงด้วย

    ผมวิ่งเข้าไปแทรกระหว่างโคยะกับจุนคุง แล้วกอดคอกัน
    จากนั้นทุกคนก็ก้มหัวลงมา

    เคสึเกะ "เอ้าา แข่งคราวหน้า สรุปว่าเราจะสู้ตาย คว้าที่1มาให้ได้
    จะว่าเดิมพันด้วยอนาคตของพวกเราเลยก็ไม่ผิด"

    เคสึเกะ "เราไม่มีวันแพ้ใคร ถึงตอนนั้นก็ใส่มันให้เต็มที่!
    We are forever with! ยังไงเราก็ต้องชนะ!"

    "โอ้วววววว!"

    เสียงของคน5คน รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียว
    สายสัมพันธ์นี้ คงไม่มีวันแพ้ใครที่ไหนแน่นอน

    ตอนแรกที่เห็นSpriteโคยะร้องไห้ ก็รู้สึกเฉยๆ
    แต่มาตอนนี้ เห็นแล้วแบบว่า ทรมานใจชิบหอง เฮ้อ..

    วันพรุ่งนี้แปลแค่ตอนไปขอพร
    เพราะตอนซ้อมไม่มีอะไร แค่กลับมาเล่นได้ดีเหมือนเดิมแล้ว

    ต่อจากนั้นก็วันแสดงจริงก็แปลแค่ตอนแรก แล้วก็ข้ามไปตอนที่วงโคยะขึ้นแสดง
    กับคนอื่นไม่รู้ แต่ทางนี่อ่านออกแค่งูๆปลาๆก็ซัดโฮแล้ว


    Ps. เหมือนฝีมือตก แปลออกมาไม่ค่อยได้ดั่งใจเลย เฮ้อ..
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Sat Oct 01, 2011 12:12 am

    ใช้ภาษาบ่อยๆไม่งั้นเดี๋ยวฝีมือตก ยิ้ม

    ฉากเรียกน้ำตาดี เฮ้อ..
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Sat Oct 01, 2011 3:50 pm

    หาาาาา??? อย่ามาใส่ร้ายผมนะ ไอ้ความหมายของคำว่าหื่ลนั้นลุงบีตั้งเองไม่ใช่เรอะ
    อย่ามายัดเยียดให้ผมเด้!!! ตาลุงหื่ลตัณหากลับเอ๊ย!!!

    ยังไงก็ขอบคุณที่แปลให้อ่านต่อนะครับลุงหื่ล..... แต่จะดีกว่านี้ถ้ามีฉากต่ออ่ะ....


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Sat Oct 01, 2011 5:14 pm

    จะต่ออะไรอีกล่ะเอร็ง....
    ตรูแปลเอาซึ้งโว้ย ไม่ได้แปลเอาหื่ล โกรธ

    คนเขาอุตส่าห์พยายามคัดมาแต่ตอนซึ้งๆ(มีอื่นๆบ้างที่ดูๆแล้วไม่น่าจะตัดออกได้)
    ไอ้นี่จะล่อแต่ฉากนั้นอย่างเดียวรึไง ฮึ่ม...

    --------------------

    27/8

    (*ตัดมาตั้งแต่ตอนไปถึงศาลเจ้า นอกจากนั้นไม่มีอะไรสำคัญเท่าไหร่*)

    Spoiler:
    เสียงต่างๆที่น่ารำคาญหูค่อยๆเลือนหายไป แล้วโลกทั้งใบก็ค่อยๆเข้าสู่ความเงียบ
    แต่ในใจผมกลับไม่สงบลงเลย
    ถึงจะลองหายใจลึกๆดูแล้ว แต่ก็ไม่ช่วยอะไรได้เท่าไหร่

    ในขณะที่ผมยังสงบจิตสงบใจไม่ได้นั่นเอง ไม่นานนักรถมอเตอร์ไซค์ก็หยุดวิ่ง
    แต่ที่นั่น กลับเป็นคนละที่กับอพาร์ทเมนท์ของโคยะ
    จากนั้นเครื่องยนต์ก็ดับลง

    "โคยะ?"

    ผมถามออกไปจากข้างหลัง
    ทำไมถึงมาแถวนี้ล่ะ?

    โคยะ "พอดีคิดว่า จะกลับไปกินข้าวเย็นเลยมันก็ยังเร็วไปหน่อย
    แค่แวะข้างทางหน่อยเท่านั้นแหละ เอ้า ลงไปสิ"

    พอโดนโคยะเร่ง ผมก็เลยลงจากรถ
    สถานที่นั้น มีบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์อยู่
    บันไดหินที่พอมองจากข้างล่างนี้แล้ว ก็เหมือนจะทอดยาวขึ้นไปถึงบนฟ้า

    โคยะค่อยๆเดินขึ้นไปทีละขั้น
    แล้วผมก็เดินตามหลังไปเล็กน้อย

    ------

    ที่ข้างบนนั้น ก็คือศาลเจ้าซุยโก
    ที่ที่เคยมาเมื่อตอนงานเทศกาลหน้าร้อนนั่นเอง

    โคยะสาวเท้าเดินไปเรื่อยๆ จนถึงตรงศาลเจ้า

    "ขอพรเหรอ?"

    โคยะ "ก็นะ มาประจำนั่นแหละ
    ก่อนไปแข่งอะไร ก็มาที่นี่ตลอดน่ะ"

    โคยะตอบผม พลางหยิบเหรียญเล็กๆออกมา โยนเข้าไปในกล่องรับบริจาค
    ผมก็รีบร้อนทำตามบ้าง

    แล้วเรา2คนก็จับเชือกที่ห้อยลงมาจากเพดาน สั่นกระดิ่งให้ดัง
    จากนั้นก็ตบมือ2ครั้งตามธรรมเนียม

    แต่ผมก็ยังไม่ได้คิดเอาไว้เลยว่าจะอธิษฐานอะไร
    ก็เลยขอเรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัวพอดีไป

    พอลืมตาขึ้นมา โคยะเองก็อธิษฐานเสร็จแล้วเช่นกัน
    พอเรา2คนโค้งคำนับปิดท้ายเสร็จแล้ว ก็เดินออกมาจากศาลเจ้า

    โคยะ "...งั้น กลับกันเลยนะ"

    "นั่นสินะ"

    โคยะ "เออนี่ ริวตะ"

    "หือ?"

    โคยะ "ริวตะคิดว่า พรุ่งนี้พวกชั้นจะชนะเลิศได้มั้ย?"

    หลังจากเดินมาได้ไม่นาน โคยะก็ถามออกมาแบบนั้น
    แล้วผมก็หยุดเดินโดยไม่รู้ตัว

    โคยะ "ก็ขอบอกไว้ก่อน ว่าไม่ใช่ว่าชั้นไม่มั่นใจหรืออะไร
    คิดจะทุ่มให้สุดกำลัง แล้วก็ตั้งใจจะชนะอยู่แล้ว"

    โคยะ "แต่ว่า ชั้นก็อยากจะถามความรู้สึกของนาย
    ริวตะคิดว่า พรุ่งนี้พวกชั้นจะชนะได้รึเปล่า?"

    สายตาของโคยะ มุ่งตรงมาที่ผม
    เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจอันแรงกล้า ไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

    ผมมองโคยะกลับไปด้วยสายตาเช่นเดียวกัน
    ความรู้สึกของผมเอง ก็จะไม่สับสนลังเลเช่นกัน
    เพราะง้น ผมจะยืนยันให้แน่ใจ

    "ต้องได้สิ
    พอเห็นการซ้อมวันนี้ ผมก็รู้ได้เลย
    ว่าทุกคนสนุกกับการเล่นเพลงจริงๆ"

    "ทุกคนต่างก็รักที่จะบรรเลงเพลง
    ...ทำได้แน่นอน ถ้าเป็นทุกคนล่ะก็
    ถ้ารักในเสียงเพลงล่ะก็ มันต้องตอบสนองแน่นอน"

    นั่นคือคำพูดจากใจของผม
    ความรู้สึกจากใจจริงของผม ที่ไม่ได้ปนคำโกหกลงไปเลยแม้แต่น้อย

    โคยะ "..."

    โคยะไม่พูดอะไร
    เพียงแต่ยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ

    โคยะ "นั่นสินะ แค่นั้นก็พอแล้วนี่นะ"

    "โคยะ...?"

    ผมก็ได้แต่ยืนงง ไม่เข้าใจสิ่งที่โคยะอยากจะพูดเลย

    แต่ก็แค่ชั่วขณะสั้นๆเท่านั้น
    แล้วโคยะก็พูดสิ่งที่ผมกำลังสงสัยอยู่ออกมา

    โคยะ "...เมื่อวาน ชั้นมาลองคิดๆดูก่อนนอน
    ว่าทำไมถึงเล่นเพลงออกมาได้ไม่ดีจนถึงตอนนี้"

    โคยะ "คำตอบก็ง่ายนิดเดียว เพราะว่าชั้นร้อนใจอยู่ ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากนี้แล้ว
    ร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก ว่าการแข่งคราวหน้านี้จะตัดสินทุกอย่างแล้ว"

    โคยะ "แต่ถึงจะรนไปก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรขึ้นมาได้
    จะมีก็แต่ค่อยๆพังลงจนยับเยิน เหมือนตัวชั้นเมื่อวานนี้"

    โคยะ "ชั้นคิดว่าก่อนอื่นก็ต้องหาทางทำอะไรซักอย่างกับเรื่องนั้นก่อน
    ก็เลยลองคิดดูว่าทำไมถึงเริ่มรู้สึกรนแบบนั้น"

    โคยะ "ชั้นคิดว่าก็คงเป็นเพราะเอาแต่คิดมากเรื่องสัญญาที่ให้ไว้กับแม่
    แต่ความจริงแล้วก็ไม่เชิงซะทีเดียว
    เพราะมันเป็นสาเหตุแค่ส่วนนึงเท่านั้น"

    โคยะ "ก็จริงอยู่ ที่ชั้นคิดมากจนเป็นภาระ
    แต่เหตุผลจริงๆแล้ว ก็คงเป็นเพราะหลังจากนั้นแล้ว
    ชั้นไม่ได้สนุกไปกับกีตาร์เลย"

    โคยะ "ทั้งๆที่มันเคยเป็นสิ่งที่ตัวเอกรัก และเคยสนุกด้วย
    แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันก็กลายเป็นว่าชั้นต้องพยายามเอาชนะให้ได้
    กลายเป็นว่ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเผชิญกับปัญหาลำบากใจอยู่"

    โคยะ "แล้วก็เลยเล่นออกมาได้ไม่ดี
    กลายเป็นว่าตัวเอกเลิกในสิ่งที่อยากจะทำซะเอง"

    โคยะ "เพราะงั้นวันนี้
    ชั้นก็เลยคิดอยู่แค่ว่า ขอสนุกกับมันเท่านั้นก็พอ
    แล้วก็ไล่เรื่องการแข่งหรืออะไรๆออกไปจากหัวจนหมด"

    โคยะ "พอทำแบบนั้นแล้ว มันก็ไปได้สวย
    สุดท้ายแล้วมันก็เพราะชั้นลืมเรื่องที่ตัวเองเข้าใจดีแต่แรกไป
    เรื่องที่ว่า ขอแค่ทำอะไรๆอย่างสนุกสนานเท่านั้นก็พอ"

    โคยะ "เหมือนอย่างที่นายพูดนั่นแหละ ริวตะ
    ถ้ารักในเสียงเพลงแล้ว มันก็จะตอบสนองเอง
    ชั้นจะ ไม่มีวันลืมเรื่องนั้นอีกแล้ว"

    โคยะเดินออกมาหนึ่งก้าว มาอยู่ที่ตรงหน้าผม
    แล้วก็ค่อยๆกอดผมอย่างช้าๆ

    โคยะ "เพราะงั้น นายสบายใจได้เลย
    ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วล่ะ พักผ่อนให้สบายเถอะ
    วันพรุ่งนี้ ชั้นจะชนะให้ดู"

    โคยะ "เชื่อใจชั้น...เชื่อใจพวกชั้น แล้วรอก่อนนะ"

    แขนที่โอบตัวผมอยู่นั้น กอดผมแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย
    เสียงที่ดังก้องอยู่ในใจผม ก็ค่อยๆเงียบสงบลง

    อย่างที่โคยะพูด
    ผมมีอะไรต้องมาเครียด ต้องมากังวล ต้องมาลุกลี้ลุกลนแบบนี้กันล่ะ

    ไม่จำเป็นต้องรู้สึกแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย

    ผมรู้ว่าทุกคนสามารถบรรเลงเพลงออกมาได้อย่างสนุกสนาน
    และตัวผมเองก็เป็นคนบอกเองแท้ๆ ว่าถ้าทำแบบนั้นก็ต้องได้ผลแน่นอน
    แต่ผมกลับเชื่อจนหมดใจไม่ได้

    กลับมารู้สึกกระสับกระส่าย กระวนกระวายอยู่คนเดียว เหมือนกับเป็นคนบ้า

    ใช่แล้ว ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว
    ทุกคนต้องชนะได้แน่นอน ในเมื่อทุกคนมีพลังมากมายขนาดนั้น
    เพราะงั้น ผมแค่เฝ้ารอเท่านั้นก็พอแล้ว

    เพราะไม่เห็นว่าโคยะจะรู้สึกตึงเครียดอะไรเลย
    ผมจึงเข้าใจสิ่งที่ตัวเองควรจะทำอย่างชัดเจน
    นั่นคือ การเชื่อมั่นในคำพูดนั้นอย่างแน่วแน่

    โคยะไม่ได้สับสนลังเลอะไรเลย
    ยังคงดูเหมือนกับทุกที เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

    งั้นผมเองก็ต้องเอาอย่างบ้าง
    ตัวผมที่คอยเฝ้าทุกคน...คอยเฝ้าดูโคยะ
    จะเชื่อมั่นในคำๆนั้นไม่ได้ได้ยังไงกัน

    "โคยะ..."

    ผมเอาแขนตัวเองโอบหลังโคยะ แล้วกอดแน่น
    และนั่นคือคำตอบของผม

    โคยะ "พรุ่งนี้ ชั้นจะชนะให้ได้"

    "อื้อ..."

    ผมไม่มีอะไรจะพูดมากกว่านี้
    ไม่มีความจำเป็นต้องพูดอะไรมากกว่านี้

    ทุกอย่างจะถูกตัดสินในวันพรุ่งนี้
    และสิ่งที่อยู่ข้างหน้า คือหนทางที่ทอดตรงไป

    แต่ก็ไม่อาจมองเห็นข้างหน้านั้นได้
    ที่อีกฝั่งหนึ่งซึ่งถูกเมฆหมอกปกคลุมไว้ จะเชื่อมไปที่ไหน
    ก็ยังคงไม่มีใครล่วงรู้ได้เลย

    แต่ ณ ที่ตรงนั้น ผมได้ยินเสียงน้ำตาของใครบางคนที่ผมรู้จักดี ไหลหยดลงมา
    มันคงเป็นหยาดน้ำตาแห่งความดีใจ อย่างแน่นอน

    สั้นๆแต่กินใจ
    (น้ำเน่านิดหน่อยพอเป็นพิธี wwwww)


    Ps. ไม่วายก็อ่านได้เน่อ แต่ถ้าแอนตี้แม้แต่โชเน็นไอก็อย่าเลยดีกว่า -___-"


    Edit : やっちゃったゼ☆
    http://illiweb.com/fa/pbucket.gif
    http://illiweb.com/fa/pbucket.gif
    http://illiweb.com/fa/pbucket.gif
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Sat Oct 01, 2011 8:55 pm

    ผมแค่ถามๆ ไปเพื่อเท่านั้นแหละไม่ได้อยากอ่านซะหน่อย......

    อีกไม่นานก็จบแล้วแฮะ น่าเศร้าขิง ;w;


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Sat Oct 01, 2011 11:31 pm

    Warrock พิมพ์ว่า:ผมแค่ถามๆ ไปเพื่อเท่านั้นแหละไม่ได้อยากอ่านซะหน่อย......

    Spoiler:


    แปลวันที่28ละ ถึงตอนที่คุยกับพวกโคยะเสร็จแล้ว แล้วกำลังไปนั่งที่นั่งคนดู


    คอมโบบริหารต่อมน้ำตา ยาวแน่นอน
    28-31เลย


    Ps. ไม่ได้อยากอ่านสินะ
    จะได้ไม่ต้องหลังไมค์ไป
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Sun Oct 02, 2011 5:20 am

    ขอโทษครับ ผมผิดไปแล้วที่พูดโกหก ผมมันหื่ลแต่ทำตัวแอ๊บให้ตัวเองดูดี
    ความจริงแล้วผมอยากอ่านมาก ขอโทษครับผมจะไม่โกหกอีกแล้วครับ.......


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Mon Oct 03, 2011 10:59 am

    28/8

    Spoiler:
    ความร้อนและอึดอัดจนไม่อาจทานไหว
    ความรู้สึกแบบนั้นอัดแน่นอยู่ในอากาศ แล้วก็ห้อมล้อมไปทั่วบริเวณ

    แต่มันต่างจากความเร่าร้อนที่เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกเล็กน้อย
    เหมือนกับเป็นความรู้สึกตื่นเต้น ความคาดหวังก่อนการขึ้นแสดงจริง
    รวมถึงความรู้สึกอื่นๆปะปนกันจนกลายเป็นอะไรที่ซับซ้อนมากกว่า

    ฮอลที่ตั้งอยู่บนถนนที่เลยมาจากฟูเมอีกเล็กน้อย
    นั่นคือเวทีของพวกโคยะในวันนี้

    พวกผมเข้าไปข้างในกันเรียบร้อยแล้ว
    และตอนนี้ กำลังรอให้ถึงเวลาขึ้นแสดงกันอยู่ที่หลังเวที

    การประกวดที่จะจัดขึ้นที่นี่เพียงปีละครั้ง
    มันดูยิ่งใหญ่จนไม่นึกเลยว่าจะเป็นการประกวดที่จัดขึ้นในเมืองแถวๆนี้

    ด้วยการสนับสนุกจากบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่ที่ไหนสักแห่ง
    และจัดขึ้นมาเพื่อเฟ้นหาบุคคลที่มีความสามารถทั่วทุกพื้นที่
    แค่นั้นก็พอจะบอกได้แล้วว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน

    มีการคัดเลือกกลุ่มคนหลายต่อหลายกลุ่มจากผู้เข้าสมัครทั้งหมด
    แล้วจัดการแสดงสดในวันนี้ โดยให้แต่ละกลุ่มแสดง2เพลง

    หรือก็คือ แต่ละกลุ่มที่มาที่นี่ในวันนี้
    คือการรวมตัวของยอดฝีมือที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วนั่นเอง

    พอคิดแบบนั้นแล้ว มือของผมก็ชุ่มเหงื่อไปหมด ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นคนขึ้นแสดง
    เสียงเจี๊ยวจ๊าวที่ได้ยินมาจากที่นั่งผู้ชมที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
    ทำให้ผมใจเต้นรัวอย่างมาก

    หากสามารถผ่านเข้ารอบไปได้ ก็จะเป็นโอกาสให้ได้เปิดตัว
    มันคือช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตายอย่างแท้จริง

    โคยะ "คนเต็มเลยแฮะ
    นี่เยอะกว่าตอนที่เคยแสดงสดครั้งไหนๆซะอีกนะเนี่ย"

    "อือ สุดยอดเลยเนอะ
    แต่ผมเนี่ย มายืนอยู่ตรงนี้แล้วทำได้แค่รู้สึกอึดอัดจนทนไม่ได้อย่างเดียวเลย"

    โคยะ "แรกๆก็งั้นล่ะ
    ชั้นเองตอนแรกๆก็ทนไม่ค่อยไหวเท่าไหร่เหมือนกัน"

    "นึกไม่ถึงแฮะ คิดว่าอย่างโคยะเนี่ยจะไม่รู้สึกแบบนั้นซะอีก"

    โคยะ "ใครๆก็เป็นกันหมดแหละน่า ไอ้รู้สึกเครียดจนพูดอะไรไม่ออกเนี่ย
    แต่มาตอนนี้แล้ว แค่คิดว่ากำลังจะได้ขึ้นแสดง ก็กลับรู้สึกสนุกขึ้นมาเลย"

    โคยะ "ไอ้เรื่องขึ้นไปยืนบนเวทีน่ะ
    พอชินแล้วมันรู้สึกดีจริงๆนะ
    รู้สึกสนุกกว่าเรื่องอื่นๆเยอะเลยล่ะ"

    "งั้นเองหรอกเหรอ รู้สึกเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาหน่อยๆแล้วแฮะ"

    ใบหน้าของโคยะดูท่าทางสนุกสนาน แค่นั้นก็ถ่ายทอดมาได้มากพอแล้ว

    เพราะผมไม่เคยขึ้นไปยืนบนเวทีมาก่อน
    แค่ตอนนี้ มายืนอยู่ที่นี่ในฐานะผู้จัดการเท่านั้น
    พอถึงเวลาเริ่มแสดง ผมก็ต้องไปที่ที่นั่งผู้ชม

    โลกที่โคยะพูดถึง มันเป็นโลกแบบไหน ผมเองก็ไม่รู้ และไม่อาจรู้ได้
    ได้เพียงแต่ลองสัมผัสกับมันในจินตนาการดูเท่านั้น
    ทำให้รู้สึกเสียดายหน่อยๆ

    โคยะ "แต่วันนี้ ชั้นจะพยายามเต็มที่
    ให้นายได้รู้สึกแบบเดียวกันให้ได้ ถึงจะอยู่ตรงที่นั่งคนดูก็ตาม
    ริวตะเองก็คอยรอฟังด้วยล่ะ"

    "อื้อ แล้วฝากด้วยนะ"

    โคยะ "อา วางใจได้เลย"

    แล้วการสนทนาก็หยุดลงแค่นั้น

    ผมหันไปมองนาฬิกา เพื่อหาทางเลี่ยงความเงียบนี้
    และตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว

    การแสดงกำลังจะเริ่มในอีกไม่นานนี้ และผมก็ต้องไปแล้ว
    ผมจึงหันกลับไปหาทุกคน แล้วส่งเสียงเรียก

    "...ได้เวลาแล้วล่ะ
    ผมไปตรงโน้นก่อนนะ"

    เคสึเกะ "ง่ะ ได้เวลาแล้วเรอะ?"

    ยูกิ "เหมือนจะใช่นะ
    งั้นเหรอ ถ้างั้นแล้วเจอกันนะ ริวตะคุง
    แล้วจะเอาข่าวดีไปฝาก รอฟังด้วยนะ"

    จุน "..."

    "อื้อ แล้วจะรอฟังนะ
    ช่วยพยายามอย่าทำให้ผมผิดหวังล่ะ?"

    เคสึเกะ "ไหงพูดงั้นเล่า
    เอาเถ๊อะ วางใจได้เลยไอ้น้อง
    คุณพี่น่ะ ไม่พูดโกหกหรอกนะ"

    ยูกิ "เอ้อๆรู้แล้วๆ
    เอาให้ได้อย่างว่าจน1เมษาปีหน้าด้วยล่ะ?"

    เคสึเกะ "อ้าวๆ วันจริงทั้งที ยังจะไล่ตบมุขอีกเร้อ?
    ยังไงๆชั้นก็เป็นหัวหน้านา
    มีอย่างอื่นให้พูดอีกมั้ยเนี่ย แบบ ใช่เลยเห็นด้วย! ไรเงี้ย"

    ยูกิ "ม่ายอ่ะ ไม่มีหรอก"

    เคสึเกะ "อ่าวกรรม!? ตอบทันควันเลยเรอะ!"

    แล้วการพูดโต้ตอบแบบทุกทีก็เริ่มขึ้น
    2คนนี้ ไม่ว่าจะที่ไหนเมื่อไหร่ ก็ไม่เปลี่ยนเลยแฮะ
    แค่ดูเฉยๆก็อมยิ้มขึ้นมาแล้ว

    แต่พอ2คนนี้เริ่มโต้กันไปมาแล้ว
    ก็รู้สึกยังกับว่าหลุดไปไหนโลกอื่นที่ไหนสักแห่งกันแล้วเลย
    ตรงนั้นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แล้วพวกผมก็เหมือนจะถูกลืมไปแล้ว

    พอมองดูภาพนั้นอยู่ห่างๆแค่ในความรู้สึก
    ผมก็ชำเลืองไปเห็นโคยะกำลังยืนยิ้มอยู่เหมือนกัน

    และพอหันไปมองทางนั้น โคยะก็รู้ตัว
    แล้วก็มองตากัน

    "...ได้เวลาแล้วล่ะ"

    โคยะ "อา...นั่นสินะ"

    "จะรอฟังแต่ข่าวดีนะ"

    โคยะ "แล้วจะให้ฟังแต่ข่าวดี
    ทำใจรอสบายๆได้เลย"

    โคยะยิ้มออกมา พลางลูบหัวผมวนไปมา
    ด้วยรอยยิ้มนั้น ที่ราวกับจะบอกว่า ไว้ใจชั้นได้เลย
    ทำให้ผมพูดอะไรออกไปไม่ได้เลย

    "...งั้น แล้วเจอกันนะ"

    โคยะ "โอ้"

    ผมหันหลังให้กับรอยยิ้มของโคยะ แล้วเดินออกไป

    ------

    *ตัดไปตอนวงของโคยะขึ้นแสดง(กลุ่ม9หมายเลข5)*

    ต่อไปคือลำดับที่5
    ในที่สุดก็ถึงตาของพวกโคยะ...[Musikus]แล้ว

    แม้จะจบไปแล้วเพียงแค่ครึ่งเดียว
    แต่ผมก็รู้ดีว่าเหล่าผู้คนเหล่านั้น ต่างก็มีฝีมือสูงส่งทั้งสิ้น
    ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะเอาชนะได้ง่ายๆเลย

    แต่ถึงยังงั้น ผมกลับใจเย็นอย่างน่าประหลาด
    ความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าฝังลึกอยู่ในอก ทำให้ผมสงบลง
    มันคงเป็นทั้งความไว้วางใจและความหวัง

    ความรู้สึกที่ว่า ถ้าเป็นพวกโคยะล่ะก็ ต้องไม่เป็นไร
    และความรู้สึกที่อยากให้พวกเขาฝ่าฟันไปได้
    ทำให้ผมสามารถสงบใจตัวเองลงได้

    คนอื่นๆแต่ละคนต่างก็มีฝีมือไม่ใช่น้อยๆทั้งนั้น
    แต่ว่า ทุกคนเองก็ต้องไม่แพ้แน่นอน

    แค่เพียงช่วงเวลาที่ผมมาอยู่ด้วย ก็มีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น
    มีคนที่วิตกกังวล และทุกข์ทรมาน
    มีผู้คนที่คอยแบ่งปันความขมขื่นด้วยกัน

    จนในที่สุดก็ฝ่าฟันทั้งหมดนั้นมาได้
    ได้พบกับสิ่งที่พวกตนอยากทำจริงๆ
    และได้คว้ามันกลับคืนมา

    ถึงแม้จะแค่เล็กน้อย แต่ผมก็ได้เฝ้าดูพวกเขาอยู่ข้างๆ

    กับคนอื่นๆแล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่มีอะไรเลยก็จริง

    แต่ประสบการณ์เหล่านั้น มันจะเป็นพลังให้กับทุกคนในสักวันหนึ่ง สักแห่งหนึ่ง
    และไม่ว่าจะมีพลังนี้หรือไม่ก็ตาม
    มันก็จะกลายเป็นกุญแจดอกสุดท้ายอย่างแน่นอน

    หากฝีมือใกล้เคียงจนแทบไม่ต่างกัน
    สิ่งที่จะตัดสินความไพเราะของดนตรีก็คือจิตใจ เพราะผมคิดเช่นนั้น

    ผมทอดสายตาไปยังเวที เพื่อคอยดู
    และย้ำในใจอีกครั้ง ว่า ต้องไม่เป็นไรแน่นอน

    และในที่สุด MCก็ขานชื่อMusikus
    จากนั้นทุกคนก็ขึ้นมา

    แม้จะอยู่ไกลออกไป ผมก็เห็นใบหน้านั้นแสดงออกถึงความมั่นใจ
    และยิ่งไปกว่านั้น คือความสนุกสนาน
    รอยยิ้มอันเจิดจ้า ราวกับเอ่อล้นไปด้วยความหวัง

    คุณยูกิที่คว้าไมค์ เอ่ยคำกล่าวสั้นๆออกมา
    แล้วการแสดงก็เริ่มขึ้นในทันที

    เพลงป็อปจังหวะเร็วที่ฟังแล้วรู้สึกคล้อยตาม

    เป็นเพลงที่แต่งเสร็จ ก่อนหน้าที่ผมจะกลับมาซุยโกได้ราว1เดือน
    และแสดงถึงความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ กับการรอคอยให้ฤดูร้อนมาถึง

    แม้จะเป็นทำนองที่ได้ฟังมาแล้วหลายต่อหลายครั้งตอนที่ซ้อม
    แต่ผมกลับรู้สึกว่า เมื่อได้มาฟังในที่แห่งนี้แล้ว มันกลับต่างออกไปเล็กน้อย

    ผมไม่รู้จะอธิบายมันออกมาเป็นคำพูดยังไงดี
    แต่ผมรู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างส่งมาถึงส่วนลึกๆข้างในหัวใจ

    เหมือนกับภาพตอนที่ผมตัดสินใจจะกลับมาสู่บ้านเกิด มันย้อนกลับมาฉายซ้ำอยู่ในหัว
    แล้วผมก็ยิ้มออกมา

    เมื่อการแสดงจบลง เหลือเพียงแต่เสียงสะท้อน
    เสียงโห่ร้องของผู้ชมก็ดังสนั่นขึ้นมา

    ถึงแม้ตอนกลุ่มอื่นๆจะไม่ใช่เบาๆก็จริง
    แต่มันก็เป็นเสียงที่ดังสนั่นไม่แพ้กันเลย

    แล้วคุณยูกิก็กล่าวคำขอบคุณตอบกลับพวกผู้ชม
    ขอบคุณครับ เชียร์กันดังขนาดนี้ ดีใจสุดๆไปเลยครับ
    ต่อไปจะเป็นเพลงปิดท้ายแล้ว แต่ก็ขอให้ทุกคนสนุกไปด้วยกันนะครับ

    หลังจากแทรกสั้นๆเพียงแค่นั้นแล้ว ก็เริ่มเพลงต่อไปทันที่
    เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกต่างจากเพลงเมื่อกี้นี้
    ทำนองแบบเพลงบัลลาดที่ฟังดูโศกเศร้า ค่อยๆแผ่ออกมาอย่างช้าๆ

    "เพลงนี้มัน..."

    ผมหลุดพูดออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว

    ผมเคยได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกเมื่อวานนี้

    แต่ก็ได้ยินแค่ช่วงต้นเพียงแค่ไม่กี่สิบวินาทีเท่านั้น
    เพราะหลังจากนั้น ผมลุกออกไปซื้อเครื่องดื่ม
    หรือก็คือ ผมได้ฟังวันนี้เป็นครั้งแรก

    แม้ตอนนั้นจะได้ฟังเพียงแค่นั้น ความรู้สึกที่ข้างในหัวก็เปลี่ยนไปแล้ว
    พอลองถามดู ก็ได้คำตอบกลับมาว่า เป็นเพลงที่โคยะแต่งขึ้นเอง

    เพลงเกือบทั้งหมด คุณยูกิจะเป็นคนแต่งเอง
    แต่มีเพลงนั้นเพียงเพลงเดียว ที่โคยะแต่งขึ้นมา

    ท่วงทำนองอันสงบเงียบ ที่ทำให้รู้สึกได้ถึงการพลัดพรากกับใครบางคน
    แต่ทว่าในนั้นเอง ก็มีเสียงอันเปี่ยมไปด้วยพลัง ที่พยายามจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ผสมกลมกลืนกันอยู่ด้วย

    พอได้ฟังแล้ว ในอกมันก็รู้สึกอึดอัดทรมานขึ้นมาเล็กน้อย
    ความรู้สึกอันคุ้นเคยแต่เจ็บปวดรวดร้าว ก็อัดแน่นจนเต็มหัวใจ

    ผมขนลุกไปทั้งตัว
    ตาร้อนผ่าวโดยที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ
    สันหลังหนาวไปทั้งแผ่นราวกับมีอะไรวิ่งวนไปมาอยู่ข้างหลัง

    บรรยากาศอันเย็นเยือกห่อหุ้มตัวผมเอาไว้
    ผมรู้สึกเหมือนถูกความตื้นตันใจกลืนกินจนตลอดทั้งตัว
    ทั้งด้วยถ้อยคำที่ร้อยเรียง ทั้งด้วยเสียงที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา

    การแสดงที่ทวีพลังเพิ่มมากขึ้น ไปพร้อมๆกับเวลาที่ไหลไปเรื่อยๆ
    และเมื่อผ่านช่วงสำคัญไปแล้ว
    ก็ค่อยๆเงียบลงอย่างช้าๆ ในขณะที่เสียงสะท้อนดังกังวาน

    และการแสดงก็จบลง
    เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือ ดังสนั่นก้องไปทั่วอาคาร

    มันดังยิ่งกว่าตอนที่แสดงเพลงแรกเสร็จเสียอีก
    ดังจนราวกับว่าบรรยากาศรอบๆจะพังทลายลงมาได้เลย
    ผมเองก็ปรบมือทั้งสองข้างอย่างไม่สนใจอะไร จนระบมไปหมดทั้งมือ

    พวกโคยะโบกมือให้กับผู้ชมด้วยรอยยิ้ม
    แล้วก็หายกลับเข้าไปที่หลังเวที

    โดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองได้คอยดูอยู่หรือไม่
    ผมก็ออกมาจากฮอลเพื่อหลีกหนีเสียงอึกทึกนี้

    ------

    ที่ที่ผมมุ่งไป ไม่ได้ไปหาทุกคน
    ในตอนนี้ ผมคงไปพบใครไม่ได้

    ผมไม่อยากให้ใครมาเห็นหน้า
    เพราะตอนนี้ ความรู้สึกของผมมันเอ่อล้นจนทะลักออกมาจากดวงตา
    จนผมมองทางข้างหน้าไม่ชัดเลย

    ผมวิ่งไปที่ห้องน้ำ สาวเท้าราวกับหนีอะไรบางอย่างมา
    ในขณะที่เปลือกตาปิดแน่นสนิท

    เพลงที่โคยะแต่งขึ้นมา
    สิ่งที่แฝงอยู่ในเนื้อเพลงนั้น ผมเข้าใจมันดี

    มันคือ รอยทางของโคยะ ตั้งแต่ที่ผมออกจากซุยโกไป จนถึงตอนนี้

    [ไม่เป็นไร ต้องได้เจอกันอีกแน่นอน]
    มันคือ ความรู้สึกของโคยะ ตั้งแต่วันที่ผมพูดแบบนั้น แล้วจากไปนั่นเอง
    ทั้งหมดนั้น มันอัดแน่นอยู่ในเพลงนี้

    มันบอกว่า การจากลา เป็นสิ่งที่อ้างว้างเดียวดาย
    แต่ถึงยังงั้น เราทั้งคู่ก็จะเดินหน้าต่อไป จนถึงสักวันที่เส้นทางของเราจะมาบรรจบกันอีกครั้ง

    มันบอกว่า การเผชิญหน้า เป็นสิ่งที่เจ็บปวดทรมานใจ
    แต่ถึงยังงั้น ก็ยังคงอยากจะไปให้ถึงที่อีกฝั่งนั้นให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม

    ไม่ว่าจะมีกำแพงแบบไหนขวางกั้น ก็จะข้ามมันไปให้ได้
    เพราะฉะนั้น ขอให้คอยเฝ้าดูต่อไป
    เพื่อที่สักวัน จะได้มาหัวเราะด้วยกัน

    เพลงที่แต่ขึ้นมาเพื่อที่จะสื่อสิ่งเหล่านั้น ไม่มีวันที่จะส่งมาไม่ถึงผม

    ความทรงจำต่างๆเริ่มพรั่งพรูออกมา ในโลกที่มืดสนิท
    ราวกับถูกหัวใจที่หวั่นไหวนี้เพรียกหา

    ทั้งเรื่องเมื่อก่อนนั้น ทั้งเรื่องเมื่อตอนนี้
    ทุกเรื่องที่ผมยังจำได้ ก็ทะลักเข้ามา

    "โคยะ..."

    เบื้องหน้าผมนั้น มีเพียงโคยะแค่คนเดียว

    มีเขาคนนั้น ที่พูดว่าถ้าลงมือทำก็สำเร็จ แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย

    มีเขาคนนั้น ที่ไม่อยากทำให้ทุกคนเป็นห่วง แล้วร้องไห้ออกมา

    มีเขาคนนั้น ที่บอกว่าจะต้องชนะแน่นอน แล้วหันหน้ามามองผม

    ผมส่งเสียงเรียกเขาจากข้างในหัวใจ โดยไม่ทันรู้ตัว
    จะรอฟังแต่ข่าวดีนะ

    [แล้วจะให้ฟังแต่ข่าวดี
    ทำใจรอสบายๆได้เลย]

    โคยะตอบกลับมาแบบนั้น เหมือนที่ตอบมาในความเป็นจริง
    แล้วรอยยิ้มนั้น ก็ค่อยๆเลือนหายเข้าไปในหมอกทีละนิด

    ...เอ้า ใกล้จะได้เวลาแล้วนะ
    ผมรู้สึกว่าตัวเขาที่ค่อยๆเลือนหายไป พูดออกมาเช่นนั้น

    และโลกที่ปิดตาย ก็ค่อยๆกลับคืนสู่ความว่างเปล่า
    แล้วผมก็กลับมาสู่ความเป็นจริง
    จากนั้น ผมก็รู้สึกตัว

    การแสดงที่ถึงแม้จะเดี๋ยวหยุดเดี๋ยวต่อจนถึงเมื่อกี้
    ณ ตอนนี้ ผมไม่ได้ยินแล้ว
    เสียงที่ได้ยิน มีแค่เสียงพูดของใครบางคนเท่านั้น

    การแสดงทั้งหมดคงจบลงแล้ว
    และตอนนี้ก็คงอยู่ระหว่างพิธีมอบรางวัล

    "...รู้แล้ว จะไปเดี๋ยวนี้แหละ"

    คราวนี้ ผมส่งเสียงออกมาอย่างชัดเจน

    ------

    ถึงจะไม่รู้ตัวเลย แต่ผมคงเหม่อไปนานพอสมควร

    พอกลับมาถึงฮอล พิธีมอบรางวัลก็เริ่มไปแล้ว
    และตอนนี้ ที่กำลังประกาศอยู่ ก็คือรางวัลรองชนะเลิศ
    แน่นอนว่า ที่เหลือก็มีแต่รางวัลชนะเลิศเท่านั้น

    เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดแล้ว

    บนเวทีคือคนจากทั้งหมด9กลุ่มที่ขึ้นมาแสดง ยืนเรียงแถวกันอยู่

    และมีคนที่ร้องไห้ออกมา โดยในมือถือโล่รางวัลหรืออื่นๆอยู่ด้วย

    ส่วนพวกโคยะนั้น...ยังคงมือเปล่าอยู่

    อาจมีทั้งโอกาสได้รับรางวัลชนะเลิศ
    หรืออาจเป็นตำแหน่งที่ต้องเฝ้ารอความเป็นจริงอันโหดร้ายอยู่ก็ได้
    ทุกคน ยังคงอยู่ตรงนั้น

    [เอาล่ะครับ!ในที่สุดการประกวดในครั้งนี้
    ก็เหลือแค่การประกาศรางวัลชนะเลิศเท่านั้นแล้วนะครับ!]

    [รางวัลอันยิ่งใหญ่นี้ จะตกไปเป็นของกลุ่มไหนกันเอ่ย
    ขอความกรุณาหัวหน้าคณะกรรมการ ช่วยประกาศด้วยครับ!]

    ในที่สุดก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงคำพูดคำนั้น
    และหัวหน้ากรรมการคนนั้น ที่รับช่วงต่อไป
    ก็เริ่มพูดต่อจากนั้น

    [ถ้ายังงั้นก็จะประกาศล่ะนะครับ
    ผู้ชนะเลิศในปีนี้ คือ...]

    ...เสียงเลือนหายไป
    สิ่งที่เขาพูดออกมา ตัวผมไม่อาจเข้าใจได้เลยสักนิดเดียว

    ผมรู้สึกแม้กระทั่งว่า โลกทั้งใบมันหยุดลงไปแล้ว

    อะไรเป็นอะไร ผมไม่รู้ไม่เข้าใจอีกแล้ว

    เพียงสิ่งเดียวที่ผมเข้าใจ ก็คือ
    สิ่งที่ผมกลั้นมาจนถึงเมื่อกี้นี้นั้น

    มันเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของผม ที่คงเป็นสีแดงก่ำไปแล้ว
    เท่านั้นเอง

    ตอนแปลซัดโฮไป2-3รอบ
    เจอเนื้อเพลง อีก1รอบ
    มาตรวจทานก่อนโพสท์เช้านี้ ก็ซึมอีก1รอบ

    ปวดตาเลยตรู เฮ้อ..


    เพลงที่วงโคยะใช้แสดง
    เพลงแรก (ไม่ทราบชื่อเพลง)
    風の行方 -2nd- (ปลายทางของสายลม -2nd-)
    (เพลงในเทรลเลอร์สุดจะอล่างฉ่างนั่นแล)
    กดเข้าไปแล้ว รอกดSkip Ad แล้วโหลดเอาน่อ


    ไม่แน่ใจโพสท์นี้จะพอมั้ย แต่เอาเนื้อเพลงไปต่ออีกโพสท์ละกัน
    แต่ขอหาแบบที่มีเสียงร้องดูก่อนละกัน
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Mon Oct 03, 2011 11:58 am

    หาอันที่ร้องเพราะๆไม่ได้เลย
    เอาแบบเปล่าๆไปก็แล้วกัน -__-"


    風の行方 -2nd-
    เนื้อเพลง&คำแปล
    Spoiler:
    ねぇ君は覚えている? 木漏れ日の舞う中で
    nee kimi wa oboeteiru? komorebino mau naka de
    นี่ ยังจำได้อยู่หรือเปล่า? ท่ามกลางแสงตะวันที่ส่องลอดผ่านหมู่ใบไม้ลงมานั้น

    君への想いをずっとずっと胸に秘めていた
    kimi e no omoi wo zutto zutto mune ni himeteita
    ความรู้สึกที่มีต่อนายนี้ ฉันจะขอเก็บรักษามันเอาไว้ข้างในหัวใจ



    セミの声遠く響く あせた記憶の中で
    semi no koe tooku hibiku aseta kioku no naka de
    เสียงเหล่าจักจั่น ดังก้องออกไปไกลแสนไกล ท่ามกลางความทรงจำที่เลือนลางลง

    聞こえてた君の声はあの夕闇に消えた
    kikoeteta kimi no koe wa ano yuuyami ni kieta
    เสียงของนายที่ฉันได้ยิน ก็ค่อยๆเลือนหายไปพร้อมๆกับแสงสนธยา



    君の声が聞こえていた 時はもう戻らないよ
    kimi no koe ga kikoeteita toki wa mou modoranai yo
    ช่วงเวลาที่ฉันได้ยินเสียงของนายนั้น ไม่อาจหวนคืนมาได้อีกแล้ว

    会いたいよもう一度 話したいよもう一度
    aitai yo mou ichi do hanashitai yo mou ichido
    อยากจะเจอนายอีกสักครั้ง อยากจะพูดคุยกับนายอีกสักครั้ง

    ボクは今も覚えてるよ 賑やかな夏の日々を
    boku wa ima mo oboeteru yo nigiyakana natsu no hibi wo
    แม้ตอนนี้ ฉันก็ยังคงจำได้ดี วันวานในฤดูร้อนอันแสนครื้นเครงนั้น

    君はまだ覚えてる僕のことを
    kimi wa mada oboeteru boku no koto wo
    เรื่องของฉันที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของนาย

    覚えてる
    oboeteru
    นายยังคงจำมันได้ดี



    夕暮れの中で消えた切なげな横顔が
    yuugure no naka de kieta setsunagena yokogao ga
    ใบหน้าอันแสนเศร้า ที่เลือนหายไปในแสงตะวันยามสายัณห์

    今も胸の奥底でそっと眠っているよ
    ima mo mune no okusoko de sotto nemutteiru yo
    ในตอนนี้ มันก็ยังคงหลับใหลอยู่ ณ ที่ก้นบึ้งของหัวใจ


    今はもう遠い記憶 木漏れ日の舞う中で
    ima wa mou tooi kioku komorebi no mau naka de
    มันกลายเป็นความทรงจำที่ห่างไกลออกไปแล้ว ท่ามกลางแสงตะวันที่ส่องลอดผ่านหมู่ใบไม้ลงมานั้น

    君への思いをずっとずっと忘れないで
    kimi e no omoi wo zutto zutto wasurenaide
    ความรู้สึกที่มีต่อนายนี้ ขอนายจงอย่าลืมมันไป ตราบนานเท่านาน


    セミの声遠く響く あせた記憶の中で
    semi no koe tooku hibiku aseta kioku no naka de
    เสียงเหล่าจักจั่น ดังก้องออกไปไกลแสนไกล ท่ามกลางความทรงจำที่เลือนลางลง

    歌声が遠く響く 風の行方を追った
    utogoe ga tooku hibiku kaze no yukue wo otta
    เสียงขับขานบทเพลง ดังก้องออกไปไกลแสนไกล กังวานไปสู่ปลายทางของสายลม

    /me น้ำตามัน............
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Mon Oct 03, 2011 12:58 pm

    อยากได้ยินอันที่มีเสียงร้องแฮะ [แต่โมเรนัทไม่มีเสียงพากย์สินะ รอแฟนๆร้องกันเอง? ท่านAkabaneไม่สนใจร้องบ้างรึ สุขใจ ]
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Mon Oct 03, 2011 2:02 pm

    ไม่มีอะไรให้อัดเสียงอ่ะ -_-"
    มือถือก็คุณภาพไม่ใคร่จะดีนัก…

    ------

    ผ่านพ้นคอมโบที่1ไปแล้วกับวันที่28 (วันแสดงจริง) (ไม่ได้กวนหรือลืมแปลต่อนะ แต่มันจบแค่ตรงนั้นจริงๆ -_-")
    ส่วนของวันต่อไป อาจจะเลทไปบ้างเพราะวันที่5นี้ก็สอบแล้ว
    แถมแม่มสอบวันละวิชา วันเว้นวัน2วัน เสร็จก็นู่น วันที่13 เฮ้อ..

    แล้ววันที่30กับ31อาจจะรวบยอดไปเลย ไม่น่าจะยาว

    Ps. ยิ่งเล่น ยิ่งแปล ยิ่งรู้จัก ก็ยิ่งชอบหนักขึ้น -///-

    Ps2. ตอนได้ยินเพลงนั้นครั้งแรก ก็งงๆกะตัวเองอยู่เหมือนกัน
    ไม่ได้ชอบเพลงแนวนั้นแท้ๆ แต่เอาลงมือถือ แถมฟังวนไปวนมาตั้งหลายรอบ
    แบบว่า ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ชอบอะไร แต่มันอยากฟังซะงั้น เฮ้อ..

    พอเล่นถึงวันจริงแล้วรู้ว่าโคยะเป็นคนแต่ง
    พอนั่งแปลให้ละเอียดทุกตัวอักษร
    พอเจอเนื้อเพลงแล้วเอามานั่งอ่าน
    เท่านั้นแหละ รู้สึกว่าเพลงนี้มันเพราะที่สุดในโลกขึ้นมาทันควัน…
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Mon Oct 03, 2011 2:36 pm

    สอบวันละวิชานี่ออกแนวห่วงสุขภาพจิตเด็ก[หรอ] ไม่ให้เครียดมากเกินไป[ได้ผลตรงข้ามมากกว่ามั้ง] เฮ้อ..
    [ทางนี้สอบวันเดียว10วิชา ทำเสร็จก็จบสิ้น ปิดเทอม รัก ]
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Tue Oct 04, 2011 6:44 pm

    อ่านแล้วน้ำตาซึมนิดๆ... ขอให้โชคดีกับการสอบครับพี่บี ;w;

    ว่าไปพี่บีมีเพลงนี้แบบ .mp3 มั้ยครับ? อยากได้อ่ะ ;w;
    http://blog.naver.com/s_a_complex/100138771347


    Edit : ขอบคุณครับ ;w;


    แก้ไขล่าสุดโดย Warrock เมื่อ Tue Oct 04, 2011 10:09 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Tue Oct 04, 2011 7:52 pm

    เพลงตอนคุยกับพ่อสินะ
    เดี๋ยวอัพให้ มีๆ

    Edit : http://www.mediafire.com/?9gf12e38bxyv6x7


    Ps. คุณป๋าอย่างซึน (คนลูกเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเล้ย - -*)
    แต่ศัพท์ป๋าหรูมาก แปลแทบไม่ออก
    avatar
    Akabane
    Soldier
    Soldier

    Title : ภรรยาของโคยะ
    จำนวนข้อความ : 76
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 5
    ที่อยู่ : หมู่บ้านมินาซาโตะ
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Akabane on Wed Oct 05, 2011 10:02 pm

    (เปลี่ยนจากที่พิมพ์มิทสึฮิสะ มาเป็นมิซึฮิสะ)


    29/8

    Spoiler:
    "งั้น ผมจะรอตรงนี้นะ"

    โคยะ "อา"

    ผมมายืนอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง และบอกกับโคยะที่ยืนอยู่ข้างๆไปเช่นนั้น
    ใบหน้าของเขาที่แสดงอาการรับทราบ พร้อมกับพยักหน้านั้น
    มีสีหน้าที่แลดูตึงเครียดอยู่บ้าง

    โคยะเคยมาที่แล้วครึ่งหนึ่งเมื่อราวๆ1สัปดาห์ก่อนหน้านี้
    แต่สำหรับผม มันเป็นช่วงระยะเวลาราวๆ5ปีแล้ว
    พอคิดแบบนั้น มันก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมา

    บ้านหลังนั้นที่อยู่เบื้องหน้าผมนี้
    คือบ้านที่โคยะเติบโตมานั่นเอง

    สถานที่ที่คุณคาสึมิกับโคยะได้ให้"คำสัญญา"กัน
    และหลังจากนี้ มันจะเป็นสถานที่ที่นำไปสู่ข้อสรุปเพียงหนึ่งเดียวของคำสาบานนั้น

    ที่มาที่นี่ในวันนี้
    ก็เพื่อมารายงานผล ของการประกวดดนตรีเมื่อวานนี้นั่นเอง

    โคยะ "...งั้นก็ รอแป๊บนึงนะ"

    โคยะหันสายตาอันเฉียบคม มองไปยังแสงสว่างที่ส่องผ่านออกมาจากหน้าต่าง
    แล้วค่อยๆก้าวเท้าเดินไป

    ผมพยักหน้าเล็กน้อยให้กับแผ่นหลังนั้น แล้วก็คอยยืนเฝ้าดู

    เมื่อผมยืนมองจนโคยะหายลับตาไปที่อีกฝั่งของบานประตูแล้ว
    ผมก็มายืนพิงเสาโทรศัพท์ที่อยู่ตรงนั้น

    เมื่อคราวที่แล้วผมอยู่เฝ้าบ้าน
    แต่คราวนี้ผมมาถึงที่นี่ตามคำขอของโคยะ

    ตัวผมเองก็อยากมาด้วยกันอยู่แล้ว
    และพอโคยะก็ทำหน้าแดงพูดว่า[อยากให้นายมาด้วยกันหน่อย]
    ผมก็ปฏิเสธไม่ได้

    แต่ว่า ผมมาได้ถึงแค่ตรงนี้
    ที่อีกฝั่งของบานประตูนั้น ในตอนนี้ มันไม่ใช่ที่ที่ผมควรไป

    ตัวผม หรืออาจจะแม้แต่โคยะเองก็ด้วย
    ก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไร
    แต่พออยู่คนเดียวแล้ว ก็รู้สึกว่า ลมในยามค่ำคืนนั้น มันช่างหนาวเหน็บเหลือเกิน

    "เฮ้อ..."

    ผมถอนหายใจหนึ่งครั้ง แล้วแหงนไปมองท้องฟ้า
    สิ่งที่แผ่กว้างอยู่ข้างบน คือผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

    การที่มันแผ่ออกไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดแบบนั้น
    สำหรับผมในวันนี้แล้ว มันแลดูอ้างว้างอยู่เล็กน้อย

    รู้สึกราวกับว่ามันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของใครบางคนอยู่

    ------

    *จากตรงนี้ จะตัดฉากไปที่โคยะ*

    ที่อีกฝั่งของบานประตูที่ส่งเสียงแล้วเปิดออกมานั้น
    คือระเบียงทางเดินที่ดูคุ้นตา
    จนไม่รู้สึกว่าเวลามันได้ล่วงผ่านไปเลยแม้แต่น้อย

    และ ณ ที่ตรงนั้น ที่ดวงไฟยังคงปิดมืดสนิทอยู่
    ก็มีเงาที่เกิดจากแสงอ่อนๆที่ส่องมาจากห้องนั่งเล่น ทอดยาวออกมาอยู่

    ยิ่งผมก้าวเท้าเดินผ่านทางเดินอันมืดสลัวนี้ไป
    ผมก็รู้สึกว่าข้างในอกมันหนักขึ้นเรื่อยๆ

    ความรู้สึกนั้น คงเป็นความตึงเครียด หรือความไม่สบายใจ
    รวมไปถึงกำแพงกั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาจากช่วงเวลาที่ไหลผ่านไปกว่าหนึ่งปีครึ่ง
    ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากนี้แล้ว

    "..."

    แต่ความรู้สึกเหล่านั้น ผมต้องตัดขาดจากมัน ณ ที่ตรงนี้ให้ได้

    ไม่เช่นนั้นแล้ว ผมก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้มากกว่านี้
    ผมมาจนถึงที่นี่แล้ว
    ผมไม่อาจหันหลังกลับไปได้อีกแล้ว

    ...มีแต่ ต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

    ผมพึมพำออกมาให้ตัวเองได้ยิน แล้วสูดลมหายใจช้าๆ

    และผมก็ตัดสินใจได้แล้ว
    ว่าจะเริ่มพูดอะไรก่อน และจะพูดอะไรออกไปบ้าง ทั้งหมดทุกอย่าง

    ผมก้าวเท้าออกไปอย่างมั่นคงแล้วเคลื่อนตัวไปข้างหน้า
    เพื่อขับไล่ความรู้สึกที่เกาะแน่นอยู่ในใจไปให้หมด
    ตามด้วยก้าวที่สอง จากนั้นสุดท้ายก็เอื้อมมือออกไปยังบานประตู แล้วผลักเปิดออกไป

    สิ่งที่อยู่เบื้องหน้า คือบรรยากาศที่สงบเงียบจนไม่น่าอภิรมย์
    และ ณ ที่นั่น ที่มีเพียงแต่เสียงเข็มนาฬิกาดังก้อง
    พวกเขาก็เปิดประตูจนบานพับลั่นเสียง เข้ามารับผม

    หลังจากเสียงเหล็กเสียดสีกันดังขึ้นมาแล้ว
    คุณแม่ และ'คนๆนั้น' ก็หันสายตามามองที่ผม

    เพื่อตอบรับสายตาคู่นั้น
    ผมก็จะพูดคำพูดที่เมื่อครู่นี้ผมตัดสินใจเอาไว้เรียบร้อยแล้วออกไปให้ชัดเจน
    อย่างไม่สับสน และไม่ลังเล

    "...กลับมาแล้วครับ"

    ------

    แก้วถูกนำมาวางลงบนโต๊ะ และส่งเสียงดังแก๊ง
    แล้วคุณแม่ที่นำเครื่องดื่มสำหรับ3คนมาให้
    ก็นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามผม

    และที่ข้างๆนั้น คือพ่อของผม ที่ตัวผมยังคงหลบเลี่ยงเรื่อยมาจนถึงตอนนี้
    กำลังนั่งกอดอก และหลับตาลง

    ท่าทางที่ดูราวกับว่ายังคงปฏิเสธในตัวผมอยู่นั้น มันทำให้อึดอัดใจ
    จนเกิดอยากจะหลบสายตาขึ้นมา

    แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่อยากทำเช่นนั้น
    ในเมื่อผมเตรียมใจเอาไว้ และมาจนถึงที่นี่แล้ว
    จะให้มาหลบสายตาอยู่แบบนั้นได้ยังไงกัน

    ถึงแม้จะไม่มองมาที่ผมเลย
    แต่ผมก็จะไม่หันหน้าหลบสายตาไปมองที่อื่นเด็ดขาด
    ผมย้ำความตั้งใจของตัวเองอีกครั้งให้หนักแน่น แล้วหันไปมองข้างหน้า

    คาสึมิ "แล้ว วันนี้มีอะไรเหรอจ๊ะ?
    โคยะถึงมาที่นี่เอาป่านนี้เองเนี่ย"

    แม่เปิดโอกาสให้ผมพูด
    ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงเจตนานั้นของผม

    ทั้งๆที่น่าจะเข้าใจดีอยู่แล้วแท้ๆ ว่าผมมาทำไม
    แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้แบบนั้น

    ผมขอบคุณท่านอยู่ในใจเล็กๆ แล้วสูดลมหายใจเล็กน้อย
    และพูดออกมา

    "วันนี้ ผมตั้งใจจะมาขอโทษ
    ทั้งเรื่องทุกอย่างจนถึงตอนนี้ แล้วก็เรื่องอื่นๆหลังจากนี้ไป"

    "...เมื่อวาน มีงานแข่งที่ก็ใหญ่อยู่บ้าง
    ใหญ่พอที่ว่า ถ้าผลออกมาดี ก็จะมีโอกาสให้ได้เปิดตัวด้วย"

    "ผมเอง ก็ลงแข่งกับเพื่อนๆด้วยเหมือนกัน
    เพราะมันเป็นความฝันของพวกเรามาตลอด
    ที่อยากจะสื่ออะไรบางอย่างออกไปได้ด้วยเสียงดนตรี"

    "ตั้งแต่ผมออกจากบ้านไป ผมก็คิดแบบนั้นมาตลอด
    แม้แต่ตอนนี้ ผมก็ยังรู้สึกแบบนั้น"

    "...เมื่อก่อน พ่อก็เคยบอกผมไว้ใช่มั้ย
    ที่ว่าในโลกนี้ ยังมีคนอีกไม่รู้เท่าไหร่ที่คิดแบบผม
    หัดมองความจริงซะบ้าง น่ะ"

    "มันก็คงจะเป็นยังงั้นจริงๆ ผมเข้าใจดี ตั้งแต่แรกแล้ว
    ว่าสิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ มันเป็นความมุทะลุไม่ยั้งคิดจนเกินพอดี
    แล้วก็ไม่ใช่ว่ามีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ด้วย"

    "แล้วก็ ที่ว่าคนอื่นๆ ไม่ว่าใคร ก็คงมาเป็นแทนผมได้
    มาทำแทนผมได้แน่นอนน่ะ"

    "แต่ ผมก็เคยคิดเอาไว้ครั้งนึง ว่าอยากจะลองทำดู
    ถึงจะเป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำได้ ก็ไม่เป็นไร
    แค่ตอนนี้ ผมอยากลองทำเรื่องที่ตัวเองทำได้ดูเท่านั้น"

    "แล้วหลังจากนั้น ถ้าเกิดผมรู้ตัวขึ้นมาว่าตัวเองทำไม่ได้แล้ว
    บางทีผมก็คงจะพอแค่นั้น
    ถ้าลองทำดูแล้วรู้ตัวเองว่าไม่ไหว ผมก็คงตัดใจไปเอง"

    "แต่จะให้ผมตัดใจก่อนที่จะลงมือทำ แบบนั้นผมทำไม่ได้
    เพราะงั้น ผมก็เลยหนีออกจากบ้านไป"

    "หลังจากนั้นก็ผ่านมากว่าปีครึ่งแล้ว ผมก็ทุลักทุเลทำมาได้จนถึงตอนนี้
    ถึงจะสาหัส แต่ยังไงผมก็ยังอยากจะไปข้างหน้าต่อ
    เพื่อให้ไปจนถึงที่ๆผมใฝ่ฝันเอาไว้ได้"

    "ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามันสั้นหรือยาวนาน
    แต่ระหว่างนั้น ผมก็ได้พบคำตอบของอะไรหลายๆอย่างข้างในตัวผม"

    "เพราะงั้นวันนี้ ผมก็เลยมาขอโทษ"

    "คุณแม่ แล้วก็พ่อ
    ...ที่ผมทำให้เดือดร้อน ทำให้เป็นห่วงมาตลอดจนถึงตอนนี้ ผมขอโทษ"

    "มาตอนนี้แล้ว ผมก็คิดว่า ถ้าตอนนั้นผมพูดออกไปให้ชัดเจนได้มากกว่านี้ ก็คงไม่เป็นแบบนี้
    ผม เสียใจจริงๆ"

    แล้วผมก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย

    คำพูดเหล่านั้นที่ผมได้พูดออกไป แม้จะพูดอยู่ฝ่ายเดียว
    มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมได้ทำให้ภาระที่แบกรับไว้ในอก เบาลงมาเล็กน้อยแล้ว

    ราวกับเห็นภาพว่า ความรู้สึกผิดบาปจนต้องชดใช้
    ที่ตรงไหนสักแห่งในหัวใจผมสัมผัสได้ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกตัวมากว่าปีครึ่ง
    มันเริ่มละลายลงไปแล้ว

    รู้สึกเหมือนกับว่า ระยะห่างที่เอาแต่เพิ่มขึ้นๆท่าเดียวจนถึงตอนนี้
    มันร่นลงมาแล้วเล็กน้อย

    "...แต่ว่า"

    จะพออยู่แค่นั้นไม่ได้
    เรื่องที่ต้องพูดออกไป เรื่องที่ต้องสื่อไปให้ถึง
    ยังคงมีอีกมากมาย

    ที่มาที่นี่ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อหันกลับไปมองอดีตเท่านั้น
    ...ตัวผมเองก็มาที่นี่ เพื่อก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน

    "แต่ว่าผม จะยังไม่กลับมา"

    "มันอาจจะเหมือนกับตอนที่ผมหนีออกจากบ้านไป
    สิ่งที่ผมพยายามจะทำอยู่
    มันอาจจะเป็นความมุทะลุจนเกินตัว และไม่ว่าใครที่ไหนก็มาทำแทนได้ก็จริง”

    "แต่ถึงยังงั้นแล้ว
    ผมก็คิดว่า ซักวันมันก็อาจกลายเป็นเรื่องที่มีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ก็ได้"

    "...การแข่งเมื่อวานนี้ ผมได้รางวัลชนะเลิศมา
    แล้วผมก็เริ่มคิดแบบนั้นขึ้นมาได้ จากข้างในใจลึกๆ
    เพราะงั้น ผมอยากจะลองเดินหน้าแบบนี้ต่อไปให้ถึงที่สุด"

    "จะบอกว่าผมสำคัญตนผิดก็ได้
    แต่ผมก็อยากลองทำสิ่งที่ตัวเองยอมรับจนถึงที่สุด"

    "เพราะเรื่องทุกอย่างจนถึงตอนนี้ พ่อกับแม่เองก็คงจะไม่พอใจกับคำพูดไม่รู้จักคิดแบบนั้น
    แล้วตัวผมเองก็ไม่ค่อยมั่นใจที่จะพูดเท่าไหร่ด้วย"

    "แต่ไม่ว่ายังไง ก็ขอให้ช่วยยกโทษให้ลูกคนนี้
    ...ที่คิดจะทำตามอำเภอใจตัวเองด้วย"

    พอผมพูดออกไปอย่างเงียบๆ
    ใบหน้าของแม่ก็ดูอ้างว้างขึ้นมาเล็กน้อย

    และ

    คาสึมิ "เหรอจ๊ะ..."

    คุณแม่ก็พึมพำตอบกลับมาสั้นๆ
    ด้วยเสียงที่แม้แต่ตอนนี้ ก็ราวกับจะเลือนหายไป แต่ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แข็งแกร่ง

    ผมรู้สึก เจ็บในอกเล็กๆ

    คุณแม่เอง ก็คงอยากจะให้ผมกลับบ้านมาเสียที
    แต่อีกใจนึง ก็คงรู้สึกอยากจะคอยให้กำลังใจผมด้วย

    เพราะฉะนั้น แม่ถึงได้ตั้งเงื่อนไขแบบนั้นขึ้น
    แล้วก็ตั้งใจจะเฝ้าดูผลลัพธ์ที่ออกมา
    หากผมไปได้ดี แม่ก็คงพอใจ

    แต่ถึงแม้จะคิดแบบนั้น
    ยังไงๆแม่ก็ยังคงอยากจะให้ผมกลับมา

    คาสึมิ "ตัดสินใจ ดีแล้วนะ?"

    "ครับ
    จริงๆแล้ว ถึงผมจะเลิกใช้ชีวิตคนเดียว แล้วกลับมาบ้านแล้ว
    ก็อาจจะยังทำต่อไปได้ก็จริง..."

    "แต่ผมก็ ยังอยากจะยืนด้วยลำแข้งตัวเองต่อไปอีกซักหน่อย"

    มิซึฮิสะ "อยากจะยืนด้วยลำแข้งตัวเอง เหรอ"

    คำพูดที่ได้ยินโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ผมตกใจ พลางหันหน้าไปเล็กน้อย

    พ่อที่หลับตานิ่งเงียบอยู่เฉยๆจนถึงตอนนี้
    กลับมองมาตรงที่ผมด้วยแววตาที่เฉียบคม

    มิซึฮิสะ "ที่พูดออกมาน่ะ แกเข้าใจความหมายมันดีแล้วรึไง"

    พ่อยิงคำพูดออกมาใส่ผม
    ด้วยน้ำเสียงที่แฝงนัยยืนยันให้แน่ใจอย่างหนักแน่น มากกว่าแค่จะถามเฉยๆ

    ด้วยท่าทางเคร่งขรึมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
    ทำให้ผมรู้สึกยำเกรงด้วยความหวนรำลึกถึงที่ฝังอยู่ในใจ
    จนผมพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

    มิซึฮิสะ "เขาพูดกันอยู่บ่อยๆ ว่าชีวิตคนเรามันต้องเจอทางเลือกไปเรื่อยๆ
    ก็จริงอย่างที่ว่า ชีวิตของคน มันจะเป็นยังไง แบบไหนก็เป็นได้ทั้งนั้น
    ขึ้นอยู่กับทางแยกนับไม่ถ้วนที่แต่ละคนเลือกไป"

    มิซึฮิสะ "อนาคตมันก็ขึ้นอยู่กับน้ำมือของเจ้าตัวที่จะเดินไปตามเส้นทางนั้น
    และไม่ว่าตรงนั้นจะต้องเจอกับอะไร มันก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง"

    มิซึฮิสะ "แต่บางครั้งแล้ว ชีวิตแต่ละคนมันก็สัมพันธ์กัน
    เวลาที่ใครสักคนตัดสินใจอะไรได้
    ก็อาจจะมีใครอีกคนที่ต้องเลือกตัวเลือกบางอย่างเพื่อคนๆนั้น"

    มิซึฮิสะ "ครอบครัว พ่อแม่ลูก พวกพ้อง ยิ่งใกล้ชิดกันก็ยิ่งต้องทำ"

    มิซึฮิสะ "แต่ละคนต่างก็มีอิทธิพลต่อกัน แล้วจากนั้นก็จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน"

    มิซึฮิสะ "ที่ว่ายืนด้วยลำแข้งตัวเองน่ะ
    มันคือการแบกรับความรับผิดชอบจากทางเลือกนั่นด้วยตัวเองทั้งหมด
    เหมือนกับที่แกทำมาจนถึงตอนนี้ ตั้งแต่แกหนีออกจากบ้านไป"

    มิซึฮิสะ "แต่ว่าแค่นั้นมันก็ยังไม่พอ
    จะเดินต่อไปลำพังคนเดียวน่ะ มันยังต้องฝ่าฟันหนทางที่ตัวเองเลือกไว้แล้วไปให้ได้ด้วย"

    มิซึฮิสะ "มีความรับผิดชอบพอที่จะไม่หักหลังความรู้สึกของตัวเอง
    แต่ก็ต้องรู้จักยืดหยุ่น ไม่ถือทิฐิ
    ถึงมันจะเป็นเรื่องธรรมา แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ"

    มิซึฮิสะ "แล้วยิ่งทางที่แกคิดจะเดินไปน่ะ มันมีแต่ขวากหนามทั้งนั้น
    จะบอกว่ามันลำบากยากเย็นจนสาหัสเลยก็ว่าได้"

    มิซึฮิสะ "พอเริ่มหาจุดหมายปลายทางที่ชุดเจนไม่ได้
    แล้วเกิดถอดใจขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว หนทางข้างหน้าก็จะหายไปทันที"

    มิซึฮิสะ "ถ้าแกไม่ศรัทธามันให้มากกว่าที่เคย ก็อย่าได้คิดว่าจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้"

    มิซึฮิสะ "...เตรียมใจเอาไว้แล้ว ไม่เปลี่ยนใจใช่มั้ย?"

    คำถามที่ถูกยิงมาอีกครั้ง
    พร้อมๆกับสายตานั้นที่ยิ่งเฉียบคมมากขึ้นเรื่อยๆ
    จนผมรู้สึกเหมือนกับว่าอุณหภูมิรอบๆมันลดลงไป

    แต่มันไม่ได้เกิดมาจากความกลัวหรือกังวลใจในเรื่องของอนาคต
    มันคงเป็นสิ่งที่สัมผัสได้จากความตั้งใจที่แน่วแน่ยิ่งขึ้น
    เพราะคำตอบนั้น ผมตัดสินใจเอาไว้แต่แรกแล้ว

    คราวนี้ ผมจะพูดมันออกมา โดยไม่ลังเล

    "...ครับ ไม่ว่าจะมีอะไรรออยู่ข้างหน้า ผมก็จะไป"

    มิซึฮิสะ "งั้นเหรอ"

    ถ้างั้นก็รอก่อน

    พอพ่อพูดออกมาแค่นั้นแล้ว ก็ลุกขึ้นยืน แล้วออกไปจากห้องนั่งเล่น
    จากนั้นก็กลับมาพร้อมถือเคสรูปร่างคุ้นตาอยู่ในมือ

    เคสกีตาร์นั่นเอง

    มิซึฮิสะ "พ่อไม่รู้ว่าจะเลือกอันไหนให้ดี
    ข้างในนี่ก็เลยเป็นของที่ให้ที่ร้านเครื่องดนตรีในฟูเมเลือกมาให้
    ...ถือซะว่าเป็นของขวัญก็แล้วกัน"

    ผมอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
    ถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่เลย

    ขณะเดียวกันก็เหมือนได้ยินเสียงจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นมา
    จนมันรู้สึกระคายตัวไปหมด

    ผมเปิดเคสที่ถูกวางไว้บนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
    ราวกับเป็นของแตกง่าย

    สิ่งที่อยู่ข้างในนั้น คือ กีตาร์ที่ค่อนข้างมีอายุ ที่ผมเคยเห็นในร้านที่ผมทำงานพิเศษ
    และกระดาษแผ่นเล็กๆอีก1แผ่น

    ตัวกีตาร์นั้น เป็นของที่เขาเรียกกันว่าวินเทจ (ของชั้นดี คุณภาพดีและมีอายุ)
    ถึงแม้จะไม่ใช่ของแพงมากมายเหมือนกับชิ้นอื่นๆ แต่ถ้าเทียบกับของทั่วไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นของมีราคาทีเดียว

    เป็นกีตาร์ตัวเดียวกันกับที่เมื่อก่อนผมเคยพูดหยอกๆกับเจ้าของร้านเอาไว้
    ว่าถ้าผมได้เปิดตัวล่ะก็จะมาซื้อไป

    ส่วนกระดาษที่วางเอาไว้ข้างบนนั้น
    ผมรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
    แต่ก็นึกไม่ออกว่ามันคืออะไร

    มิซึฮิสะ "ฟังให้ดีนะ โคยะ
    คำพูดที่ลูกพูดกับพ่อเมื่อกี้นี้ อย่าทำให้มันกลายเป็นคำโกหกเด็ดขาด"

    มิซึฮิสะ "ถ้าตัดสินใจไว้แล้ว ก็อย่าหันกลับมา
    เดินไปตามทางที่ลูกเชื่อ โดยไม่ต้องลังเล
    แล้วไขว่คว้ามันมาให้ได้ ชีวิตของลูกน่ะ"

    "...ครับ"

    มิซึฮิสะ "ที่พ่อจะพูด มีแค่นั้นแหละ"

    พ่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แล้วหันหลังให้ผม
    แล้วผมก็เข้าใจดี ว่าพ่อกำลังบอกว่า ไปได้แล้ว โดยไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร

    แต่ก่อนที่แผ่นหลังนั้นจะหายไปจากสายตาของผม
    พ่อก็หันกลับมาหาผมอีกครั้ง

    มิซึฮิสะ "...ไม่ใช่สิ ยังมีอีกเรื่อง
    พ่อก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องดนตรีเท่าไหร่หรอกนะ"

    มิซึฮิสะ "แต่การแสดงเมื่อวานน่ะ ทำได้ไม่เลวเลย
    ...แล้วก็ โผล่หน้ากลับมาให้เห็นบ้างล่ะ"

    ด้วยคำพูดคำนั้น ทำให้ผมนึกออก

    เศษกระดาษเล็กๆที่อยู่ข้างในเคสกีตาร์
    มันคือหางตั๋วของการประกวดเมื่อวานนี้นั่นเอง

    พอผมเข้าใจความหมายของมันแล้ว ข้างในดวงตาของผมมันก็ร้อนผ่าว

    ผมลุกพรวดขึ้นมา
    แล้วพูดเสียงดังราวกับตะโกนออกไป ไปยังแผ่นหลังนั้นที่กำลังเลือนหายไป

    "ขอบคุณครับ คุณพ่อ...!"

    แล้วความร้อนที่คลอเต็มเบ้าตาทั้งสองข้างอย่างเงียบๆ
    ก็ทะลักไหล เอ่อล้นออกมา

    และในทัศนวิสัยของผมที่บิดเบือนไปเล็กน้อยด้วยน้ำตา ผมก็เห็นคุณแม่กำลังยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

    ------

    *กลับมาที่ตัวเอก*

    ผมยืนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนนี่มานานแค่ไหนแล้ว ตัวผมเองก็ไม่รู้

    ตอนที่รู้สึกตัว เวลาก็ไม่ได้ล่วงเลยไปนานมากมายเท่าไหร่
    แล้วโคยะที่ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งจะแยกกันไปเมื่อกี้นี้ ก็มายืนอยู่ตรงหน้า

    "...คุยกัน เสร็จแล้วเหรอ?"

    โคยะ "อือ เรียบร้อยแล้ว"

    สีหน้าที่ไม่รู้สึกมัวหมอง พร้อมด้วยคำพูดนั้น ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจ

    ผมผละตัวออกจากเสาโทรศัพท์มาข้างหน้า
    แล้วก็ค่อยๆเดินคู่กับโคยะ กลับไปตามทางที่เดินมาอย่างช้าๆ
    เงาของคนสองคน ก็ทอดยาวไปตามถนนชนบทอันเงียบสงบ

    แล้วโคยะก็เล่าเรื่องที่คุยกันขณะที่ผมยืนรออยู่ให้ฟัง ระหว่างทางกลับอพาร์ทเมนท์

    ทั้งเรื่องที่ตั้งใจจะทำวงดนตรีต่อไปแบบนี้ โดยไม่กลับบ้าน
    ทั้งเรื่องที่คุณลุงยกโทษให้แล้ว
    รวมทั้งเรื่องกีตาร์ที่อยู่ในมือโคยะตอนนี้ด้วย

    พอเห็นโคยะพูดพลางแกว่งหางไปมาอย่างอายๆเล็กน้อย
    ผมก็ยิ้มออกมา
    ...ผมรู้สึกโล่งอกจริงๆ

    ------

    โคยะ "นี่ ริวตะ"

    "หือ?"

    พอกลับมาถึงห้อง
    โคยะก็เรียกผมที่กำลังยืดเส้นยืดสาย มองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ทันที
    ทั้งที่ไฟเองก็ยังไม่ได้เปิดเลย

    โคยะ "หลังจากนี้ ขอเวลาซักหน่อย ได้รึเปล่า?"

    "ก็ได้อยู่หรอก... ว่าแต่มีอะไรเหรอ"

    โคยะ "ก็ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว
    อยากจะให้นายฟังเจ้านี่แสดงครั้งแรกดู เท่านั้นแหละ..."

    พอพูดแบบนั้นแล้ว โคยะก็ยกเคสของกีตาร์ที่คุณลุงให้มาขึ้นมา

    "เอ้อ เอาจริงๆผมก็อยากฟังอยู่หรอก...
    แต่จะดีเหรอ ให้ผมฟังน่ะ?
    ไม่รอไปเล่นให้คุณเคสึเกะ หรือทุกๆคนฟังดูพรุ่งนี้..."

    โคยะส่ายหน้าอย่างเงียบๆ

    โคยะ "ก็กะว่าพรุ่งนี้จะไปบอกข่าวดีให้พวกนั้นฟังอยู่หรอก...
    แต่ไงๆก็ อยากให้นายฟังเป็นคนแรกสุดน่ะนะ"

    ดวงตาที่ดูองอาจของโคยะ ถูกแสงจันทร์ส่องกระทบ
    และกำลังมองมาที่ผม

    ผมคิดอยู่เสมอๆ ว่าตาแบบนี้เนี่ยขี้โกงจริงๆ
    พอถูกมองด้วยสายตาแบบนั้นแล้ว มันทำเอาปฏิเสธไม่ลงเลย

    แต่ถึงอยากจะลองบอกปัดดูบ้าง
    แต่มันก็ยังรู้สึกดีใจอยู่ดี แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธอยู่แล้วด้วย

    "...ถ้างั้น ขอรับข้อเสนอหน่อยละกัน"

    โคยะยิ้มตอบมา
    แล้วก็นั่งลงบนเตียงต่างเก้าอี้ เอาเคสวางบนพื้นแล้วเปิดออกมา
    ผมก็ไปนั่งรอฟังอยู่ข้างๆ

    ก็คิดว่าจะไปเปิดไฟอยู่
    แต่เห็นว่าแสงจากหน้าต่างก็สว่างพอแล้ว เลยไม่ได้เปิด
    อีกอย่างก็อยากจะลองฟังดู ท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ด้วย

    โคยะหยิบกีตาร์ออกมา แล้วดีดสายนิดๆเพื่อเช็คอะไรบางอย่าง

    บันไดเสียง6เสียง ที่ยังไม่ได้ปรับแต่งและฟังดูกระจายๆ ดังก้องไปทั่วห้อง

    โคยะ "..."

    แล้วโคยะก็เริ่มขึงสายแล้วจูนเสียง โดยไม่พูดอะไร

    โทนเสียงที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกๆครั้งที่โคยะดีดสาย และเริ่มเป็นบันไดเสียงมากขึ้น
    เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดีเหลือเกิน

    ไม่นานนัก พอทั้ง6สาย ถูกปรับจนเป็นเสียงที่แม้แต่ผมก็คุ้นเคยแล้ว
    โคยะก็ส่งสายตามา

    แล้วผมก็พยักหน้าตอบไป
    และจากนั้น เพลงก็ถูกบรรเลงขึ้นอย่างช้าๆ

    เพียงเสียงนำเล็กน้อย ผมก็รู้ได้ทันที ว่าเป็นเพลงอะไร

    มันคือเพลงที่ถูกเล่นเป็นเพลงที่2 ในงานประกวดเมื่อวาน
    และเป็นเพลงเพียงเพลงเดียว ที่โคยะแต่งขึ้นมา

    ท่วงทำนองที่มีเพียงแต่เสียงกีตาร์เท่านั้น
    ไม่มีทั้งเบส ทั้งกลอง ทั้งเสียงร้อง

    มันฟังดูรวดร้าวยิ่งกว่าตอนที่เล่นด้วยกัน4คนเสียอีก
    แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเสียงที่อ่อนโยน
    ราวกับจะห้อมล้อมตัวผมอย่างอบอุ่น

    มันเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง
    ราวกับถูกไกวไปมาอยู่ในท้องทะเลที่ใสสะอาด

    บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า
    ตัวกีตาร์เองก็ให้เสียงแบบนั้นอยู่แล้วก็ได้

    แต่ ก็คงไม่ใช่แค่นั้นแน่นอน

    มันคงรวมเอาความรู้สึกของโคยะที่มีสิ่งนั้นอยู่เข้าไปด้วย
    และกลายเป็นเสียงที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้

    ผมอยู่เงียบๆ โยกตัวไปกับเสียงที่กังวาน
    และเวลาก็ไหลผ่านไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

    เส้นสายที่ถูกดีด ส่งเสียงสุดท้ายออกมา
    ทิ้งเสียงสะท้อนไว้ แล้วก็เงียบลงอย่างช้าๆ
    และเสียงปรบมือของผมก็ดังแทนที่ไปทั่วห้อง

    ถ้าผมพูดความรู้สึกออกไปได้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ก็คงดี
    แต่ผมหาคำพูดดีๆไม่ได้เลย
    จึงได้แต่ปรบมือให้เท่านั้น



    Spoiler:

    โคยะ "โทษทีนะ ที่ขออะไรเอาแต่ใจแบบนั้น"
    "ไม่หรอกๆ ผมชอบกีตาร์ของโคยะออกจะตาย"
    โคยะ "ฮะๆ พอคนที่ชอบพูดออกมาแบบนี้แล้ว มันดีใจจริงๆแฮะ"

    คนที่ชอบ...
    คนที่ชอบ...
    คนที่ชอบ...
    คนที่ชอบ...
    คนที่ชอบ...
    คนที่ชอบ...

    ............................
    ..................
    .........
    ดทฟดกฟกด่ฟนยห่ดฟหกดฟหืกนดฟด่!!!!!!!
    บากะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!! =//////="

    (เล่นรอบแรกเจอไปแล้วก็จริง แต่ยังไงมันก็ แบบว่า....
    ...ฟ่กดฟห่กฟหก)








    0 Credit(s) left.
    Please insert a coin(s).



    Ps. ไม่รู้ว่าจะแปล30-31ได้มั้ย
    เพราะทนอ่านไม่ค่อยไหว...
    แบบว่าอ่านแล้วเจ็บในอกลึกๆ เฮ้อ..


    Ps2. ไปนั่งอ่านแปลอิ๊ง...
    โคตรรั่ว เอ่อ..
    วันแจกตั๋วนี่แลดูจะผิดกระจายเลย
    avatar
    Rougetsu
    Rookie
    Rookie

    Title : โง่
    จำนวนข้อความ : 21
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : เงามืดข้างหลังเจ้า
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Rougetsu on Fri Oct 07, 2011 5:49 am

    /เ้พิ่งอ่านจบ เฮือก
    ปกติไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาวๆในหน้าจอคอมพ์แต่นี่เป็นข้อยกเว้นแฮะ
    avatar
    Warrock
    Moderators
    Moderators

    Title : Ryuusei no Rockman
    จำนวนข้อความ : 37
    พลังน้ำใจสัตว์หาง : 0
    ที่อยู่ : Meteor G
    Gender : Male

    Re: กระทู้ "อสาระ" : เรื่องเสื่อม ฮา ไร้สาระ มาโพสต์ไว้ที่นี่นะก๊ะ

    ตั้งหัวข้อ by Warrock on Fri Oct 07, 2011 1:44 pm

    อ่านแล้วรู้สึกกดดันนิดๆ Orz"

    ปล.ลุงบีเฮี้ยนมากเลยนะครับ.... แค่พูดอะไรนิดหน่อยเมื่อวานทำเอาผมฝันถึงโคยะเลย ( ´_ゝ`)................


    _________________





    Trans Code [003] : Shooting Star Rockman!! On Air!!

      เวลาขณะนี้ Fri Sep 22, 2017 6:13 am